สรุปเหตุระเบิดร้านอาหาร 4 แห่งในปัตตานี ด้านแม่ทัพเสียใจ 2 เหตุทหารพลาดยิงถูกเด็กตาย

 

สรุปเหตุระเบิดร้านอาหาร 4 แห่งในปัตตานี ตาย 2 เจ็บ 2 วันเดียวเกิดรวม 5 เหตุการณ์ ด้านแม่ทัพ4 เสียใจ2 เหตุการณ์ทหารยิงถูกเด็กตาย ชี้ยามวิกาลโอกาสพลาดสูง พร้อมช่วยเต็มที่ กำชับเจ้าหน้าที่ตั้งด่านต้องแต่งกายให้ชัดเจนและมีแสงสว่าง เป้าหมายไม่ชัดห้ามยิง ส่วนพ่อเด็กถูกยิงกลางหลังอาการปลอดภัยแล้ว ส่วนแม่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์

ส่วนปฏิบัติการและรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ศูนย์ปฏิบัติการร่วม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) สรุปเหตุรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม 2557 โดยเฉพาะเหตุลอบวางระเบิดร้านอาหาร 4 จุดในเขตอ.เมือง จ.ปัตตานี ซึ่งเกิดขึ้นในเวลา 18.45 น. ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย ดังนี้

1.ร้านอาหารครัวสงขลา ถ.สามัคคี สาย ข. โดยคนร้าย 2 คน แต่งกายใส่เสื้อแขนยาวสีดํา กางเกงขายาว ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าร้านแล้วนำวัตถุระเบิดแสวงเครื่องประกอบในท่อเหล็กทรงกลม จุดชนวนด้วยการตั้งเวลาไปวางไว้ภายในร้านแล้วรีบวิ่งออกมาจากนั้น 5 นาทีก็เกิดระเบิดขึ้น

2.ร้านมารวย ถ.นาเกลือ บ้านยูโย ม.8 ต.บานา อ.เมือง มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย คือนางพรรณี ราชชาดา อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณขาขวา และนางอุบล สัมฤทธิ์ อายุ 28 ปี พฤติกรรมคนร้ายเช่นเดียวกับจุดแรก

3.ร้านอาหารสายรุ้งคาราโอเกะ ถ.หลัง ม.อ.ปัตตานี บ้านสวนสมเด็จ ม.6 ต.รูสะมิแล ทำให้นางสาวหมวย ริดธิชัย อายุ 17 ปีสัญชาติลาว ซึ่งเป็นนพนักงานร้านถูกสะเก็ดระเบิดเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ พฤติกรรมคนร้ายเช่นเดียวกับจุดแรก

4.ร้านอาหารแฟนจ๋าคาราโอเกะ ถ.หน้าสงเคราะห์ บ้านสวนสมเด็จ ม.6 ต.รูสะมิแล โดยคนร้ายนำระเบิดไปวางไว้ริมกำแพงข้างร้าน โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง

ก่อนหน้านี้เวลา เวลา 02.05 น.คนร้ายไม่ทราบจํานวนลอบวางเพลิงเผากล้องวงจรปิดดที่ติดอยู่ที่มัสยิดกลางปะนาเระและบริเวณโรงเรียนตาดีกาดาโต๊ะสีรีโมฮัมเหม็ดนัซรีหลังมัสยิดกลางปะนาเระ ม.3 ต.ปะนาเระ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานีเสียหาย 5 ตัว และถูกขโมยไป 3 ตัว

เวลา 10.58 น.คนร้ายลอบวางระเบิด ชป.ฉก.ปัตตานี 24 ซึ่งเป็นชุดแพทย์เคลื่อนที่ขณะกลับจากให้บริการประชาชนในพื้นที่บ้านแคนา ม.7 ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ตามโครงการ 1 ศุกร์ 1 มัสยิด ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณคอสะพาน บ้านสายหมอ ม.6 ต.บางเขา

เวลา 17.50 น.คนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ประกบยิง จ.ส.ต.เจษฎายุทธ แก้วนะ อายุ 37 ปี สังกัด ตชด.44 ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ตามถนนเลียบชายหาดวาสุกรี โดยมีนางนุชรี แก้วนะ อายุ 45 ปีภรรยานั่งซ้อนท้ายได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ส่วนในพื้นที่จ.นราธิวาส มี 1 เหตุการณ์ เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 19.20-21.00 น.คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางเพลิงเผาเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ อ.รือเสาะ อ.ยี่งอ และ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รวม 5 จุด

