วันตาดีกาต้อนรับรอมฎอน ฉลอง 20 ปี PERKASA สช.คาดอีก 2 เดือนอนุมัติหลักสูตร KSPI

จัดวันตาดีกาต้อนรับรอมฎอน ฉลอง 20 ปี PERKASA สมทบทุนมูลนิธิตาดีกา เลขาธิการ สช.คาดอีก 2 เดือนรัฐมนตรีศึกษาอนุมัติหลักสูตรมาตรฐานอิสลามขั้นพื้นฐาน KSPI วงเสวนาชี้ต้องบูรณาการอิสลามศึกษากับสามัญ เพื่อยกระดับคุณภาพเด็ก ต้องพัฒนาภาษามลายูสู่อาเซียน รื้อฟื้นการใช้อักษรยาวีเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค เผยรัฐไม่รับรองวุฒิตาดีกาทำให้มีปัญหาเรียนต่อศาสนาต่างประเทศ ส่วนตาดีกาบางแห่งต้องสอนด้วยภาษาไทยแล้ว

 

วันตาดีกาต้อนรับรอมฎอน ฉลอง 20 ปี PERKASA

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2558 ที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี มูลนิธิศูนย์ประสานงานตาดีกา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (PERKASA) ร่วมกับ ชมรนฟัรดูอีนจังหวัดปัตตานี สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจังหวัดปัตตานี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ มาอาฮัดดารุลมาอาเรฟ จ.ปัตตานี จัดงาน “วันตาดีกา” เพื่อต้อนรับเดือนรอมฎอนประจำปี ฮ.ศ.1436 และเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี PERKASA

ในงานมีการจัดเลี้ยงข้าวยำเพื่อสมทุนสนับสนุน PERKASA การแสดงนิทรรศการต่างๆเกี่ยวกับโรงเรียนตาดีกาซึ่งเป็นศูนย์กาเรียนศาสนาอิสลามระดับชุมชน มีการเสวนาเกี่ยวกับพัฒนาการศึกษาในพื้นที่เพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และการบรรยายธรรมเพื่อต้อนรับเดือนรอมฎอน

คาดอีก 2 เดือนรัฐมนตรีศึกษาอนุมัติหลักสูตร KSPI

นายอาดินันท์ ปากบารา เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวระหว่างเป็นประธานพิธีเปิดว่า ขณะนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการได้รับแล้วหลักสูตร KSPI หรือหลักสูตรมาตรฐานอิสลามขั้นพื้นฐาน (Kurikulam Standard Pendidikan Islam Fardu Ain) ที่ PERKASA เสนอเพื่อนำมาใช้ในโรงเรียนตาดีกาใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ซึ่งได้นำไปสอบถามความเห็นจากคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) แล้ว ซึ่งทาง สพฐ.ได้มีคำแนะนำหลายอย่าง ตนจึงได้ปรับเปลี่ยนตามคำแนะนำนั้นแล้ว แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระสำคัญแต่อย่างใด คาดว่าต้องใช้เวลาอีก 2 เดือนเพื่อให้รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการอนุมัติ

นายอาดินันท์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปลายปีนี้โรงเรียนตาดีกาในพื้นที่จะกลายเป็นแหล่งความรู้ที่สำคัญของเยาวชนหรือจะกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ของครูโรงเรียนศาสนาอิสลาม ทางประเทศกัมพูชา ลาว พม่าและมาเลเซียจะเข้ามาศึกษาและดูงานเรื่องการวัดผลการศึกษาของโรงเรียนตาดีกาในพื้นที่

นายอาดินันท์ กล่าวด้วยว่า ในหลักสูตร KSPI มีการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารด้วย เพื่อพัฒนาศักยภาพทางภาษาอังกฤษแก่เด็กในพื้นที่ นอกเหนือจากภาษามลายูและภาษาอาหรับที่มีการเรียนการสอนตามปกติ

“สิ่งสำคัญคือ หลักสูตร KSPI จะสื่อสารกับคนนอกพื้นที่ให้เข้าใจได้ว่า โรงเรียนตาดีกาสอนอะไรและสอนอย่างไร ผลผลิตของโรงเรียนตาดีกาจะเป็นอย่างไร และหากโรงเรียนตาดีกานอกพื้นที่จะนำไปใช้ด้วยก็สามารถนำไปใช้ได้เลย” นายอดินันท์ กล่าว

นายอาดินันท์  กล่าวว่า สิ่งที่โรงเรียนตาดีกาในพื้นที่ต้องพัฒนา คือ พัฒนาครูผู้สอนให้เข้าใจวิธีการสอนที่ถูกต้อง ครูตาดีกาต้องมีสื่อการสอนด้วย เพราะจะสามารถทำความเข้าใจอิสลามศึกษาได้ดี เหมือนที่ประเทศมาเลเซียใช้ในปัจจุบัน

