Patani Contemporary Arts Gallery พื้นที่ผลิบานของเมล็ดพันธุ์ศิลปะแห่งชายแดนใต้

Patani Contemporary Arts Gallery พิพิธภัณฑ์ศิลปะก้าวเล็กๆ ในปัตตานี โดย ผศ.เจะอับดุลเลาะ เจ๊ะสอเหาะ อาจารย์คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี เพื่อเป็นพื้นที่กลางสำหรับงานศิลปะพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ขับเน้นให้เห็นว่าศิลปะเป็นสิ่งสำคัญเพื่อการพัฒนาศักยภาพชีวิตของมนุษย์ อาจไม่มีประโยชน์ต่อสังคมแต่ไม่เคยทำร้ายใคร ด้วยความหวังว่าเยาวชนในวันหน้าจะใช้จิตใจในการพัฒนาสังคม บนฐานความดี ความงาม และความจริง

พิพิธภัณฑ์ศิลปะ เมล็ดพันธุ์ศิลปะในปัตตานี

          อาคารบ้านเช่าสองชั้นเลขที่ 91/21 ถ.หนองจิก ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี ตั้งอยู่ในซอยโรงแรมปาร์ควิวรีสอร์ท มีชื่อมุมหนึ่งของป้ายด้านหน้าว่า “Patani Contemporary Arts Gallery” ซึ่ง ผศ.เจะอับดุลเลาะ เจ๊ะสอเหาะ อาจารย์คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี บอกว่าตั้งใจเปิดไว้ให้เป็นพื้นที่ศิลปะของจังหวัดชายแดนใต้ พิพิธภัณฑ์ศิลปะขนาดเล็กแห่งนี้ได้เริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2557 ที่ผ่านมานี้เอง

          ผลงานศิลปะหลายชิ้นของศิลปินทั้งในและต่างประเทศถูกเรียงจัดแสดงไว้อย่างน่าสนใจ เช่น ศาสตราจารย์กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติ ปี 2540 สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรมและสื่อผสม), ศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ (จิตรกรรม) 2552, Pat Galbraith จากประเทศแคนาดา เป็นต้น

          นอกจากผลงานของศิลปินใหญ่ ยังมีผลงานของศิลปินรุ่นใหม่ในพื้นที่ชายแดนใต้อีกหลายภาพ เช่น ภาพความดีงามในความตาย ของยามีละ ดาโอะ ภาพการรอคอยของหญิงหม้าย ของซัลวาณี หะยีสะแม ภาพความศรัทธา ของอิมรอน ยูนุ เป็นต้น

          นี่คือก้าวแรกเล็กๆ ของ Patani Contemporary Arts Gallery ซึ่งซ่อนเรื่องราวแห่งความฝัน ความคิด ความหวัง ผ่านบทสนทนาของคนๆ หนึ่ง

อาณาจักรศิลปะที่บ้านเกิด คือ ความฝัน

ผศ.เจะอับดุลเลาะ เจ๊ะสอเหาะ มีความฝันว่า อยากสร้างพื้นที่อาณาจักรทางศิลปะในบ้านเกิดของตนเองที่ดอนรัก ซึ่งเป็นตำบลหนึ่งในอำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี และเขาก็เริ่มร่างความฝันเพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปี 2555 ตั้งใจสร้างเป็นอาคาร 3 หลัง จัดสรรพื้นที่สำหรับนิทรรศการผลงานศิลปะแบบหมุนเวียนและแบบถาวรเพื่อเป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานศิลปะ พื้นที่จัดแสดงศิลปวัตถุข้าวของเครื่องใช้โบราณเพื่อให้เยาวชนได้เห็นอดีตของตนเอง และหอสมุดศิลปะเพื่อเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าสำหรับผู้ที่สนใจ

         “แต่ความฝันของผมชิ้นนั้นต้องใช้เวลาที่ค่อนข้างนาน และดอนรักเป็นชุมชนห่างจากตัวเมือง ผมไม่แน่ใจว่าถ้ารอเปิดตัวที่นั่นเลย จะมีคนสนใจเดินทางไปถึงสักแค่ไหน จึงเช่าพื้นที่ตรงนี้ก่อนเพื่อให้ความฝันเป็นจริงภายในปีนี้ และเป็นการเปิดทางสำหรับพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ดอนรักต่อไปด้วย” ผศ.เจะอับดุลเลาะเล่าถึงการเปิดพิพิธภัณฑ์ศิลปะหน้าโรงแรมปาร์ควิวแห่งนี้

