อาบูฮาฟิซ อัล-ฮากีม: จิราพร บุนนาค – การพบกันครั้งสุดท้ายของเรา

หมายเหตุกองบรรณาธิการ: ข้อเขียนขนาดสั้นชิ้นนี้เป็นของ ‘อาบูฮาฟิซ อัล-ฮากีม’ ซึ่งเผยแพร่ในบล็อกของเขาครั้งแรกในวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมาในชื่อ ‘JIRAPORN BUNNAG - Our Last Encounter’ โดยเป็นคำอุทิศให้แก่พี่แจ๋ จิราพร บุนนาค กรรมการที่ปรึกษา สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า และอดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติผู้ผลักดันยุทธศาสตร์สันติวิธีในภาครัฐมาโดยตลอด หลังจากเธอจากไปเมื่อวันที่ 14 มีนาคมด้วยอาการที่ทรุดหนักจากโรงมะเร็ง กองบรรณาธิการเห็นว่าข้อเขียนชิ้นนี้เป็นหลักฐานที่บันทึกการทำงานเพื่อสันติภาพของ ‘พี่แจ๋’ ที่ผ่านมาจนถึงวาระสุดท้าย จึงขอนำบทแปลเป็นภาษาไทยมาเผยแพร่อีกครั้ง ขอบคุณ ‘เวทิน ทิชากร’ ที่กรุณาแปลความเป็นภาษาไทยด้วยถ้อยคำที่งดงามอีกเช่นเคย

อนึ่ง อาบูฮาฟิซ ยังได้เคยบันทึกถึงการสูญเสียของ ‘อัฮหมัดสมบูรณ์ บัวหลวง’ คนทำงานสันติภาพคนสำคัญอีกคนไปก่อนหน้านี้ (กรุณาดูข้อเขียนของเขาที่ ‘AHMADSOMBOON BUALUANG - His Last and Final Journey’ และบทแปล ‘อาบูฮาฟิซ อัล-ฮากีม: อัฮหมัดสมบูรณ์ บัวหลวง – การเดินทางครั้งสุดท้าย’) นับว่าเขาได้มีส่วนร่วมในการทำงานสำคัญอยู่เบื้องหลังร่วมกับทั้งเขาและเธอมาโดยตลอด

000

(คำอุทิศแด่ พี่แจ๋ จิราพร บุนนาค – ผู้ผลักดันสันติภาพในชายแดนใต้)

ความรู้สึกแรกของเราที่มีต่อท่านเมื่อพบกันครั้งแรกคือ ผู้หญิงร่างเล็กคนนี้จะเข้าใจความเจ็บปวดของประชาชนชายแดนใต้ที่ถูกทอดทิ้งได้อย่างไรในเมื่อใช้เวลาทำงานเกือบทั้งชีวิตอยู่ในศูนย์กลางอำนาจที่ดูแสนห่างไกล? เธอจะเข้าถึงความจริงอันขมขื่น ซึ่งประชาชนที่ไม่เหมือนเธอเลยทั้งวิถีชีวิตและเชื้อชาติ ต้องประสบพบเจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับความไม่สงบทางการเมืองมายาวนานได้หรือ?  

แต่เพียงแค่นั่งฟังคำพูดที่นุ่มนวลแต่หนักแน่นของท่านเพียงไม่กี่ชั่วโมง เราเห็นได้เลยว่า ท่านไม่เพียงแต่รับทราบเรื่องราวความทุกข์ยากของประชาชนมากกว่าที่เราคิดเท่านั้น แต่ท่านยังรับรู้ถึงความเจ็บปวดของพวกเขาเหล่านั้นได้ราวกับว่าท่านได้อยู่ท่ามกลางเหยื่อของความรุนแรง ความอยุติธรรม และการเลือกปฏิบัติในพื้นที่ด้วย

เสียงของท่านอาจจะบางเบา แต่เจตจำนงกลับแกร่งดังเหล็กกล้า ท่านได้สอนผู้หญิงโดยเฉพาะเหยื่อ ให้ลุกยืนโดยปราศจากความกลัว ให้ส่งเสียงแม้ในภาวะที่ดูมืดมน

จากที่เราได้พบเจอกันมากว่า 5-6 ปี เราได้คุยกันหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา ภาษา ศาสนา วัฒนธรรม ประเด็นทางสังคม และความเป็นอยู่ของประชาชน การพูดคุยที่ต่อเนื่องในเรื่องเหล่านี้ ได้พัฒนาไปจนในที่สุดได้ขยายไปสู่ประเด็นการเมืองและกระบวนการสันติภาพ

