IHH จับมือมูลนิธิพัฒนาชุมชนเป็นสุข จัดกิจกรรมละศิลอดแก่เด็กกำพร้าปาตานี

มูลนิธิพัฒนาชุมชนเป็นสุข ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพและการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม (The Foundation for Human Rights and Freedoms and Humanitarian Relief) หรือ IHH จัดกิจกรรมละศิลอดแก่เด็กกำพร้าและชาวบ้าน ณ ศูนย์เลี้ยงเด็กกำพร้าบ้านยูโย อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ศูนย์เลี้ยงเด็กกำพร้าบ้านปาวา อ.สายบุรี จ.ปัตตานี และศูนย์เลี้ยงเด็กกำพร้าบ้านท่าน้ำ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ระหว่างวันที่ 18-20 มิถุนายน 2558 ทั้งยังได้จัดกิจกรรมมอบชุดรายอเด็กแก่กำพร้า และมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ยากไร้จำนวน 600 ชุดๆ ละประมาณ 25 กิโลกรัม โดยกระจายไปยังพื้นที่เครือข่ายของมูลนิธิพัฒนาชุมชนเป็นสุขในจังหวัดชายแดนใต้/ปาตานี

ที่มาของความร่วมมือระหว่าง 2 มูลนิธิ

นายซาการียา บินยูซุฟ ประธานมูลนิธิพัฒนาชุมชนเป็นสุขเปิดเผยว่า มูลนิธิพัฒนาชุมชนเป็นสุขก่อตั้งมาแล้วหลายสิบปีและทำงานทางด้านบริการสังคมตลอดมา ครั้งหนึ่งเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้วสมาชิกในมูลินิธิเคยเรียนต่างประเทศและได้รู้จักกับพี่น้องมุสลิมจากหลายๆ ประเทศ หนึ่งในนั้นคือพี่น้องจากประเทศตุรกี เมื่อเรียนจบต่างก็แยกย้ายกลับไปยังประเทศของตัวเอง จนมีโอกาสได้พบกันอีกครั้งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาและมีการพูดคุยสอบถามว่าทางตุรกีจะช่วยอะไรแก่พี่น้องในจังหวัดชายแดนใต้หรือปาตานีได้บ้างโดยเฉพาะเด็กกำพร้า

“ต่อมาทีมงานมูลนิธิ IHH จากตุรกีได้เดินทางมาเยี่ยมมูลนิธิพัฒนาชุมชนเป็นสุขที่อำเภอแว้ง และ เล็งเห็นว่ามูลนิธิไม่ได้มีการแสวงผลกำไรและทำงานทางด้านช่วยเหลือสังคมอย่างจริงจัง จึงสนใจให้การสนับสนุน โดยเฉพาะสนับสุนงบประมาณก่อสร้างสถานที่เลี้ยงดูเด็กกำพร้ามาแล้วสี่ปีอย่างต่อเนื่อง มีศูนย์เลี้ยงเด็กกำพร้าหลักๆ 3 แห่ง และทาง IHH จะเดินทางมาเยี่ยมและจัดกิจกรรมปีละ 2-3 ครั้ง”

ขยายความช่วยเหลือไปยังจังหวัดยะลาในอนาคต

นายซาการียา เปิดเผยต่อไปว่า กิจกรรมหลักๆ ของทั้ง 2 มูลนิธิในช่วงรอมฎอนปีนี้ ได้แก่การมอบชุดรายอแก่เด็กกำพร้าประมาณ 250 ชุด เพื่อให้เด็กๆ มีชุดใหม่ๆ ไว้ใส่ในการเฉลิมฉลองต้อนรับวันรายออิดิลฟิตรีที่จะมาถึงหลังเดือนรอมฎอนนี้ กิจกรรมต่อมาคือ กิจกรรมมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ยากไร้ 600 ชุดๆ ละประมาณ 25 กิโลกรัม

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 58 ที่ผ่านได้จัดพิธีเปิดมูลนิธิที่สำนักงานมูลนิธิพัฒนาชุมชนเป็นสุข และกระจายไปยังพื้นที่เครือข่ายของมูลนิธิฯ ในสามจังหวัดชายแดนใต้/ปาตานี และได้แบ่งไปบริจาคแด่พี่น้องชาวโรฮิงญาที่สะเดาด้วย กิจกรรมสุดท้ายคือ การจัดงานละศิลอดตามศูนย์ต่างๆ คือ ศูนย์เลี้ยงเด็กกำพร้าบ้านยูโย อ.ตากใบ จ.นราธิวาส จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 58 ศูนย์เลี้ยงเด็กกำพร้าบ้านปาวา อ.สายบุรี จ.ปัตตานี จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 58 และศูนย์เลี้ยงเด็กกำพร้าบ้านท่าน้ำ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี จัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 58 ที่ผ่านมา

“ทางมูลนิธิ IHH ยังได้มอบหมายให้ทางมูลนิธิพัฒนาชุมชนเป็นสุขจัดกิจกรรมละศิลอดสำหรับประชาชนทั่วโดยตั้งเกณฑ์ประมาณ 1,000 คน ซึ่งอยู่ในช่วงกำลังเตรียมการ และทั้ง 2 มูลนิธิยังได้มีแผนที่จะขยายศูนย์เลี้ยงเด็กกำพร้าไปยังจังหวัดยะลาด้วยในอนาคต”

ทางออกของวิกฤติก็คือการทำความดีในแนวทางของพระผู้เป็นเจ้า

นายซาการียา กล่าวในโอกาสต้อนรับเดือนรอมฎอนว่า รอมฎอนเป็นเดือนอันประเสริฐที่เราจะเจอปีละครั้ง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การที่เราทำให้ผู้คนมีความสุข อย่างกรณีผู้ยากไร้หรือผู้ที่อยู่ในภาวะยากลำบาก หากมีองค์กรที่สามารถที่จะช่วยดูแลความเป็นอยู่ในเบื้องต้นได้ถือเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะผู้ที่ตกอยู่ในภาวะยากลำบากต้องการความช่วยเหลือซึ่งเป็นหน้าที่ของเราที่จำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือแก่เขา

“อยากจะสื่อสารไปถึงประชาชนโดยทั่วไปว่า รอมฎอมเป็นเดือนอันประเสริฐที่เราควรจะลดละในสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม สิ่งที่ไม่ดีเราควรที่จะสลัดให้ออกไปจากชีวิตและจิตใจ และมุ่งตรงไปยังแนวทางแห่งความดี โดยเฉพาะมุสลิมที่มีกิจกรรมชัดเจนในเดือนรอมฎอนทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งภาพในปัจจุบันเห็นได้ชัดว่าพี่น้องมุสลิมจำนวนมากตื่นตัวในการประกอบศาสนิก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะกว่าสิบปีที่เราอยู่ในช่วงของวิกฤติโดยเฉพาะทางด้านจิตใจ ทางออกที่ดีที่สุดก็คือการทำความดีในแนวทางของพระผู้เป็นเจ้านั่นเอง โดยเฉพาะในเดือนรอมฎอนที่พระผู้เป็นเจ้าเปิดโอกาสให้พวกเราทุกคนได้ประกอบความดีกันอย่างเต็มที่ ประการสุดท้ายที่จะสื่อสารก็คือ การจะสร้างสุขแก่ชุมชนนั้น จะต้องคำนึงว่าทำอะไรแล้วพี่น้องของเราจะได้ประโยชน์สูงสุด นั่นคือสิ่งที่ประเสริฐที่สุดแล้ว” นายซาการียา กล่าวทิ้งท้าย