“สุริยา ปันจอร์” ต้นตำหรับนักจัดรายการวิทยุรอมฎอนแห่งสวท.สตูล

 

สัมผัสชีวิต สุริยา ปันจอร์ กรรมการอิสลามประจำจังหวัดและอดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสตูล และอดีตนักจัดรายการวิทยุรอมฎอนผู้โด่งดังที่ สวท.สตูล ตั้งแต่ปี 2524 รายการวิทยุรอมฎอนที่คนฟังทั้งจังหวัด รับจดหมายแฟนรายการเดือนละกว่า 300 ฉบับพร้อมแจกผ้าปลีกัตและพัดลม

แม้ว่าจะมีคำสั่งปิดวิทยุชุมชนทั่วประเทศ แต่สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้แล้วถือว่าโชคดีที่ คสช.มีคำสั่งอนุญาตให้สามารถเปิดวิทยุชุมชนในช่วงเดือนรอมฎอนตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย. จนถึงวันที่ 16 ก.ค. 2558 ตามที่หลายองค์กรประชาสังคมในพื้นที่เรียกร้อง ซึ่งถือได้ว่าสื่อวิทยุมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับชุมชนมุสลิมในเดือนรอมฎอน ในบทสัมภาษณ์นี้ สุริยา ปันจอร์ ได้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทและความสำคัญของวิทยุรอมฎอนผ่านบทบาทนักจัดรายการวิทยุรอมฎอนของตนที่เริ่มต้นเมื่อ 34 ที่แล้ว กระทั่งในปีนี้เขาได้กลับมาจัดรายการวิทยุรอมฎอนอีกครั้งตามคำเรียกร้อง

เริ่มต้นชีวิตนักจัดรายการวิทยุรอมฎอน

สุริยา ปันจอร์ เล่าว่าในช่วงปี พ.ศ. 2524 ที่เริ่มตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดสตูล (สวท.สตูล) โดยตัวสถานีวิทยุยังไม่มีอาคารสำนักงานเป็นของตนเอง ยังตั้งสถานีวิทยุอยู่ในอาคารโรงรถของศาลากลางจังหวัด และจำได้ว่าในเวลานั้นมีนายจรัญ หงสกุล เป็นผู้อำนวยการสถานีวิทยุคนแรก โดยในขณะนั้นตนเองเป็นหนึ่งในกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูลอยู่ด้วยและมีอาชีพเป็นครูที่ อ.ท่าแพ จ.สตูล

กรรมการอิสลามสตูลได้มีการปรึกษาหารือและตกตงที่จะทำรายการวิทยุรอมฎอนโดยมีตนเองเป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งในช่วงแรกสถานีวิทยุ สวท.ให้เวลารายการวิทยุรอมฎอน 15 นาทีก่อนถึงเวลาละศีลอด ทั้งนี้ในช่วงเวลานั้นมีในพื้นที่จังหวัดสตูลมีเพียงสถานีวิทยุ สวท.เพียงแห่งเดียวและไม่เคยมีรายการวิทยุรอมฎอนมาก่อน มีเพียงในกรุงเทพฯ ที่มีรายการวิทยุศาสนาอิสลามในช่วงเวลานั้นโดยชื่อรายการวิทยุภาคมุสลิม

ในช่วงแรกของการจัดรายการวิทยุเป็นการดำเนินรายการเพียงคนเดียว โดยในช่วงแรกจะเป็นการเล่าข่าวทั่วๆ ไป โดยเฉพาะข่าวที่เกิดขึ้นในพื้นที่ หลังจากนั้นจะนำเสนอเนื้อหาที่เป็นวิชาการ ซึ่งผลปรากฏว่ารายการวิทยุรอมฎอนได้รับการตอบรับจากประชาชนสูงมาก ต่อมาทางสถานีจึงเพิ่มเวลาเป็น 20 นาทีและเป็นเป็น 30 นาทีหลังจากนั้น

ในปีต่อๆ มารายการวิทยุรอมฎอนของ สวท.สตูลได้รับความนิยมมาก ประชาชนให้ความสนใจสูง เรียกว่าติดรายการวิทยุรอมฎอนกันทั้งจังหวัด พร้อมๆ กันนี้ทางรายการได้เปิดรับจดหมายและตอบจดหมายในรายการวิทยุทำให้ในช่วงนั้นมีจดหมายจากคนฟังเพื่อถามปัญหากับนักจัดรายการมากถึงเดือนละกว่า 200-300 ฉบับ ซึ่งสุริยา ปันจอร์ บอกว่าตนเองที่จัดรายการวิทยุไม่สามารถตอบจดหมายได้ทั้งหมดแต่ก็พยายามตอบให้ได้มากที่สุดหรือไม่ก็สื่อสารให้รู้ว่าได้รับจดหมายจากใครบ้างแม้จะไม่ได้ตอบออกอากาศ

