เยี่ยมวิทยุชุมชน 'นราธิวาส' ค้นหาแพลทฟอร์มการสื่อสารเพื่อสันติภาพ

 

ประมวลเนื้อหาและบรรยากาศทีมงาน Deep South Watch ลงพื้นที่ตระเวนเยี่ยมวิทยุชุมชนชายแดนใต้ในช่วงเดือนรอมฎอน พร้อมค้นหาแพลทฟอร์มการสื่อสารเพื่อสันติภาพ ครั้งนี้เป็นของจังหวัดนราธิวาส

หลังจากทีมงานของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) นำโดยนายมูฮำมัดอายุบ ปาทาน บรรณาธิการอาวุโส ได้เดินสายพบปะสถานีวิทยุชุมชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานีแล้ว คราวนี้ก็ได้เวลาลงพื้นที่เยี่ยมสถานีวิทยุชุมชนในจังหวัดนราธิวาส

โดยเป็นสถานีที่ได้รับอนุญาตจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ให้ออกอากาศได้เป็นการชั่วคราวในช่วงเดือนรอมฎอน เช่นเดียวกับสถานีอื่นๆ รวม 48 สถานี

ซึ่งจากการลงพื้นที่ในจังหวัดนราธิวาสครั้งนี้ พบว่า หลายสถานีวิทยุก็มีกิจกรรมหลายอย่างเช่นเดียวกับหลายสถานที่ไปเยี่ยมในจังหวัดปัตตานี ซึ่งนอกจากการจัดรายการแล้ว บางแห่งมีช่องทางการสื่อสารอื่นๆด้วย เช่น การจัดเวทีบรรยาย และการเปิดเว็บไซต์ถ่ายทอดสดการจัดรายการวิทยุ หรือมีกิจกรรมหลักอื่นๆอยู่โดยใช้สถานีวิทยุเป็นตัวเชื่อมระหว่างกิจกรรมของตนเองกับคนในชุมชน

สำหรับการเยี่ยมสถานีวิทยุชุมชนในจังหวัดนราธิวาส มีขึ้นในวันที่ 13 กรกฎาคม 2557 จำนวน 4 สถานี ได้แก่

1.สถานีวิทยุอิฮฺยาอฺเรดิโอ ต.ละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส 100.75 MHz

2.สถานีวิทยุอัตตัรเรดิโอ อ.เมือง จ.นราธิวาส 104.00 MHz

3.หัวหน้าสถานีวิทยุมัสยิดตาราม อ.แว้ง จ.นราธิวาส 97.75 MHz

4.สถานีวิทยุสร้างสุขภาวะชุมชน บ้านบูเก๊ะตา ต.โละจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส 95.25 MHz

 

สถานีวิทยุอิฮฺยาอฺเรดิโอ

สถานีแรก คือ สถานีสถานีวิทยุอิฮฺยาอฺเรดิโอ คลื่นความถี่ 100.75 MHz ตั้งอยู่ในอาคารของสถานีวิทยุโดยเฉพาะ ภายในโรงเรียนอัลอิยะห์ บ้านกาเด็ง ต.ละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส มทางหลวงหมายเลข 42 (ปัตตานี- นราธิวาส) โดยสถานีอยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิอัลฟุรกอน เจ้าของโรงเรียนอัลอิยะห์ ปัจจุบันมีนักจัดรายการ 4 – 5 คน

นายมาหะมะรอยาลี บีดิง หัวหน้าสถานีวิทยุอิลยาฮเรดิโอ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านั้นสถานีวิทยุอิฮฺยาอฺเรดิโอถูกปิดสถานีเช่นเดียวกับสถานีวิทยุอื่นๆทั่วประเทศ ตามคำสั่งของคสช.จึงทำให้ทางสถานีไม่ได้กำหนดผังรายการในเดือนรอมฎอนไว้ก่อนล่วงหน้า แต่เมื่อได้รับอนุญาตให้ออกอากาศได้ชั่วคราวในเดือนรอมฎอน ในช่วง 2-3 วันแรกของเดือนรอมฎอนจึงยังไม่มีนักจัดรายการ ทางสถานีจึงเชื่อมสัญญาณการบรรยายธรรมจากโรงเรียนบำรุงอิสลาม(บราโอ) อ.เมือง จ.ปัตตานี

หลังจากนั้น ก็มีนักจัดรายการวิทยุมาจัดไม่ขาดสาย โดยทางมูลนิธิอัลฟุรกอนได้จัดค่าตอบแทนและการเดินทางให้นักจัดรายการวิทยุในช่วงเดือนรอมฎอน

ในการจัดรายการทางสถานีจะเป็นผู้มอบเนื้อหาสาระให้ผู้ฟังเอง โดยได้เชิญดาโต๊ะยุติธรรมประจำจังหวัดนราธิวาสมาให้ความรู้ เช่น ความรู้เกี่ยวกับสันติภาพซึ่งชาวบ้านให้การตอบรับอย่างดี