สรุปทั้งหมดมี 5 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย

 

แม่ทัพ4 เสียใจ2 เหตุการณ์ทหารยิงถูกเด็กตาย

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 30 ตุลาคม 2557 พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4ลงพื้นที่เยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจ(ฉก.) นราธิวาส อ.เมือง จ.นราธิวาส และให้กำลังใจกำลังพล พร้อมกำชับและมอบนโยบายการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยเน้นการปฏิบัติในเชิงรุกให้มากขึ้น ทั้งการปิดล้อมตรวจค้น และทำลายเป้าหมายของคนร้ายและให้กำลังหน่วยทุกกรมและ ฉก.ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้พยามดึงมวลชนเข้ามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ในหลากหลายมิติ

พล.ท.ปราการ กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นว่าคนในพื้นที่รู้จักพื้นที่และเข้าใจพื้นที่มากกว่าเจ้าหน้าที่ ดังนั้นหากได้รับความมือจากประชาชน ก็จะทำให้การแก้ปัญหาได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน

พล.ท.ปราการ ยังได้กล่าวแสดงความเสียใจกับ 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดนราธิวาสด้วย ได้แก่ เหตุเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนยิงรถกระบะบนถนนในหมู่บ้านฮูแตยือลอ ม.6 ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 คน หนึ่งในนั้นคือ ด.ญ.ไฮซูลา แตเมาะ อายุ 10 ขวบ ถูกยิงเข้าที่ศีรษะและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เหตุเกิดเมื่อเวลา 23.40 น.วันที่ 23 ตุลาคม 2557

อีกเหตุการณ์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา คือทหารพราน ร้อย.ฉก.ทพ.4916 อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ใช้อาวุธปืนยิงใส่วัยรุ่นเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนร้าย ทำให้ ด.ช.มูฮำหมัดอาซูวัน ซอเฮาะ อายุ 14 ปี เสียชีวิต

พล.ท.ปราการ กล่าวว่า ทั้ง 2 เหตุเกิดขึ้นในยามวิกาล ทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่าย ดังนั้นเพื่อไม่ให้มีเหตุเกิดขึ้นซ้ำและป้องกันความผิดพลาด จึงได้กำชับทุกหน่วยทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองให้แต่งกายบอกฝ่ายอย่างชัดเจน และแต่งเครื่องแบบให้ชัดว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงเพื่อให้ชาวบ้านเข้าใจและแยกแยะได้

โดยเฉพาะการตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจต้องแต่งเครื่องแบบให้ชัดเจน และให้มีส่องสว่าง เพียงพอ แสดงถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ และห้ามใช้อาวุธปืน ยิงเป้าหมายไม่ที่มีความชัดเจน จนเกิดเหตุชาวบ้านเสียชีวิตและบาดเจ็บอีก ในส่วนของชาวบ้านที่บาดเจ็บ และเสียชีวิต สืบเนื่องจากการกระทำของเจ้าหน้า ทางการพร้อมที่จะเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่อย่างแน่นอน” พล.ท.ปราการ กล่าว

 

พ่อเด็กปลอดภัยแล้ว ส่วนแม่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์

 

ต่อมา พล.ท.ปราการ ได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อเยี่ยมอาการและให้กำลังใจนายรอมือซี แตเมาะ อายุ 34 ปี พ่อของด.ญ.ไฮซูลา ซึ่งถูกยิงด้วยปืนเอ็ม 16 เข้าแผ่นหลังในเหตุการณ์เดียวกันซึ่งอาการปลอดภัยแล้ว โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้มอบเงินช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ พร้อมได้รับปากที่จะให้ความช่วยเหลือ คนในครอบครัวที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุที่เกิดขึ้น

แต่นายรอมือซียังไม่สามารถที่จะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวโรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ได้ จึงได้ติดต่อทางโทรศัพท์ขอสัมภาษณ์นางอัสรูฮา สะนิ อายุ 30 ปี แม่ของด.ญ.ไฮซูลา ซึ่งถูกยิงบาดเจ็บเล็กน้อยในเหตุการณ์เดียวกัน แต่นางอัสรูฮาปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ ระบุเพียงว่าต้องให้เรื่องนี้จบแล้ว พอแล้ว