ผลจากที่รายการวิทยุรอมฎอนโด่งดังและมีคนติดตามฟังรายการมาก ต่อมาจึงมีบริษัทห้างร้านเริ่มให้การสนับสนุนของที่ระลึกเป็นของชำร่วยให้กับผู้ที่ส่งจดหมายมายังรายการวิทยุ เช่น บริษัท ซูซูกิ ได้ทำเสื้อยืดสกรีนคำว่า “รายการวิทยุรอมฎอน ปี ...” ไว้มอบให้กับผู้ฟังที่ส่งจดหมายมาถามปัญหา หรือบริษัทห้างร้านอื่นๆ ก็สนับสนุนพวกสบู่ ยาสีฟันและอื่นๆ อีกสารพัด บางช่วงก็จะมีผ้าปาเต๊ะ ผ้าปลีกัต (ผ้าโสร่งสำหรับผู้ชาย) เพื่อเป็นของชำร่วยให้กับคนฟังซึ่งตนจะจัดส่งให้กับทุกคนที่ส่งจดหมายมายังสถานี กระทั่งมีบริษัทห้างร้านที่มอบพัดลมให้เป็นของชำร่วยซึ่งต้องประกาศให้ผู้ที่ได้รับต้องมารับเองที่สถานี

สุริยาเล่าอย่างมีความสุขว่าช่วงหลังเมื่อได้เวลาจัดรายการเพิ่มก็สามารถตอบจดหมายได้กว้างขึ้น ทั้งนี้ในช่วงนั้นตนเป็นครูที่มีเงินเดือนไม่กี่บาท แต่ค่าใช้จ่ายสำหรับการส่งของชำร่วยไปให้คนฟังทางไปรษณีย์ประมาณปีละ 2,000 กว่าบาท ทั้งหมดตนเองเป็นผู้รับผิดชอบเอง การส่งของชำร่วย การตอบจดหมายตนทำเองทั้งหมด ห่อของเอง จ่าหน้าซองเอง ตอบจดหมายไม่ทั้งหมดแต่ก็พยายามตอบให้มากที่สุดและการมาจัดรายการที่ต้องขับรถมอเตอร์ไซค์จากอำเภอควนโดนมาจัดรายการเอง ไม่มีค่าน้ำมัน ค่าตอบแทนจัดรายการไม่มี มาทำรายการวิทยุแบบจัดฟรีตลอดมา

ทำไมถึงดัง คนติดทั้งจังหวัดกับ “ป๊ะหงะ สุริยา ปันจอร์” แห่งสวท.สตูล

เมื่อถามว่าทำไมรายการวิทยุรอมฎอนของ สวท.สตูลที่มีสุริยา ปันจอร์ ดำเนินรายการจึงโด่งดังทั้งจังหวัด คนฟังติดใจอะไรกับรายการวิทยุแห่งนี้ สริยาบอกว่าประชาชนชอบลีลาการจัดรายการและนำเสียงของผู้จัด “เวลาผมจัดรายการ ผมไม่ได้พูดเรื่องวิชาการเพียวๆ แต่ผมจะมีเรื่องเล่า ประสบการณ์ต่างๆ มาประกอบ มีทั้งสาระ มีทั้งความสนุกสนานบันเทิงในรายการด้วย ผมพยายามบอกกับผู้ฟังว่าแม้ว่าจะเป็นปัญหาที่ท่านรู้อยู่แล้วก็ควรถาม เพราะจะได้เผื่อแผ่ให้คนอื่นได้รู้คำตอบด้วย”

การตอบคำถามจากจดหมายเพื่ออกอากาศในรายการวิทยุรอมฎอน สุริยาบอกว่านอกจากปัญหาทางศาสนา การปฏิบัติศาสนากิจแล้ว ยังมีคำถามเกี่ยวกับปัญหาครอบครัวที่ต้องตอบในรายการวิทยุด้วยเป็นจำนวนมากในแต่ละปีและเป็นคำถามซ้ำๆ กันเหมือนกันทุกปี เช่น ปัญหาการแต่งงาน การหย่า เรื่องการแบ่งมรดก เช่นที่ถามกันทุกปีว่าเมื่อคู่แต่งงานที่หย่ากันแล้วจะจัดการเรื่องจดทะเบียนหย่ากับสำนักงานกรรมการอิสลามอย่างไร หรือปัญหาที่ชายหญิงอยู่ด้วยกันโดยไม่ได้แต่งงานแล้วตั้งท้องจะทำอย่างไร ซึ่งปัญหานี้มีทุกปีก็ต้องตอบไปว่าจะต้องไปนิกะห์ให้ถูกต้องแต่ก็มีปัญหาว่าลูกนั้นเป็นลูกของแม่ซึ่งก็ยังปัญหากันต่อไป

