ใครๆก็เรียน “ยาวี”ได้ง่ายๆ ด้วย “จือปือฆังยอ”

ใครๆก็เรียนภาษา “มลายูอักษรยาวี” ได้ง่ายๆ ด้วยกฎ “จือปือฆังยอ” มันคืออะไรกันแน่ ลองอ่านดูแล้วจะรู้ มันอาจเป็นหนทางหนึ่งสู่การสร้างมาตรฐานทางภาษาของคนปาตานีที่เรากำลังถกเถียงกันอยู่ว่า มันจะอยู่ตรงไหน สัญลักษณ์ทางอัตลักษณ์สำคัญข้อนี้จะพัฒนาต่อไปอย่างไร

 

 

 

มาตรฐานภาษามลายูปาตานีจะอยู่ตรงไหน ใครจะกำหนดนั้นยังไม่รู้ แต่ที่แน่ๆคือ วันนี้การใช้ภาษามลายูโดยทั่วไปของคนปาตานียังมีปัญหา ทั้งการพูด อ่านและเขียน หลายภาคส่วนจึงพยายามที่จะสร้างให้ภาษามลายูปาตานีมีมาตรฐานขึ้นมา

บาบอมะยานี ดาหามิ โต๊ะครูเจ้าของสถาบันปอเนาะศรีฮาซานะห์ ต.บุดี อ.เมือง จ.ยะลา คือคนหนึ่งที่มองเห็นปัญหานี้ และมีความพยายามเช่นเดียวกับหลายๆฝ่ายในขณะนี้

บาบอมะยานี เป็นผู้ค้นพบสูตรหรือหลักหรือกฎของภาษามลายูอักษรยาวี โดยตั้งชื่อว่ากฎ “จือปือฆังยอ” (چڤڬڠڽ) ซึ่งกฎที่จะใช้สำหรับการเรียนการสอนภาษามลายูอักษรยาวีแบบง่ายๆ และนำไปสู่การสร้างมาตรฐานทางด้านภาษาเขียนของคนในพื้นที่ได้ โดยเฉพาะการเขียนยาวี

บาบอมะยานี เล่าว่า ตนคิดกฎนี้ได้จากประสบการณ์ในการผลิตตำราสอนศาสนาและตำราภาษามลายู โดยเฉพาะการผลิตตำราเรียนอัลกุรอ่านหรือวิชา “ตัจวีตระบบกีรออาตี” ในภาษามลายูอักษรยาวี

เดิมตำราเรียนระบบกีรออาตีที่ใช้ในพื้นที่เป็นตำราที่นำมาจากอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ และเป็นตำราที่ใช้ภาษามลายูอักษรรูมี(โรมัน) ตนจึงคิดผลิตตำราเรียนกีรออาตีภาษามลายูอักษรยาวีขึ้นมา เพราะคนที่นี่ใช้ภาษามลายูอักษรยาวี

เมื่อเริ่มเขียนตำรากีรออาตีฉบับภาษามลายูอักษรยาวีก็พบปัญหาเกี่ยวกับการใช้ตัวอักษรยาวีมาก เพราะไม่มีหลักสูตรหรือมาตรฐานการใช้ภาษาที่ชัดเจน พบเพียงการใช้ตามๆกันมา และยังพบว่า ตำราภาษามลายูยาวีแต่ละเล่มมีความแตกต่างกันในการเขียนตามความถนัดหรือความนิยมของคนเขียนแต่ละคน

ด้วยเหตุนี้ บาบอมะยานีจึงเริ่มที่จะศึกษาวิจัยเรื่องภาษามลายูอักษรยาวีอย่างจริงจัง จึงหยิบตำราหลายเล่มของเชคดาวูดอัลฟาตอนีย์ ซึ่งเป็นนักปราชญ์ชื่อดังของปัตตานีในอดีต ซึ่งเขียนตำราภาษามลายูด้วยอักษรยาวีจำนวนมากมาศึกษา เนื่องจากเชคดาวูดเป็นนักปราชญ์คนแรกๆที่ยืมตัวอักษรอาหรับมาใช้กับภาษามลายูที่ปาตานี

จากการศึกษาพบว่า ตัวอักษรหรือพยัญชนะยาวีมีทั้งหมด 21 ตัว โดยเป็นพยัญชนะที่ยืมมาจากพยัญชนะอาหรับเพียง 16 ตัวจากทั้งหมด 28 ตัว ส่วนพยัญชนะยาวีอีก 5 ตัว เป็นพยัญชนะที่คิดค้นขึ้นมาใหม่โดยดัดแปลงมาจากพยัญชนะอาหรับอีกทีหนึ่ง ได้แก่ ตัวอักษร چ ڠ ڬ ڽ ڤ mso-bidi-language:AR-SA">

เพราะฉะนั้น เชคดาวูดไม่ได้ยืมพยัญชนะอาหรับทั้งหมดมาเป็นพยัญชนะยาวี ส่วนที่มีบางคำในภาษามลายูที่มาจากภาษาอาหรับนั้น เป็นการยืมคำมาใช้ ไม่ใช่ยืมตัวอักษร เช่นคำว่า AR-SA">مشاركة , ﻅاليم

“ไหนลองอ่านตัวอักษรเหล่านี้แบบยาวีซิ...

mso-bidi-language:AR-SA">ا ب ت ج د ر...

งงละซิว่าอ่านแบบไหน !?”

บาบอมะยานีมักจะทดสอบทุกคนที่มาสนทนาปราศรัยเกี่ยวกับภาษามลายูด้วยวิธีการนี้ทุกครั้ง และทุกคนก็งงไปตามๆกัน แม้แต่คนที่อยู่ในแวดวงสื่อภาษามลายู?

หลายคนไม่รู้หรือไม่รู้ตัวว่า การออกเสียงพยัญชนะยาวีแบบยาวีจริงๆ เป็นอย่างไร เพราะส่วนใหญ่คนในพื้นที่ถูกสอนให้ออกเสียงแบบภาษาอาหรับ โดยเฉพาะเด็กๆ ซึ่งจะรู้จักตัวอักษรอาหรับอย่างดี เนื่องจากวิชาแรกๆที่คนมุสลิมจะสอนเด็กคือ การสอนอ่านอัลกุรอ่าน

การที่จะอ่านคำภีร์อัลกุรอานได้ ก็ต้องรู้จักตัวอักษรอาหรับทั้งหมด เพราะคัมภีร์อัลกุรอ่านเป็นภาษาอาหรับ

กรณีนี้ ก็เหมือนกับการเรียกพยัญชนะ A ซึ่งถ้าเป็นภาษาอังกฤษจะเรียกว่าตัว “เอ” แต่ถ้าในภาษาอินโดนีเซียจะเรียกพยัญชนะตัวนี้ว่า ตัว “อา” ซึ่งก็คือพยัญชนะตัวเดียวกัน แต่เรียกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น ตัวพยัญชนะ ج ซึ่งภาษาอาหรับเรียกว่าตัวญีม (Jeem) แต่ถ้ายาวีต้องเรียกกว่าตัวญอ (Joo) เป็นต้น เพราะฉะนั้น พยัญชนะยาวีทั้งหมด ก็ต้องเรียกดังนี้ อา บอ ตอ ญอ ดอ รอ....

บาบอมะยานีพูดต่ออย่างหนักแน่นทว่าติดตลกว่า “มีคนถามว่า ทำไมออกเสียงเหมือนพยัญชนะภาษาไทย ใช่ เหมือนกัน กอ ออ รอ มอ นอ...!?”

เมื่อเข้าใจเช่นนี้แล้วก็จะสามารถเข้าใจตัวอักษรยาวีได้ หมายความว่า ถ้าจะเข้าใจตัวอักษรยาวีก็เข้าใจตัวอักษรอาหรับก่อน เพราะอักษรยาวีมีที่มาจากอักษรอาหรับนั่นเอง

เมื่อเข้าใจตัวอักษรยาวีแล้ว ก็มาทำความเข้าใจหลักการออกเสียงของตัวอักษรยาวี ซึ่งจากการศึกษาวิจัย บาบอมะยานีพบว่า ตัวอักษรเดียวกันจะออกเสียงไม่เหมือนกันในกรณีที่อยู่ต้นคำและท้ายคำ

ยกตัวอย่างคำว่า mso-bidi-language:AR-SA">كتيك ซึ่งคำนี้ชัดเจนมากว่าตัวพยัญชนะ mso-bidi-language:AR-SA">ك ที่อยู่ต้นคำจะออกเสียง “กือ” (KE) ส่วนตัวที่อยู่ท้ายคำจะออกเสียงว่า “กอ” (Koo)

ยกเว้นว่าทั้งตัวอักษรต้นคำและท้ายคำจะมีตัวสระก็ต้องออกเสียงไปตามที่มีตัวสระ ซึ่งภาษามลายูอักษรยาวีก็มีตัวพยัญชนะที่เป็นสระเดียวกันกับภาษาอาหรับ คือ mso-bidi-language:AR-SA">ا ي و

บาบอมะยานีบอกว่า อันที่จริงพยัญชนะยาวียังมีอีกตัวหนึ่งคือ พยัญชนะ mso-bidi-language:AR-SA">ى เรียกว่าตัว “ยัย” ซึ่งถ้าจะอธิบายถึงพยัญชนะตัวนี้ก็คุยกันยาว ดังนั้นขอตัดออกไปก่อนในตอนนี้