ต้องบูรณาการอิสลามศึกษากับสามัญ

ส่วนช่วงบ่ายมีการเสวนาหัวข้อ “บทบาทการศึกษาและการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน” โดยดร.อาฮามัดกาแม แวมูซอ รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ปัจจุบันระบบการศึกษาในพื้นที่มีปัญหาในขั้นที่วิกฤต เพราะมี 2 ระบบ คือสายศาสนากับ สายสามัญโดยไม่มีหน่วยงานบูรณการให้สมเหมาะ เพราะสายศาสนามาจากประชาชนในพื้นที่สร้างขึ้นมา ส่วนสายสามัญมาจากรัฐ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาต่ำมาก

“การที่คนในพื้นที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับภาษามลายู เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การศึกษาในพื้นที่เกิดวิกฤติ แต่ก็เป็นโอกาสที่คนในพื้นที่จะค้นหาวิธีแก้ปัญหาเพื่อพัฒนาระบบการศึกษาในพื้นที่ต่อไปในอนาคต” ดร.อาฮามัดกาแม กล่าว

พัฒนาภาษามลายูสู่อาเซียน - รื้อฟื้นการใช้อักษรยาวี

นายดอรอแม หะยีหะซา รองประธานสถาบันภาษามลายูไทยแลนด์ กล่าวว่า ปัจจุบันชาวบรูไนเฝ้าดูและคาดหวังว่าคนพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะพัฒนาและรื้อฟื้นการใช้ภาษามลายูอักษรยาวีอย่างไรเพื่อให้เป็นศูนย์กลางของการใช้อักษรยาวีในภูมิภาคนี้ เพราะที่นี่เป็นต้นกำเนิดของภาษามลายูอักษรยาวี แต่คนในพื้นที่ใช้อักษรยาวีน้อยลงอย่างมาก

นายดอรอแม กล่าวอีกว่า ต้องรณรงค์การใช้ภาษามลายูอักษรให้เยอะที่สุด เพื่อรักษาภาษามลายูอักษรยาวีต่อไป เช่นเดียวกับการการใช้ภาษามลายูมาตรฐาน เพราะเป็นภาษาที่คนอาเซียนใช้ประมาณ 300 ล้านคน ดังนั้นคนที่สามารถใช้ภาษามลายูได้จะได้เปรียบ

“ภาษามลายูอักษรยาวีซึ่งยืมอักษรอาหรับมาใช้นั้นเป็นภาษาของศาสนาอิสลามด้วย เพราะในโลกนี้ภาษาที่นำอักษรอาหรับมาใช้นอกจากภาษามลายูอักษรยาวีแล้ว ยังมีภาษาเปอร์เซีย ภาษาอูรดูและภาษาตุรกี” นายดอรอแม เปิดเผย

รัฐไม่รับรองวุฒิตาดีกามีปัญหาเรียนต่อศาสนาต่างประเทศ

รศ.อับดุลเลาะ อับรู อาจารย์สาขาเศรษฐศาสตร์และการจัดการอิสลาม วิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) กล่าวว่า ปัจจุบันนักเรียนจบจากโรงเรียนตาดีกาและจบจากสถาบันปอเนาะในพื้นที่ไม่มีหน่วยงานทางการศึกษาที่รับรองการศึกษาของคนเหล่านี้ ทำให้คนที่ต้องการไปเรียนต่อต่างประเทศต้องให้ทางสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจังหวัดในพื้นที่ออกใบรับรองให้ เพื่อให้ไปเรียนต่างประเทศได้ โดยเฉพาะในประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย เพราะเขายอมรับการเรียนการสอนศาสนาอิสลามของที่นี่

ตาดีกาบางแห่งต้องสอนด้วยภาษาไทยแล้ว

“ปัจจุบันโรงเรียนตาดีกาบางแห่งต้องสอนด้วยภาษาไทย หรือถ้าใช้ภาษามลายูก็ต้องแปลเป็นภาษาไทยอีกครั้ง เพราะนักเรียนไม่เข้าใจภาษามลายู หรือบางคนคิดว่าภาษามลายูเป็นเพียงแค่ภาษาท้องถิ่น เป็นภาษาพูดอย่างเดียว ไม่มีภาษาเขียน ซึ่งในความเป็นจริงภาษามลายูมีทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน หากยังเป็นอย่างนี้จะทำให้คนในพื้นที่เสียประโยชน์อย่างมากเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพราะคนอาเซียนครึ่งหนึ่งใช้ภาษามลายู” รศ.อับดุลเลาะ กล่าว

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผุดโครงการ TADIKA BESTARI สร้างมาตรฐานนำร่อง แก้ปัญหาใช้หลักสูตรอิสลามต่างกัน

อบต.เมาะมาวีอบรมครูตาดีกา ขยายกลุ่มใช้หลักสูตร KSPI แก้ปัญหามาตรฐานอิสลามศึกษาต่างกัน

หลายองค์กรร่วมถกวาระเด็ก สร้างเส้นทางสันติภาพเพื่อเด็ก

TADIKA BESTARI Penyelesaian kurikulum Islam berbeza.