หลังจากนี้วางแผนไว้ว่า ทางสถานีจะรวบรวมผู้บรรยายธรรมของสถานีหรือที่ทางสถานีเชื่อมสัญญาณมาออกอากาศ มานัดพบผู้ฟังเพื่อให้ได้ฟังบรรยายกันแบบสดๆ เช่น นักบรรยายศาสนาชื่อดังในรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เป็นต้น

รวมทั้งต่อไปอยากให้สถานีวิทยุของมหาวิทยาลัยฟาฎอนี จ.ปัตตานี ที่ทางสถานีเป็นหนึ่งในห้าสถานีเครือข่ายด้วยนั้น ได้เป็นแม่ข่ายในการออกอากาศเชื่อมโยงสัญญาณไปยังสถานีอื่น

“สถานีวิทยุอิฮฺยาอฺเรดิโอแห่งนี้ อยู่คู่ชุมชนมานานแล้ว พอสถานีถูกระงับออกอากาศ ชาวบ้านก็มาถามข่าวคราวความคืบหน้าในการอนุญาตให้เปิดสถานีอยู่ไม่ขาดสาย”

 

สถานีวิทยุอัตตัรเรดิโอ

สถานีต่อไปคือ สถานีวิทยุอัตตัรเรดิโอ ของโรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์ โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามชื่อดังในจังหวัดนราธิวาส ตั้งอยู่ที่ชั้น 5 ของอาคารเรียน 4 จัดเป็นสัดส่วนเรียบร้อย โดยมีนายไพศาล ตอยิบ ผู้จัดการโรงเรียน และนางสาวรัชนี บินยูโซะ หรือ ดีเจเจนนี่ หัวหน้าฝ่ายรายการสถานีวิทยุอัตตัรเรดิโอ ให้การต้อนรับอย่างดี

นางสาวรัชนี บินยูโซะ หรือ ดีเจเจนนี่ หัวหน้าฝ่ายรายการสถานีวิทยุอัตตัรเรดิโอ บอกว่า สถานีวิทยุนี้ตั้งขึ้นมา 10 กว่าปีแล้ว โดยต้องการให้เป็นพื้นที่สื่อสารของคนในชุมชน และให้บุคลากรของโรงเรียนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านศาสนาได้ถ่ายทอดความรู้ หรือบรรยายธรรมผ่านสถานีวิทยุ

สถานีวิทยุอัตตัรเรดิโอมีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ ปัจจุบันมีการส่งกระจายเสียงทางอินเตอร์เน็ทด้วย เพื่อให้มีผู้ฟังได้กว้างขวางมากขึ้น ทำให้ที่ผ่านมามีศิษย์เก่าของโรงเรียนที่ไปศึกษาต่อที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ หรือที่ประเทศอินโดนีเซียเปิดรับฟังรายการของสถานีวิทยุอัตตัรเรดิโอผ่านระบบออนไลน์

เนื่องจากศิษย์เก่าของโรงเรียนไปเรียนต่อที่หลายประเทศ โดยเฉพากลุ่มประเทศอาหรับ ทำให้การจัดรายการของสถานีต้องมีทั้งภาษาอาหรับ ภาษามลายูและภาษาไทย

สำหรับในเดือนรอมฎอนที่ผ่านมา ให้นักจัดรายการได้จัดรายการเฉลี่ยคนละ 35 นาทีเท่านั้น เพราะแต่ละคนจะเพลียจากการถือศีลอด ยกเว้นในช่วงเย็นที่จัดรายการคนละ 1 ชั่วโมง เพราะเป็นรายการถามตอบ

จากนั้นในช่วงกลางคืน มีการถ่ายทอดเสียงการละหมาดตะรอเวียะห์ที่มัสยิดของโรงเรียน ทั้งทางวิทยุและทางระบบออนไลน์ รวมทั้งในช่วงสำคัญๆ เช่น ช่วงปีใหม่อิสลามที่มีการจัดเวทีเชิญนักวิชาการศาสนาอิสลามมาบรรยาย ก็มีการถ่ายทอดเสียงด้วย

กิจกรรมที่สำคัญของอัตตัรดิโอคือให้นักเรียนมาจัดรายการวิทยุด้วย ปัจจุบันมีนักนักเรียนนักจัดรายการ 13 คน โดยให้เวลาจัดรายการในช่วงเย็นหลังเลิกเรียน

สำหรับการพัฒนาต่อไป เร็วๆนี้ จะมีช่องโทรทัศน์อัตตัรชาแนลด้วย เพื่อเป็นช่องทางการสื่อสารบนจอแก้วอีกทางหนึ่งด้วย

 

สถานีวิทยุมัสยิดตาราม

สถานีต่อไป คือสถานวิทยุมัสยิดตาราม อ.แว้ง จ.นราธิวาส คลื่น 97.75 MHz ตั้งอยู่ในเป็นอาคารชั้นเดียวที่ลานหน้ามัสยิดตารามมัสยิด ซึ่งเป็นมัสยิดขนาดใหญ่กลางชุมชนแว้ง เป็นอาคารศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน ตาดีกามัสยิดตาราม และเป็นห้องบรรยายไปด้วย มีโต๊ะตั้งเรียงรายหลายตัวโดยมีเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่ด้วย ส่วนเสาอากาศตั้งอยู่บนหลังคามัสยิด

