“สุธิดา แสงเพชร” ผู้อาสาแก้วิกฤติชายแดนใต้ ฟื้นชุมชนให้คนภาคภูมิต่อแผ่นดินเกิด

 

“สุธิดา แสงเพชร” ผู้หญิงตัวเล็กๆ กับ 40 ปีที่มุ่งมั่นในการเรียนรู้เรื่องคนและชุมชนที่เดินทางไปทั่วประเทศเพื่อค้นหาทุนทางสังคมเพื่อพัฒนาชุมชน เธอเดินทางมายังแหลมโพธิ์ และ ต.แม่ลาน อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี เพื่อค้นหานวัตกรสังคมในพื้นที่เพื่อสร้างความเปลี่ยนในชุมชนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ในช่วงเวลาอันน้อยนิดของการพูดคุย ข้าพเจ้าขออนุญาตเรียกเธอว่า “พี่อ๊อด” เหมือนหลายคนเรียกแทนชื่อจริง

 “พี่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิชาการ ลงทำงานพื้นที่เป็นผู้วิจัยเชิงปฏิบัติการณ์ของสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้าฯ และเป็นอาจารย์ผู้สอนในหลักสูตร การยกระดับการบริการสาธารณะโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน สถาบันพระปกเกล้าฯ ลงมาทำงานในพื้นที่ภาคใต้โดยความร่วมมือภายใต้โครงการ STEP ซึ่งพัฒนามาจากโครงการของ UNDP”  

งานที่ทำ?

ทำงานเรื่อง การค้นหาทุนทางสังคมเพื่อพัฒนาชุมชนโดยการมีส่วนร่วม โดยใช้ทุนทางสังคมเป็นฐานในการพัฒนา ให้ชุมชนได้รู้ว่ามีอะไรบ้างที่เป็นสิ่งดีๆ ในชุมชนของตน เริ่มตั้งแต่คนธรรมดาๆ ในชุมชนที่ ไม่ต้องเป็นปราชญ์อะไร เราจะพบว่าคนแต่ละคนมีความรู้ความสามารถในตัวเองทั้งนั้น ให้ชุมชนได้ค้นหาและมองเห็นศักยภาพของแต่ละคนมีอะไร ตั้งต้นดูสัก 30 คน ผ่านการพูดคุยสัมภาษณ์ แบบสำรวจ แต่ละชุมชนต้องการรู้เรื่องอะไร ใครเก่งเรื่องอะไร ก็นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ คนเก่งดูได้จากการที่เขาทำสิ่งนั้นได้ดี สามารถบอกได้ ปