สปช.เปิดถกรัฐธรรมนูญใหม่ดับไฟใต้ แนะแก้ปัญหาสิทธิมนุษยชน การศึกษา ตั้งศาลคู่“ชารีอะห์-อาญา”

สปช.ลงยะลาเปิดเวทีรับฟังความเห็นรัฐธรรมนูญใหม่กับการดับไฟใต้ ก่อนร่างฉบับใหม่ ส่วนใหญ่แนะแก้ปัญหาสิทธิมนุษยชน การศึกษา ตรวจสอบอำนาจรัฐ เข้าถึงข้อมูลจริง ตั้งศาลคู่“ชารีอะห์กับอาญา” ใช้กฎหมายคู่กฎศาสนา

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมาธิการรณรงค์ทางสังคมและกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ร่วมกับสภาประชาสังคมชายแดนใต้ จัดโครงการสัมมนาเรื่อง รัฐธรรมนูญใหม่กับการแก้ปัญหาชายแดนใต้ ณ ห้องวังแก้ว โรงแรมแกรนด์พาเลซ อ.เมือง จ.ยะลา

นายประสิทธิ์ เมฆสุวรรณ ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ กล่าววัตถุประสงค์ของโครงการว่า เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของผู้นำมวลชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรับฟังและระดมความคิดเห็น ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างสภาปฏิรูปแห่งชาติ และประชาชนในจังหวัดชายแดนใต้เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสะดุดในทางการเมือง

ในช่วงแรกเป็นการอภิปรายหัวข้อ “รัฐธรรมนูญใหม่กับการสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่” โดย รศ.ดร.ปกรณ์ ปรียากร กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อภิปรายว่า หลักการพื้นที่ด้านสิทธิเสรีภาพ มี 3 ส่วน คือ 1.ศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์นั่นก็คือ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครอง 2.ปวงชนชาวไทย คือ ไม่ว่าเหล่ากำเนิด เพศ หรือศาสนาใด ย่อมอยู่ในความคุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญเสมอกัน 3.การใช้อำนาจ โดยองค์กรของรัฐทุกองค์กร คือ ต้องคำนึกถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตลอดจนสิทธิและเสรีภาพ

ส่วนด้านสิทธิมนุษยชน : ความเสมอภาค รศ.ดร.ปกรณ์ กล่าวว่า คือ 1.ความเสมอกันในกฎหมายและการได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน 2.ชายและหญิงมีสิทธิและเสรีภาพเท่าเทียมกัน 3.การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล เพราะเหตุผลความแตกต่าง กระทำมิได้

จากนั้นในช่วงบ่ายมีการแบ่งกลุ่มเป็นรายจังหวัดเพื่อระดมความคิดเห็นหัวข้อ “รัฐธรรมนูญใหม่กับการแก้ปัญหาชายแดนใต้” เพื่อเลือกลำดับความสำคัญของการหนุนสังคมที่เป็นธรรม เช่น สิทธิมนุษยชน สิทธิพลเมือง ด้านความยุติธรรม การศึกษา เสรีภาพทางสื่อมวลชน เสรีภาพด้านนับถือศาสนา ด้านแรงงาน เป็นต้น และพร้อมเสนอข้อเสนอแนะต่างๆ ที่จะส่งผลให้รัฐธรรมนูญใหม่นั้นเป็นที่พอใจแก่ประชาชน และพร้อมรายงานผลการระดมความคิดเห็น และอภิปรายนั้น

ผลของการระดมความคิดเห็นนั้นมีความแตกต่างตามจังหวัดนั้นๆ เช่น ปัตตานีให้ความสำคัญเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นอันดับต้นๆ ในขณะที่จังหวัดนราธิวาสให้ความสำคัญเรื่องการศึกษา ส่วนข้อเสนอแนะของแต่ละกลุ่มก็มีความหลากหลาย เช่น การกะทำผิดหรือปฏิบัติไม่ชอบของเจ้าหน้าที่รัฐต้องสามารถตรวจสอบได้ การเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เป็นจริง การใช้กฎหมายและกฎตามหลักศาสนาร่วมกัน หรือศาลคู่ ได้แก่ศาลชารีอะห์กับศาลอาญา เป็นต้น

ผลการระดมความคิดเห็นและความคิดเห็นของประชาชนทั้งหมดนี้ คณะอนุกรรมาธิการรณรงค์ทางสังคมและกลุ่มเป้าหมายเฉพาะในกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน สภาปฏิรูปแห่งชาติจะรวบรวมทำเป็นรายงาน เพื่อเสนอในรัฐธรรมนูญและถูกร่างในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไปอีก