สิ้นนางจิราพร บุนนาค อีกหนึ่งนักสันติวิธีผู้ผลักดันสันติภาพชายแดนใต้

นางจิราพร บุนนาค อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสียชีวิตแล้วเมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2558 เผยเป็นหนึ่งในผู้ยืนหยัดในแนวทางสันติวิธีเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง ผลักดันกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้และมีบทบาทในการพูดคุยกับฝ่ายที่เห็นต่างจากรัฐในทางลับ

เมื่อเวลาประมาณ 17.45 น.วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2558 นางจิราพร บุนนาค อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบหลังจากได้ต่อสู้กับโรคมะเร็งมาหลายปี โดยทางครอบครัวญาติมิตรได้นำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดมกุฏกษัตริยาราม กรุงเทพมหานคร

ในห้วงที่ผ่านมา นางจิราพรมีบทบาทสำคัญในการนำสันติวิธีมาใช้แก้ไขปัญหาความขัดแย้งในมิติต่างๆ ของสังคมไทย โดยเฉพาะปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้เกษียณอายุราชการไปแล้วหลายปี ทั้งยังได้ติดตามการทำงานของหน่วยงานด้านความมั่นคงมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นด้านนโยบาย คือ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และฝ่ายปฏิบัติ ทั้งทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง

สิ่งหนึ่งที่แสดงถึงบทบาทการติดตามการแก้ปัญหาและการรู้จริงถึงความพยายามของรัฐในการดำเนินกระบวนการสันติภาพเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สะท้อนออกมาในการบรรยายเรื่อง “ความพยายามทั้งหมดของ Track 1 ต่อสันติภาพในชายแดนใต้/ปาตานี” ในหลักสูตรการเปลี่ยนผ่านความขัดแย้ง ของวิทยาลัยประชาชน (People’s College) ที่มีขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม 2557 ที่คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

การบรรยายครั้งนั้น นางจิราพรได้กล่าวถึงบทบาทของกระบวนการสันติภาพในกลุ่มระดับนำ หรือ Track 1 และอนาคตของการพูดคุยดังกล่าวว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ไล่ตั้งแต่เจนีวาโปรเสส (Geneva Process) จนถึงกระบวนการพูดคุยที่แคแอล ผ่านหลายรัฐบาลและตัวละคร โดยสามารถอธิบายถึงมุมมองแต่ละฝ่ายเป็นอย่างไร

ติดตามอ่านได้โดยคลิกที่ จิราพร บุนนาค: ประสบการณ์และบทเรียนของกระบวนการสันติภาพใน Track 1

 

ขณะที่ทางด้านเว็บไซต์สำนักข่าวอิศรา (http://www.isranews.org/south-news/documentary/item/37223-jaa.html) ระบุไว้ว่า นางจิราพร เกษียณอายุราชการมาหลายปีแล้ว แต่ยังคงทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง ทั้งในหมวกของกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาในอีกหลายองค์กร เช่น สถาบันพระปกเกล้า เป็นต้น ทั้งๆ ที่เธอป่วยเป็นโรคมะเร็ง แต่ก็ยังไม่ละทิ้งงานในหน้าที่

นางจิราพร เป็นหัวหอกสำคัญของภาคราชการให้นำสันติวิธีมาใช้แก้ไขปัญหาความขัดแย้งในมิติต่างๆ ของสังคมไทย โดยเฉพาะปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และยืนหยัดยึดมั่นในแนวทางนี้มาโดยตลอด ทำให้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากแทบทุกวงการ ทั้งหน่วยงานความมั่นคง ทหาร ตำรวจ องค์กรพัฒนาเอกชน และภาคประชาสังคม

นอกจากนั้น นางจิราพร ยังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการพูดคุยเจรจากับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐในทางลับ เพื่อเพิ่มช่องทางในการสื่อสารสำหรับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกทั้งยังเป็นที่ปรึกษาหลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข หรือ 4ส. ของสถาบันพระปกเกล้า เพื่อขยายองค์ความรู้ด้านสันติวิธีในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทย ทั้งความขัดแย้งทางการเมือง สังคม สิ่งแวดล้อม คนชายขอบ และการแย่งชิงทรัพยากร

การเสียชีวิตของนางจิราพร จึงเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของบุคคลในแวดวงสันติวิธี ภาคประชาสังคม รวมทั้งฝ่ายความมั่นคงเอง และยังเป็นความสูญเสียตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยกับผู้เห็นต่างจากรัฐเพื่อดับไฟใต้ด้วย