‘BUMI–PICSEB’ กลุ่มคนรุ่นใหม่ ตั้งใจฟื้นฟูอัตลักษณ์ ‘มลายูปาตานี’

 

รู้จัก ‘BUMI’ องค์กรคนรุ่นใหม่ตั้งใจฟื้นฟูอัตลักษณ์ ‘มลายูปาตานี’ กระตุ้นชาวบ้านให้รู้อยากทำกิจกรรม อนุรักษ์หวงแหนวัฒนธรรมเก่าแก่ ส่วน ‘PICSEB’ เน้นเผยแพร่วรรณกรรมมลายูปาตานี ด้วยเหตุที่เชื่อว่าทำให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้

เข้าช่วงปีใหม่ตามปฏิทินอิสลาม ฮ.ศ.1436 หลายองค์กรต่างก็จัดงานกันอย่างคึกคัก แน่นอนว่ากิจกรรมส่วนใหญ่ยึดโยงอยูกับเรื่องศาสนาอิสลามและวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือปาตานี

อย่างเช่น “มหกรรมเปิดโลกฮิจเราะห์ศักราช 1436” ที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ระหว่างวันที่ 1 -2 พฤศจิกายน 2557 ที่ผ่าน ซึ่งจัดโดยศูนย์วัฒนธรรมสลาตัน หรือ BUMI ร่วมกับชมรมตาดีกาอำเภอรือเสาะ (PUTRA) และชมรมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม (PICSEP)

 

ศูนย์วัฒนธรรมสลาตัน (BUMI)

h

นายคอยรุดดีนย์ ดือเร๊ะ ประธานศูนย์ BUMI เล่าถึงประวัติความเป็นมาของศูนย์ BUMIว่า ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2554 จุดประสงค์เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมมลายูปาตานีและความเป็นเอกลักษณ์ของมลายูปาตานีเป็นหลัก

แต่เนื่องจาก BUMI ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปมากนั้น จึงมีแนวคิดจัดกิจกรรมในพื้นที่ต่างๆขึ้นมาด้วย เพื่อให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ดังนั้นในการจัดกิจกรรมแต่ละครั้ง ทาง BUMI จะนำกลุ่มร้องเพลงอนาซีดกอมปังไปด้วยทุกครั้ง เพื่อดึงความสนใจของคนในชุมชน

โดยกลุ่มร้องเพลงอนาซีดกอมปังที่ลงพื้นที่จัดกิจกรรมร่วมกันบ่อยที่สุดก็คือ วงมุสรา (Musra) แต่ปัจจุบันศูนย์ BUMI เองก็มีทีมร้องเพลงอนาซีดในจากต่างๆใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 18 ทีมที่เป็นเครือข่ายการทำงานร่วมกัน

ในการจัดกิจกรรมต่างทางศูนย์ BUMI จะสอดแทรกเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอผ่านเนื้อเพลงอนาซีด โดยเป็นเนื้อหาที่สอดคล้องและให้ความหมายที่เน้นเกี่ยวกับเอกลักษณ์ของคนมลายูปาตานี และเนื้อหาเกี่ยวกับการร่วมมือร่วมใจของคนมลายูในการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

จุดประสงค์ก็เพื่อต้องการให้ทุกคนรู้จักถึงวัฒนธรรมมลายูปาตานีที่แท้จริง และรู้จักอัตลักษณ์ของคนมลายู เป็นการกระตุ้นให้วัฒนธรรมมลายูปาตานีเป็นที่รู้จักมากขึ้น หลังจากที่ถูกลืมทิ้งไปนาน

หลังจากก่อนศูนย์ BUMI แล้ว มีการจัดกิจกรรมครั้งแรกจัดขึ้นที่บ้านแลแวะ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี จากนั้นก็จัดเวียนไปตามพื้นที่ต่างๆ

สำหรับการเลือกสถานที่จัดงานนั้น จะเน้นพื้นที่ที่ยังไม่เคยจัดกิจกรรมแบบนี้มานานแล้ว และเป็นพื้นที่ที่ไม่มีความสามารถจัดงานใหญ่ๆได้

ก่อนจัดกิจกรรมก็จะลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับชาวบ้านก่อน หากชาวบ้านเห็นด้วยและได้รับการสนับสนุนจากชาวบ้าน ก็จะจัดกิจกรรมในพื้นที่ดังกล่าว เป็นการกระตุ้นคนในพื้นที่รู้สึกอยากจัดกิจกรรมต่างๆขึ้นมาในหมู่บ้านด้วย

โดยปกติศูนย์ BUMI จะจัดกิจกรรมด้วยตัวเอง แต่ปัจจุบันจะจัดร่วมกับชมรมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม (PICSEB) เพราะบางพื้นที่ไม่มีหน่วยงานใดมาสนับสนุน จึงทำให้ต้องร่วมมือกันหลายๆองค์กร

BUMI ยังเป็นองค์กรที่อ่อนแอในด้านความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์มลายูปาตานี และอัตลักษณ์มลายูปาตานี จึงจำเป็นต้องหาความรู้เพิ่มเติมด้านนี้ให้มากพอที่จะนำเข้าไปพูดคุยกับคนในชุมชนได้

ส่วนในการเตรียมต้อนรับอาเซียนนั้น ทาง BUMI เห็นว่า ยังไม่เป็นความเป็นอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรมมากนัก แต่อย่างไรก็ตามเราก็ต้องสร้างองค์กรให้เข้มแข็งก่อน เพราะถ้าองค์กรมั่งคงพอและเข้มแข็งมากแล้ว สิ่งดีๆก็ย่อมเกิดขึ้นตามมา แต่ต้องพัฒนาองค์กรให้ดีขึ้นกว่านี้ก่อน

 

ชมรมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม (PICSEB)

 

          นายมูฮัมหมัดอาซาดี ลาเต๊ะ ประธานชมรมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม (PICSEB) เล่าถึงความเป็นมาของ PICSEB ว่าเกิดจากการรวมกลุ่มของเพื่อนๆ 4 คน ที่มีความชอบในวัฒนธรรมมลายูปาตานีเหมือนกัน ทั้ง 4 คนเป็นคนไทยที่เคยอาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซียมานาน เมื่อกลับมาบ้านจึงรวมกลุ่มตังเป็นชมรมนี้ขึ้นมา

PICSEB เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับวรรณกรรมมลายูปาตานีเป็นหลัก และเป็นองค์กรที่จัดอบรมให้ครูตาดีกาเกี่ยวกับการเรียนการสอนด้วย

จุดประสงค์ของชมรมเพื่อเผยแพร่วรรณกรรมมลายูปาตานีให้มากขึ้น เพราะเชื่อว่าวรรณกรรมสามารถทำให้คนๆหนึ่งเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้ แต่ส่วนใหญ่วรรณกรรมไม่ค่อยมีใครจะเรียนรู้มากแล้ว จึงคิดว่าจำเป็นต้องตั้งชมรมนี้ขึ้นมาทำหน้าที่เผยแพร่วรรณกรรมมลายูปาตานี