แม่ทัพยืนยันแม้ความรุนแรงลด แต่การพูดคุยสันติสุขก็ต้องเดินหน้าต่อ พร้อมเปิดทางวิทยุชุมชนเดือนรอมฎอน

แม่ทัพภาค 4 พบปะสื่อปัตตานี ยืนยันแม้ความรุนแรงลดลง แต่การพูดคุยสันติสุขต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อแก้ปัญหารากเหง้าของความขัดแย้ง มุ่งสร้างความเข้าใจให้ผู้เห็นต่างใช้แนวทางสันติวิธี พร้อมรับที่จะดำเนินการเปิดทางวิทยุชุมชนออกอากาศได้ในเดือนรอมฎอน

มท.

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2558 ที่โรงแรมซีเอส ปัตตานี พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (ผอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้นำนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาในพื้นที่เดินทางมาพบปะกับสื่อมวลชนใน จ.ปัตตานี เพื่อหารือแนวทางการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในเรื่องบทบาทสื่อกับการแก้ปัญหา

โดยพล.ท.ปราการ ระบุว่า การปฏิบัติงานของหน่วยงานความมั่นคงมีการบูรณาการยึดหลักกฎหมาย และแนวทางสันติวิธี เคารพสิทธิมนุษยชน และมีความโปร่งใส่ โดยยึดหลักแนวคิดที่สำคัญคือ ปรับทุกข์ ผูกมิตร ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมพัฒนา ให้ตรงต่อความต้องการของประชาชน ตามแนวทางชนะจิตใจเพื่อนำไปสู่การชนะทางความคิด อันเป็นปัจจัยสำคัญในการคืนความสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

พล.ท.ปราการ ระบุว่า ขณะนี้สถานการณ์รุนแรงในพื้นที่ลดลงถึง 60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และมีการสูญเสียลดลงถึง 40%

พล.ท.ปราการ กล่าวถึงการพูดคุยสันติสุขด้วยว่า แม้ว่าความรุนแรงลดลงแต่การพูดคุยสันติสุขก็ต้องดำเนินการต่อไป เพราะทุกความขัดแย้งที่เกิดขึ้นสามารถจบลงได้ด้วยการพูดคุย และความขัดแย้งและความรุนแรงที่นี่ก็มีตัวแสดงชัดเจนมาตั้งแต่ปี 2556 ที่มีการพูดคุยอย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก ดังนั้นมีความประชาชนสามารถอยู่อย่างมีความสุขแล้ว แต่ปัญหารากเหง้าของความรุนแรงยังมีอยู่ก็ต้องคลี่คลายปัญหานี้ด้วยการสร้างความเข้าใจให้กับกลุ่มคนที่ต่อสู้อยู่ให้อยู่ในแนวทางสันติวิธีให้ได้

พล.ท.ปราการ กล่าวด้วยว่า การพูดคุยสันติสุขขณะนี้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องในระดับนโยบาย แต่ไม่สามารถที่จะเปิดเผยได้ ส่วนการพูดคุยในระดับพื้นที่ ทางกอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้ดำเนินการไปแล้วมากกว่า 100 เวที ซึ่งได้รวบรวมความเห็นและข้อเสนอแนะทั้งหมดเสนอต่อระดับนโยบาย ซึ่งจริงๆแล้วสามารถต่อช่องทางไปยังกลุ่มผู้เห็นต่างไปบ้างแล้วผ่านญาติพี่น้อง เช่น ในโครงการพาคนกลับบ้าน ซึ่งนายอำเภอทั้ง 37 อำเภอในพื้นที่เป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการนี้เป็นหลัก

มท4

พล.ท.ปราการ กล่าวว่า ในส่วนของกรณีเหตุการณ์บ้านโต๊ะชูด อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ที่ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ได้แถลงไปแล้วนั้น หลังจากนี้ก็เป็นการดำเนินการในส่วนของพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งทาง กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้ตั้งคณะกรรมการดำเนินการทางวินัยในกรณีนี้แล้ว ซึ่งเป็นการดำเนินการตามกฎหมายไม่เกี่ยวกับเรื่องการพูดคุยสันติสุข

พล.ท.ปราการ ยังได้กล่าวถึงการสร้างความเข้าใจถึงการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ว่า ได้ดำเนินการทั้ง 3 ระดับ คือ ระดับพื้นที่ ระดับประเทศและระดับสากล ซึ่งการสร้างความเข้าใจนี้จำเป็นต้องพึ่งพาสื่อมวลชน ในส่วนของภาครัฐเองขณะนี้มีความเป็นเอกภาพมากในการแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดการเข้าถึงเข้าใจและพัฒนา

“การเข้าถึงพื้นที่นั้น พยายามที่จะเข้าถึงตัว ถึงใจและถึงความคิดของคนในพื้นที่ให้มากที่สุด เพื่อให้สามารถคลี่คลายข้อคับข้องใจ ซึ่งก็เป็นที่รู้กันดีว่า ความคับข้องนี้มากจากเรื่องประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ ความเชื่อ และความไม่เป็นธรรม”

พล.ท.ปราการ พล.ท.ปราการ กล่าวว่า สำหรับเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นเดือนที่พี่น้องมุสลิมถือศีลอดที่จะถึงในอีก 2 เดือนข้างหน้า จะดำเนินการให้สามารถเปิดวิทยุชุมชนในพื้นที่ได้ออกอากาศเช่นเดียวกับในช่วงเดือนรอมฎอนปีที่แล้ว ซึ่งที่จริงก็มีวิทยุชุมชนหลายแห่งที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. อนุญาตให้สามารถออกอากาศได้แล้ว