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังฉากโดยมีคนรับรู้เพียงหยิบมือที่อยู่บน “สองฟากฝั่งของกำแพง” เป้าหมายหลักของพวกเราคือทำอย่างไรกระบวนการสันติภาพจึงจะเกิดขึ้นและเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน เราไม่อาจกล่าวได้ว่ากระบวนการสันติภาพที่เกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อน เป็นผลจากการโน้มน้าวของเราต่อคู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่าย แต่สิ่งที่เราได้เห็นนั้น มันคือดอกผลของสิ่งที่เราได้พูดคุยและทำงานร่วมกันมาเงียบๆ เพื่อให้กระบวนการได้ริเริ่มเดินไป

ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและสุขภาพที่ทรุดโทรมลงของท่าน ไม่ได้ขวางกั้นความมุ่งมั่นที่จะเชื่อมต่อกับผู้คนจากสองฟากฝั่ง เพื่อสื่อสารและแปรเปลี่ยนความตั้งใจที่บริสุทธิ์ไปสู่สันติภาพที่เป็นไปได้และยั่งยืนในความหมายที่แท้จริง

ในวันสุดท้ายที่พบกัน มันช่างปวดใจที่ต้องเห็นท่านซึ่งดูเปราะบางและซูบผอมบนเก้าอี้รถเข็น ดั้นด้นเดินทางจากบ้านของท่านมา เพื่อที่จะพูดกับเราเพียงคำสองคำแม้จะถูกทัดทานจากครอบครัวและคนใกล้ชิด และยิ่งน่าเศร้าขึ้นไปอีกที่ต้องพบว่าท่านไม่สามารถได้ยินสิ่งที่พวกเราพูดต่อท่านได้ทั้งหมด และเราเองก็ไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่ท่านต้องการจะพูดได้เต็มที่

เราสัมผัสได้ถึงความทนทุกข์ของท่านที่ต้องผ่านกระบวนการรักษาด้วยเคมีบำบัด แม้เราจะอวยพรท่านให้หายป่วยโดยเร็วด้วยคำปลอบโยนและการให้กำลังใจ แต่ลึกๆ ในหัวใจ เราก็รู้ดีว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้พบกัน

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2558 เวลา 19.36 น. เราได้รับข้อความจากเพื่อนสนิทคนหนึ่งว่า: พี่แจ๋จากไปแล้วอย่างสงบเมื่อประมาณหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว เราต่างสวดมนต์ให้ท่าน ขอให้ท่านไปสู่สุคติ เช้าวันนี้ได้กระซิบข้างๆ ท่านว่า งานและความฝันของท่านจะได้รับการสานต่อไป

ภายในเวลาไม่ถึงหกเดือน เราได้สูญเสียบุคคลสองคนที่สร้างคุณูปการที่คู่ควรแก่การยอมรับและนับถือในฐานะของผู้ขับเคลื่อนสันติภาพแห่งชายแดนใต้: อาจารย์อัฮหมัดสมบูรณ์ บัวหลวง (20 กันยายน 2557) และท่านจิราพร บุนนาค (14 มีนาคม 2558) ทั้งสองคือกำลังสำคัญของสถาบันพระปกเกล้า

 

“ข้าจะพูดอย่างไรได้อีก..

เมื่อมีความนัยอีกมากมายจะบอก..

ขณะที่...ถ้อยคำกลับน้อยนัก..

และ...น้ำหมึกมีน้อยนิด..

แต่ความรู้สึกมันเอ่อล้น..

และครั้นเธอจากไป...จะทิ้งไว้เพียงช่องว่าง อยู่กลางใจเราทุกคน” – นิรนาม

 

แด่คนที่ท่านรัก ครอบครัว และเพื่อน ขอจงมั่นใจว่า สิ่งที่พี่แจ๋เฝ้าใฝ่ฝันตลอดมาที่จะเห็นสันติภาพและทำงานหนักมาตลอดเพื่อฝันนั้น จะเป็นความจริง.....สักวัน

โดย อาบูฮาฟิซ อัล-ฮากิมจากนอกรั้วปาตานี

19 มีนาคม 2015 / 28 ญะมาดิล เอาวาล ฮ.ศ.1436

แปลโดย เวทิน ทิชากร

19 มีนาคม 2558

(ภาพสุดท้ายของพี่แจ๋ระหว่างอยู่กับเราในวันที่ 6 มีนาคม 2558)