ไปหลบสถานการณ์ร้อนที่หาดรูสะมิแลดีกว่า มุมสงบบนแผ่นงอก(ไม่รู้จบ)ริมทะเลปัตตานี

ไปหลบสถานการณ์ร้อนที่หาดรูสะมิแลดีกว่า มุมสงบบนแผ่นงอกที่ไม่รู้จบริมชายฝั่งทะเลปัตตานี ใกล้ ม.อ. พื้นที่ท่องเที่ยวพักผ่อนแห่งใหม่ ตากลม ชมเรือ ดูตะวันตกดิน กินอาหารทะเล โอกาสทำกินของชาวบ้านที่อาจไม่โชคดีตลอดไป

ภาพถ่ายม.อ.ปัตตานีเมื่อราว 40 ปีที่แล้ว

 

ภาพถ่ายภายในม.อ.ปัตตานี ซึ่งถ่ายในมุมภาพเดียวกัน 

บรรยากาศยามเย็นที่ชายทะเลรูสะมิแล

 

หลายคนพูดว่า ม.อ.ปัตตานีโชคดีมากที่ตั้งอยู่แผ่นดินที่งอกออกไปเรื่อยๆ หลายคนคงเคยเห็นภาพถ่ายเก่าๆของอาคารสำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เมื่อครั้งก่อตั้งราวปี 2510 ที่อยู่ติดชายหาดบ้านรูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี

ปัจจุบันจุดนี้อยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลเป็นกิโลฯ อันเนื่องมาจากการทับถมของตะกอนทะเล รวมทั้งการทบถมของตะกอนที่มาจากแม่น้ำปัตตานีจนกลายเป็นแผ่นดินงอกใหม่ออกไปเรื่อยๆ โดยจุดนี้ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำปัตตานีนั้นเอง

ในช่วง 40 กว่าปีที่ผ่านมา ม.อ.ได้ใช้ประโยชน์มากมายบนแผ่นดินงอกไม่รู้จบนี้ ทำให้มีพื้นที่สร้างหอสมุด สร้างตึกคณะต่างๆ ทั้งคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ อาคารเรียนรวม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะศิลปกรรมศาสตร์ วิทยาลัยอิสลามศึกษา หอศิลปะ อาคารหอพัก สนามกีฬา

ปัจจุบัน กำลังก่อสร้างอาคารใหม่อีกหลายอาคาร ทั้งแฟลตอาจารย์ อาคารพรีคลินิก ซึ่งรองรับการเปิดสอนนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ เป็นต้น รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าชายเลนใหม่ด้วย

นอกจากพื้นที่ของ ม.อ.ที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของสถานที่พักผ่อนสำคัญๆ ของจังหวัดปัตตานีด้วย เช่น สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ สวนเจ้าทะเล และสวนแม่-สวนลูก ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ในวาระครบรอบ 80 พรรษา โดยมีชาวบ้านมาเปิดร้านอาหารหลายร้าน

ด้านหน้าสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ก็เป็นที่ตั้งของสนามกีฬากลางจังหวัดปัตตานี ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานีเป็นผู้ดูแล โดยมีเดอะ เรนโบว์ สเตเดียม หรือสนามฟุตบอลที่เป็นสนามหลักของสโมสรฟุตบอลปัตตานี เอฟซี และมีแฟนบอลมาชมล้นสนามเกือบทุกนัด

ขณะเดียวกันทางเทศบาลเมืองปัตตานีและเทศบาลรูสะมิแลก็ยังใช้ประโยชน์จากแผ่นงอกบริเวณนี้เช่นกันกัน เช่น เป็นที่ตั้งบ่อบำบัดน้ำเสีย ซึ่งในบริเวณนี้เองที่ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้สร้างถนนลาดยางริมหาดเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา และมีแผนจะสร้างท่าเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ในอนาคต

 

"ทะเลรูสะมิแลสถานที่พักผ่อนแห่งใหม่

ตรงจุดเองที่มีพ่อค้าแม่ค้ามาเปิดร้านขายอาหาร-เครื่องดื่มเป็นแถว เพราะมีบรรยากาศดี เหมาะเป็นที่พักผ่อนยามบ่าย รับลมเย็นๆจากทะเล ตกปลาหรือจะชมพระอาทิตย์ตกดินก็ยังได้ แม้ไม่ได้เป็นหาดทราย มีเพียงหาดโคลนกับหินถม แต่ก็เป็นพื้นที่แห่งใหม่ที่ชาวบ้านในพื้นที่จริงๆ ได้ทำมาหากิน ซึ่งแน่นอนลูกค้ากลุ่มสำคัญก็คือนักศึกษาม.อ.ปัตตานี ซึ่งมักจะมาพักผ่อนรับประทานอาหารกันในช่วงเย็นๆ ส่วนพวกวัยรุ่นก็ขับรถเตร็ดเตร่จีบสาว