          เขาเล่าให้ฟังว่า เมื่อครั้งเป็นนักศึกษา เคยได้รับโอกาสจาก อ.พิเชษฐ์ เปียร์กลิ่น ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี ในการเรียนรู้การสร้างสรรค์งานศิลปะ และมีความตั้งใจลึกๆ ว่า อยากให้เยาวชนในพื้นที่ได้รับโอกาสเหมือนที่เขาเคยได้รับ อยากสร้างพื้นที่ให้กับเยาวชนได้มีโอกาสเรียนรู้ได้เห็นงานศิลปะของจริง การได้เห็นเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าการได้ฟังคนอื่นพูด เพราะได้สัมผัสจริง ได้ทำกิจกรรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เสริมประสบการณ์ร่วมกันกับกลุ่มคนที่มีความสนใจในงานศิลปะ สิ่งเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการสั่งสมและต่อยอดองค์ความรู้เพื่อพัฒนาต่อไป

Patani Contemporary Arts Gallery เกิดขึ้นภายใต้ฐานคิดเพื่อเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะของศิลปินต่างๆ ทั้งในและนอกพื้นที่ จัดงานเสวนา บรรยาย เวิร์คช็อปเกี่ยวกับงานศิลปะ และเป็นที่วางหนังสือเกี่ยวกับงานศิลปะ ทั้งหนังสือวิชาการ หนังสือนิทรรศการ และศิลปนิพนธ์ของนักศึกษา  ทั้งนี้หวังให้เป็นพื้นที่ศิลปะของจังหวัดชายแดนใต้

จะมีการจัดแสดงภาพศิลปะของศิลปินทั้งในและนอกพื้นที่ อย่างการแสดงชุดแรกในการเปิดตัวครั้งนี้เป็นชุดผลงานศิลปะของศิลปินต่างๆ ที่ ผศ.เจะอับดุลเลาะ เจ๊ะสอเหาะ เก็บสะสมไว้ สำหรับการแสดงชุดถัดไปก็จะเป็นภาพชุดทิวทัศน์เมืองปัตตานี เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสศิลปะสิ่งที่เห็นใกล้ตัว ถัดจากนั้นก็จะเป็นการแสดงผลงานศิลปะของวิรุณ จันทร์ทอง ศิลปินรุ่นใหม่ชาวนราธิวาส ซึ่งได้ยื่นแฟ้มผลงานไว้แล้ว

หากใครมีผลงานศิลปะแต่ไม่มีพื้นที่จัดแสดง ก็สามารถยื่นแฟ้มผลงานได้ และถ้ามีผู้สนใจอยากเรียนการสร้างสรรค์งานศิลปะที่ชื่นชอบ ก็มีคอร์สรับสอนศิลปะเตรียมไว้ด้วย

พื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ของไทยนั้นเป็นแหล่งอารยธรรม วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์อันยาวนาน แต่รากเหง้าเหล่านี้ไม่ได้ถูกสกัดเผยแพร่สู่สาธารณะ ในประเทศไทยปรากฏงานศิลปะของมุสลิมค่อนข้างน้อย ในประเด็นนี้ พื้นที่ทางศิลปะเพื่อการเรียนรู้และการแสดงออกจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

มุสลิมกับการสร้างสรรค์งานศิลปะ

ผศ.เจะอับดุลเลาะ บอกว่า การได้มีโอกาสพูดคุยสนทนากับ รศ.อับดุลเลาะ อับรู ก็เป็นหนึ่งแรงผลักใจที่สำคัญในการมองเห็นคุณค่าของการทำงานศิลปะเพื่ออิสลาม

รศ.อับดุลเลาะ อับรู เคยพูดไว้ว่า ทุกสิ่งในโลกนี้สามารถเชื่อมโยงกับอิสลาม หากมนุษย์คนหนึ่งทำในสิ่งที่ตนมีความสามารถ นำสิ่งนั้นเผยแผ่ตามครรลองของศาสนาก็นับเป็นสิ่งประเสริฐ

คุณค่าเล็กๆที่ซ่อนแฝงของงานศิลปะคือมีส่วนในการจรรโลงจิตใจมนุษย์ งานศิลปะก็คือสื่อประเภทหนึ่งซึ่งไม่ต่างจากวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ดังนั้นมุสลิมสามารถใช้ศิลปะเพื่อการเผยแผ่ศาสนาอิสลามได้เช่นเดียวกัน

ตัวอย่างผลงานของนักศึกษาคนหนึ่ง ชื่อภาพว่า “ความศรัทธา” ของอิมรอน ยูนุ ที่ถ่ายทอดเกี่ยวกับคำสอนของคุณย่าเรื่องการละหมาด 5 เวลา วาดภาพคุณย่าและเขียนพื้นหลังด้วยชื่อเวลาละหมาดอักษรอาหรับ ก็ถือเป็นแสดงออกทางศิลปะเกี่ยวกับอัตลักษณ์มุสลิมได้อย่างน่าสนใจ