จากการจัดรายการวิทยุรอมฎอนอย่างต่อเนื่องหลายปี สุริยา ปันจอร์ ได้มีการจัดรวบรวมปัญหาหลักๆ ที่คนฟังถามเกือบทุกปีประมาณ 100 ปัญหามาตีพิมพ์เป็นหนังสือที่ชื่อ “ถาม-ตอบรายการวิทยุรอมฎอน สวท.สตูล” ซึ่งมีผู้รับซื้อลิขสิทธิ์และตีพิมพ์และทราบว่ายังมีขายในท้องตลาดจนกระทั้งทุกวันนี้ ทำให้ปัญหาที่มีการถาม-ตอบในรายการวิทยุมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งคนหลายคนสามารถใช้อ้างอิงกันได้

ช่วงหลังประมาณปี 2530 กว่าๆ เริ่มมีการเปิดหน้าไมค์ให้โทรศัพท์เข้ามาถามปัญหาได้ ผลปรากฏว่ามีสายโทรศัพท์เข้ามาเป็นจำนวนมากจนไม่สามารถตอบคำถามได้ทั้งหมด ประกอบกับเกิดปัญหาขึ้นมาเมื่อผู้จัดรายการไม่สามารถตอบคำถามได้เพราะเมื่อมีคำถามที่เป็นปัญหาทางศาสนา ผู้จัดรายการไม่มีเวลาไปค้นคว้าจากตำราจึงไม่สามารถตอบทันทีได้หรือตอบคำถามไม่ตรงประเด็นบ้าง พลาดบ้างทำให้รายการวิทยุเสียเครดิตในช่วงนั้น จึงแก้ปัญหาด้วยการปิดหน้าไมค์งดรับสายโทรศัพท์ที่เป็นคำถามปัญหาจากคนฟัง แต่จะรับที่เป็นส่งข้อความหรือส่งจดหมายเท่านั้น

จากวิทยุรอมฎอนสู่วิทยุกระแสหลักเพื่อสังคม

หลังจากจัดรายการวิทยุรอมฎอนจนกระทั่งช่วงหลังมีกรรมการอิสลามและคนอื่นๆ มาร่วมจัดรายการด้วย สุริยา ปันจอร์ จึงห่างหายจากวิทยุรอมฏอนและได้รับเชิญจากองค์กรธุรกิจในพื้นที่ให้ทำรายการวิทยุที่สถานีอื่นด้วยโดยครั้งนี้มีค่าตอบแทนจากการขายเสียง คือ ช่วงปี 2534-2535 ได้มาจัดรายการวิทยุ “สาระรุ่งอรุณ” ทางสถานีวิทยุ อสมท.สตูล ที่เป็นรายการตอบปัญหาสังคมที่จะตอบปัญหาทุกเรื่อง ทั้งเรื่องยาเสพติด เอดส์ ปัญหาเยาวชน เรื่องสุขภาพเป็นต้น ต่อมาได้จัดรายการ “วิทยุภาคมุสลิม” ทางสถานีวิทยุตำรวจภค 9  ซึ่งรายการวิทยุทั้งหมดที่กล่าวถึงได้ยุติไปหมดแล้วในปัจจุบัน ซึ่งแม้ว่าทุกวันนี้สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูลยังคงมีรายการวิทยุ “มุสลิมสัมพันธ์” ทาง สวท.สตูลอยู่ก็ตาม แต่ตนก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้ร่วมในการจัดรายการแล้ว

การกลับคืนสู่หน้าไมค์อีกครั้ง

สุริยา ปันจอร์ บอกว่าในช่วงที่ตนเองจัดรายการวิทยุรอมฎอนคนเดียวเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว คนมุสลิมในจังหวัดสตูลไม่มีครอบครัวไหนที่ไม่ฟังวิทยุรอมฎอน ใครที่วิทยุเสียก็จะไปซ่อมจะไปซื้อเครื่องใหม่ เพราะช่วงเดือนรอมฎอนคนรอเวลาละศีลอด และช่วงหลังได้เวลา 1 ชั่วโมง 45 นาที ซึ่งสามารถสอบสนองคนฟังได้เต็มที่

ในความเป็นจริงตนได้ถอนตัวจากการจัดรายการวิทยุมานานแล้วด้วยเหตุผลด้านสุขภาพและเห็นว่าคนรุ่นใหม่มีความสามารถอยู่มาก แต่ในปีนี้ตนได้รับเชิญให้มาร่วมจัดรายการวิทยุอีกครั้งหนึ่งเนื่องจากทีมงานผู้จัดบอกว่ายังคงมีแฟนคลับอยู่และยังคงเป็นที่รู้จักของคนฟังอยู่บ้าง ซึ่งตนจะเข้ามามีส่วนในการสนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นผู้จัดรายการหลักเหมือนเมื่อก่อนโดยครั้งนี้จะรับผิดชอบในส่วนเนื้อหาเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรมและร่วมตอบปัญหาจากคนฟังในรายการ