นายแวอุเซ็ง สะรีเดะ อายุ 53 ปี มีบ้านพักอาศัยอยู่ที่ถนนโรงเหล้า ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี เป็นคนหนึ่งที่รถโชเล่ย์ (สามล้อพ่วง) มาขายไอศกรีมแถวนี้ เขาเล่าว่า สถานที่แห่งนี้เปิดมาเมื่อสี่ปีก่อน แต่ก่อนเป็นพื้นที่ป่าชายเลน มีถนนสายเล็กๆ ที่ใช้สัญจรไปมา จากนั้นเริ่มมีพ่อค้าแม่ค้ามาขายลูกชิ้นกับไอศกรีม 2 -3 ราย ต่อมาก็ตั้งกระท่อมขายของกินพวกส้มตำไก่ย่าง กระทั่งมีร้านเป็นแถวอย่างปัจจุบัน

นายแวอุเซ็ง บอกว่า แม่ค้ากลุ่มแรกที่เข้ามาเปิดร้านขายส้มตำเป็นคนนครศรีธรรมราช จากนั้นก็มีคนในพื้นที่มาเปิดร้านบ้าง เมื่อก่อนคนจะมาเที่ยวแถวนี้ช่วงบ่ายสอง พอถึงบ่ายสามก็กลับ เพราะเมื่อก่อนค่อนข้างเปลี่ยว ต่างกับปัจจุบันที่คนมาเที่ยวแล้วจะกลับช่วงเย็นๆ

นายแวอุเซ็ง เล่าต่อไปว่า คนที่มาเที่ยวที่นี้ ส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ อาจจะมีคนนอกบ้างในช่วงเทศกาล เช่น วันสงกรานต์ วันเด็กหรือเทศกาลฮารีรายอ ปัจจุบันแถวนี้มีความเจริญมากขึ้น แต่ก็ไม่ใครเก็บเงินค่าเช่าที่

“จุดเด่นของที่นี่คือ คนมักจะมาเที่ยวพักผ่อนดูตะวันตกดินได้หรือดูเรือแล่นไปมา มีบรรยากาศที่ผ่อนคลาย นั่งคุยบนก้อนหินชายหาดได้ แต่อยากให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบมาจัดการเรื่องขยะ”

นายแวอุเซ็ง บอกด้วยว่า เคยได้ยินข่าวมาว่าบริเวณนี้มีการถมดินเพิ่มเพื่อจะสร้างท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ ใช้ส่งสินค้าไปประเทศสิงคโปร์ บรูไน เรื่องนี้มีการพูดคุยกันในกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าด้วยกันว่า หากมีการสร้างท่าเทียบเรือจริงก็จะขายของต่อไปไม่ได้และนักท่องเที่ยวก็จะหายไป หรือไม่สะดวกที่จะมาเที่ยวพักผ่อนที่นี่

ส่วนนางสาวซารียะห์ บินหะยีสะมะแอ นักศึกษา ม.อ.ปัตตานี บอกว่า ได้มาเที่ยวที่นี่ เพราะทราบจากการบอกต่อๆกันของเพื่อนๆ ประทับใจที่นี่ตรงที่มีบรรยากาศดี เห็นพระอาทิตย์ตกดิน ไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่าน เพราะไม่ใช่ที่เล่นน้ำทะเลแต่มาชมบรรยากาศ

นางสาวซารียะห์ กล่าวอีกว่า ต้องการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบมาพัฒนาถนนทางเข้า เพราะริมถนนเต็มไปด้วยขยะทำให้รู้สึกเสียบรรยากาศ และต้องการให้มีการประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จักที่นี่มากขึ้นด้วย เพราะเป็นที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดปัตตานี

ฟังอย่างนี้แล้ว ก็ยิ่งน่าไปเที่ยวพักผ่อนอยู่ เพราะท่ามกลางความไม่สงบที่เป็นอยู่ก็คงมีที่ท่องเที่ยวไม่กี่แห่งที่มาเที่ยวแล้วทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น ขณะเดียวกันชาวบ้านก็ได้ประโยชน์ไปด้วย

แต่โอกาสที่ชาวบ้านพวกนี้จะใช้ที่นี่เป็นที่ทำมาหากินต่อไป อาจไม่โชคดีเหมือน ม.อ. เพราะวันหนึ่งพวกเขาก็คงต้องหลีกทางให้กับโครงการยักษ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็เป็นได้