ประชาสังคมนราธิวาสรวมพลอยากเห็นรอมฎอนสันติภาพ

เครือข่ายประชาสังคมนราธิวาสจัดโครงการรอมฎอนสัมพันธ์พี่น้องเครือข่ายประชาสังคมนราธิวาส ณ ร้านนาเซร์ ซีฟู๊ด อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โดยมีองค์กรร่วมกันเป็นเจ้าภาพ คือ ศูนย์ประสานเครือข่ายองค์กรประชาสังคมนราธิวาส สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล มูลนิธิเสริมสร้างความยุติธรรมและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และมูลนิธิพัฒนาชุมชนเป็นสุข มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 70 คน มาจาก 25 องค์กร ซึ่งเป็นแกนนำองค์กรเครือข่ายที่ขับเคลื่อนงานประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันพุธ ที่ 24 มิถุนายน 2558 ตรงกับ วันที่ 7 เดือน รอมฎอน 1436 ฮิจเราะฮฺ

นายอัศว์มันต์ บินยูโซะ ประธานศูนย์ประสานเครือข่ายองค์กรประชาสังคมนราธิวาส ได้กล่าวต้อนรับแกนนำจากองค์กรต่างๆ และขอบคุณผู้มีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนงานที่ผ่านมาที่ได้ร่วมกันเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนระดมความคิดเห็น ร่วมมือกันจัดกิจกรรมและขอขอบคุณมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ที่ได้เอื้อเฟื้อสถานที่ให้ใช้เป็นสำนักงานศูนย์ฯ

นายอัศว์มันต์ กล่าวงด้วยว่าจากภารกิจที่ผ่านมาหลายกิจกรรมทางเครือข่ายพยายามที่จะให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ที่ได้วางไว้ คือ เพื่อเป็นแกนกลางในการประสานเครือข่ายองค์กรต่างๆ ในจังหวัดนราธิวาส เพื่อส่งเสริมและให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาศักยภาพ และเพิ่มขีดความสามารถให้กับประชาชนและองค์กรทุกภาคส่วน เพื่อสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลชุมชน เพื่อผนึกกำลังในกระบวนการสื่อสารและสร้างพื้นที่สาธารณะ ให้ทันต่อสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของชุมชน โดยการมุ่งเน้นเสริมสร้างความเป็นธรรมในสังคม และเพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ให้กับองค์กรเครือข่าย

ทางเครือข่ายองค์กรประชาสัคมนราธิวาสได้จัดกิจกรรมละศีลอดร่วมกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์ พบปะแลกเปลี่ยนในช่วงเดือนถือศีลอด ซึ่งได้จัดติดต่อกันเป็นปีที่ 2 เนื่องจากได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากพี่น้ององค์กรเครือข่าย และจะมีการจัดกิจกรรมนี้อีกในปีต่อไป นายอัศว์มันต์ กล่าวทิ้งทาย

นายนัจมุดดีน อูมา ในฐานะที่ปรึกษาได้กล่าวว่า อยากเห็นรอมฎอนปีนี้มีความก้าวหน้าและพัฒนากว่าปีที่แล้ว ในเรื่องของกระบวนการสันติภาพปาตานี/ชายแดนใต้ ซึ่งในปีที่แล้วทางรัฐบาลมีการพูดคุยกับผู้เห็นต่าง โดยที่มาเลเซียเป็นผู้อำนวยการในการพูดคุย และหวังว่ารอมฎอนปีนี้สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะดีขึ้น สืบเนื่องจากหลายฝ่ายได้จัดกิจกรรมเพื่อเปิดพื้นที่ ในส่วนของกองอำนายการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ก็ได้จัดโครงการ“เปิดค่ายกัลยานิวัฒนา พาสู่อ้อมกอด รอมฎอนการีม”

“กระบวนการสันติภาพ (Peace process) เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งโดยเฉพาะเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ ทุกฝ่ายต้องรู้จักอดทน ถ้าเรามีความอดทนท้ายสุดชัยชนะจะเป็นของทุกฝ่าย การต่อสู้ทางความคิดเชิงการเมืองนั้นยิ่งต้องใช้ความอดทนให้มาก” นัจมุดดีน กล่าวทิ้งทาย

นายอับดุลเราะห์มาน อับดุลสมัด ประธานมูลนิธิอัลอีมาน ได้ให้แง่คิดทางศาสนาว่า เดือนรอมฎอนเปรียบเสมือนโรงเรียนที่จะร่วมกันขัดเกลาเสริมพลังศรัทธาของชาวมุสลิม ซึ่งในตลอดระยะเวลา  1 เดือนเต็มของเดือนรอมฎอนนี้ เรามาร่วมกันชาร์คแบตเตอรี่แห่งอีมาน (ศรัทธา) ให้มีความยำเกรงต่อเอกองค์อัลลอฮฺ เพื่อที่จะเป็นมุสลิมที่ดีต่อไปในอีก 11 เดือน

นายอับดุลเราะห์มาน ได้เสริมความสำคัญของอาหารที่มุสลิมควรจะรับประทานในช่วงเดือนถือศีลอด คือ อินทผลัม เนื่องจากท่านนบีมูฮำมัด (ซ.ล.) ได้สั่งใช้ให้ละศีลอดและซาโฮร (รับประทานอาหารเพื่อที่จะเริ่มถือศีลอด) ด้วยอินทผลัม เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการและเป็นแบบฉบับของท่านศาสดาเมื่อปฏิบัติตามจะได้รับผลบุญ และเสริมว่าหากรับประทานน้ำซำซำ (น้ำบ่อจากเมกกะ) นมอูฐหรือนมแพะก็จะดีมาก