“ศิลปะ” อาจไม่มีประโยชน์ต่อสังคม แต่ไม่เคยทำร้ายใคร

ผศ.เจะอับดุลเลาะ เล่าว่า รู้สึกดีใจมากที่ครั้งหนึ่ง ดร.โนเบิร์ต โรเปอร์ส ชาวเยอรมันที่เป็นนักวิจัยอาวุโสสถาบันวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (CSCD) ผู้ซึ่งมีความสนใจในงานศิลปะอย่างมากคนหนึ่ง บอกกับเขาว่า มาดูงานศิลปะที่นี่ รู้สึกได้ดูศิลปะจริงๆ เพราะงานที่สามารถสัมผัสได้ถึงความเป็นศิลปะมันต้องสะท้อนความเป็นศิลปะค่อนข้างสูง การที่ชาวต่างชาติต่างภาษาสามารถสัมผัสได้เช่นนั้นก็แสดงว่างานศิลปะหลายชิ้นสามารถสื่อสารความเป็นสากลร่วมกันของความเป็นมนุษย์ นั่นเป็นเป้าหมายขั้นสูงของการทำงานศิลปะ

ผศ.เจะอับดุลเลาะ บอกว่า ครั้งหนึ่งขณะที่ตนพร้อมนักศึกษากำลังรอขึ้นรถไฟที่โคกโพธิ์ เพื่อไปร่วมงานนิทรรศการ “ศิลปะกับสันติภาพ” ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ กรุงเทพมหานคร ก็เห็นการบรรทุกรถถัง ลังปืน และอาวุธยุทโธปกรณ์ของรถไฟหลายขบวนมาลงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

“ผมเชื่อว่า อาวุธเหล่านั้นไม่สามารถสร้างสันติภาพได้อย่างแท้จริงหรอก”

เขายังเล่าให้ฟังอีกว่า บ้านของลูกศิษย์คนหนึ่งจะมีทหารถืออาวุธเข้าไปตรวจค้นเป็นประจำ วันหนึ่งหลังจากเรียนจบลูกศิษย์คนนั้นก็ได้นำผลงานศิลปะที่เคยสร้างสรรค์สมัยเรียนกลับไปติดที่บ้าน สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น คือ ทหารที่ตรวจค้นบ้านกลับไม่พกอาวุธเข้าไปและมีท่าทีที่เป็นมิตรมากขึ้น พร้อมทั้งมีการเอ่ยขอซื้อภาพศิลปะในบ้านนั้นด้วย

“ผมได้รู้เรื่องนี้แล้วตื้นตันใจ เพราะเป็นภาพที่แสดงให้เห็นว่าพลังศิลปะสามารถสะท้อนความคิดอ่านให้คนอื่นสัมผัสได้ถึงจิตใจอันสุนทรีย์”

ผศ.เจะอับดุลเลาะ ได้พูดถึงการจัดการเรียนรู้วิชาศิลปะแก่นักเรียนในระบบโรงเรียนของประเทศไทยว่าเห็นความสำคัญของวิชาศิลปะน้อยมาก เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ไม่เคยได้เรียนกับครูที่ผ่านการศึกษาและฝึกทักษะด้านศิลปะโดยตรง บางทีนักเรียนจะได้เรียนวิชาศิลปะกับครูวิชาเกษตรที่ไม่ค่อยมีความสนใจด้านศิลปะ และบางครั้งโรงเรียนก็ยึดติดกับดักใบประกอบวิชาชีพครู

“หากมีหมออยู่สองคนให้เลือก คนที่หนึ่งมีประสบการณ์การผ่าตัดอย่างโชกโชนแต่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ คนที่สองมีใบประกอบวิชาชีพแต่มีประสบการณ์การผ่าตัดน้อยมาก คุณจะเลือกผ่าตัดกับหมอคนไหน” เขาทิ้งคำถามให้ตอบ

วิชาศิลปะไม่มีค่าในแง่ของมูลค่าทางเศรษฐกิจ ไม่อาจวัดค่าเป็นตัวเลขเชิงปริมาณ แต่สมองมนุษย์จะพัฒนาได้อย่างสมบูรณ์ก็ต้องเสริมศักยภาพทั้งสองซีกสมอง ทั้งส่วนตรรกะและจินตนาการ ดังนั้นย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่าศิลปะก็เป็นสิ่งสำคัญเพื่อการพัฒนาศักยภาพชีวิตของมนุษย์ “ศิลปะอาจไม่มีประโยชน์ต่อสังคม แต่ที่แน่ๆ ศิลปะไม่เคยทำร้ายใคร”

“เยาวชนที่จะเติบโตในวันข้างหน้าจะใช้จิตใจในการพัฒนาสังคม บนฐานความดี ความงาม และความจริง เพราะหากละเลยเรื่องจิตใจแล้ว สังคมย่อยยับแน่นอน” ผศ.เจะอับดุลเลาะ เจ๊ะสอเหาะ กล่าวทิ้งท้ายเมื่อถามถึงความคาดหวังสูงสุดของความพยายามสร้างพื้นที่ศิลปะ ณ มุมนี้ของสังคม