นายสมทรง บุญสนอง หัวหน้าสถานีวิทยุมัสยิดตาราม กล่าวว่า โดยปกติสถานีวิทยุมัสยิดตารามออกอากาศเพียงวันละ 2 ชั่วโมง เวลา 18.00 – 20.00 น.เท่านั้น ส่วนทุกวันอาทิตย์เวลา 13.00-14.00 น. จะมีตัวแทนกลุ่มต่างๆ มาจัดรายการ

ที่ผ่านมาสถานีวิทยุมีบทบาทเป็นสื่อกลางในการให้ความช่วยเหลือหรือประสานกับคนในชุมชน เช่น กรณีน้ำท่วม กรณีช่วยเหลือคนป่วย กรณีละหมาดคนเสียชีวิต หรือการช่วยเหลือผู้ขัดสนในชุมชน สถานีวิทยุก็จะกระจายข่าวในส่วนนี้ เพื่อให้เกิดการประสานงานในการช่วยเหลือร่วมกัน ไม่ว่าจะด้วยการให้ทุนทรัพย์ กำลังแรง หรือกำลังใจ

ปัญหาสำคัญของทางสถานีขณะนี้ คือ เครื่องส่งสัญญาณวิทยุชำรุดเนื่องจากถูกฟ้าผ่า กำลังระดมทุนและขอรับบริจาคจากคนในชุมชนเพื่อจัดซื้อเครื่องใหม่ นอกจากนี้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในการทำงานก็เป็นปัญหาใหญ่อีกปัญหาหนึ่ง เพราะทางสถานี ไม่มีเจ้าหน้าที่เทคนิค ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำ และไม่มีเจ้าหน้าที่รายการ

 

วิทยุสร้างสุขภาวะชุมชน

สถานีสุดท้ายที่ทีมงานศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้เดินทางไปเยี่ยม คือสถานีวิทยุสร้างสุขภาวะชุมชน บ้านบูเกะตา ต.โละจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส คลื่น 95.25 MHz ที่มีนายซาการียา บินยูซุฟ หัวหน้าสถานี เป้นหัวหน้าสถานี โดยเป็นสถานีวิทยุแห่งเดียวในจำนวนสถานีที่ไปเยี่ยมที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่ คสช.อนุญาตให้ออกอากาศได้ชั่วคราวในเดือนรอมฎอน

การก่อตั้งสถานีวิทยุชุมชนแห่งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมในภาคใต้ของประเทศไทย [Southern Thailand Empowerment and Participation (STEP) Project] เพิ่งออกอากาศได้เพียง 7 เดือนก่อนที่ คสช.จะมีคำสั่งให้วิทยุชุมชนทั่วประเทศระงับการออกอากาศ

ตัวสถานีตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับที่ตั้งมูลนิธิพัฒนาชุมชนเป็นสุข ซึ่งรอบๆสถานีมีการจัดแสดงและสาธิตเกี่ยวกับพลังงานทางเลือก เช่น ถังหมักก๊าซชีวภาพ ปั้มน้ำพลังถีบ ส่วนบนหลังก็มีการติดตั้งแผงโซล่าร์เซลผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ เรียกได้ว่ามีเยี่ยมครั้งเดียวได้ชมหลายอย่างแบบจุใจ

สถานีวิทยุแห่งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากชายแดนไทย-มาเลเซีย หากออกอากาศได้จะทำให้ประชาชนที่อยู่ทางฝั่งประเทศมาเลเซียสามารถรับฟังได้ โดยมีการเชื่อมโยงสัญญาณข่าวภาษามลายูจากกรมประชาสัมพันธ์ของไทย เวลา 19.00 – 19.05 น. ทุกวันด้วย

นายซาการียา บิณยูซุฟ หัวหน้าสถานีวิทยุ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทางสถานีสามารถออกอากาศไปได้ด้วยดี โดยจุดแข็งของสถานีคือ มีกลุ่มเป้าหมายหลากหลายตามรายการต่างๆ ของสถานี จึงทำให้หน่วยงานรัฐต้องการเข้ามาร่วมจัดรายการด้วยหลายหน่วยงาน และเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนมาจัดรายการด้วย

นายซาการียา บอกว่า เราเป็นวิทยุนักพัฒนา เราก็เสียใจที่สถานีไม่ได้ออกอากาศ และในการจัดรายการก็พยายามให้คำว่าสันติภาพอยู่ในใจของเด็กและเยาวชนที่เข้ามาจัดรายการ

 

อ่านง่านที่เกี่ยวข้อง

เยี่ยมวิทยุชุมชน(ปัตตานี) ค้นหาแพลทฟอร์มการสื่อสารเพื่อสันติภาพ