ส่วนโครงสร้างของคำยาวี บาบอมะยาวีก็ค้นพบสูตรในการประสมตัวอักษร ซึ่งพบว่า มีสูตรในการประสมตัวอักษรอยู่จำนวน 27 กลุ่มพยัญชนะตั้งแต่ 2 พยัญชนะตามสูตร 1+1 เช่น คำว่า AR-SA">اد (แปลว่า มี) ไปจนถึง 10 พยัญชนะตามสูตร 2+2+2+2+2 เช่นคำว่า AR-SA">فورقفورندا (แปลว่า หัวหกก้นขวิด ...?) ส่วนสูตรอื่นๆ เช่น สูตร 2+1 อย่างคำว่า mso-bidi-language:AR-SA">باچ สูตร 3+2 อย่างคำว่า mso-bidi-language:AR-SA">تيڠڬي เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีสูตรในการประสมคำหลายๆคำให้เป็นคำเดียวกันด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม การใช้คำยาวีก็มีคำที่เป็นข้อยกเว้นอีกหลายๆคำ ซึ่งบาบอมะยานีเรียกคำพวกนี้ว่า ตัวตลกในภาษายาวี เพราะไม่ได้เขียนตามหลักไวยกรณ์ที่ควรจะเป็น เช่นคำว่า mso-bidi-language:AR-SA">درفد หรือคำว่า AR-SA">سڬل เพราะเป็นคำที่ตายตัวแล้วและคนนิยมเขียนแบบนี้

แม้หลัก“จือปือฆังยอ” นี้คิดค้นมาจากการศึกษาวิจัยตำราของเชคดาวูดก็ตาม แต่ในตำราของเชคดาวูดเองก็มีวิธีการเขียนคำที่ขัดแย้งกันเยอะแม้แต่ในตำราเล่มเดียวกัน บางคำก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้ในปัจจุบัน เช่น คำว่า mso-bidi-language:AR-SA">بڬ  (Bagi) หรือคำว่า AR-SA">بم  (Bumi)

บาบอมะยานีบอกอีกว่า เชคดาวูดยังเก่งในเรื่องการบัญญัติคำศัพท์ใหม่ๆในภาษามลายูอักษรยาวีด้วย โดยการผสมกันระหว่างพยัญชนะยาวีกับพยัญชนะอาหรับ เช่นคำว่า mso-bidi-language:AR-SA">شرڬ เพราะพยัญชนะ AR-SA">ش เป็นตัวอักษรอาหรับ ส่วนพยัญชนะ mso-bidi-language:AR-SA">ڬ เป็นตัวอักษรยาวี

บาบอมะยานี บอกว่า สูตรการประสมคำตามกฎ“จือปือฆังยอ” นี้ จะสามารถช่วยให้เด็กๆสามารถเรียนยาวีได้ง่ายขึ้น “เพียงแต่เราชี้ไปที่สูตรไหน เด็กๆก็จะนึกคำออกมาเองได้ทันที ทำให้เรียนได้เร็วขึ้น ที่สำคัญใครๆก็สามารถเรียนได้แม้ไม่มีพื้นฐานมาก่อน”

ขณะนี้บาบอมะยานีกำลังเร่งหาทุนเพื่อผลิตโปสเตอร์กฎ“จือปือฆังยอ” ขึ้นมา 1 ชุด ซึ่งมีจำนวน 6 แผ่น เพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับเผยแพร่กฎ“จือปือฆังยอ”ที่เขาคิดค้นขึ้นมา

บาบอมะยานี บอกว่า การทำความเข้าใจกฎ“จือปือฆังยอ”ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องมาเรียนรู้ก่อน ซึ่งบาบอเองก็กำลังจะเปิดอบรมผู้ที่สนใจในเรื่องนี้ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นครูโรงเรียนตาดีกา เพื่อให้พวกเขาสามารถสอนนักเรียนได้ง่ายขึ้น

“ต่อไปการเรียนการสอนยาวีเพื่อให้อ่านออกเขียนได้ในโรงเรียนตาดีกาควรอยู่แค่ชั้น 1 เท่านั้น เพราะเด็กจะเรียนรู้ได้เร็ว เมื่อเด็กอ่านออกเขียนได้เร็วขึ้น เราก็สามารถพัฒนาการเรียนการสอนวิชาอื่นๆได้มากขึ้น เด็กของเราก็จะพัฒนาเร็วขึ้น”

นั่นคือคำทิ้งท้ายของบาบอมะยานี ซึ่งแน่นอนว่าการถามหามาตรฐานทางภาษาก็ไม่น่าจะยากนักเมื่อคนของเรามีคุณภาพมากขึ้น

 

หมายเหตุ : งานเขียนชิ้นนี้เป็นต้นฉบับของหนังสือพิมพ์ Sinaran ฉบับที่ 14

mso-fareast-font-family:"Times New Roman";mso-bidi-language:AR-SA">سيناران mso-fareast-font-family:"Times New Roman""> (Sinaran) – หนังสือพิมพ์ซีนารัน color:#333333">

"Times New Roman"">http://issuu.com/deepsouthwatch/docs/sinaran_13 "Times New Roman";color:#333333">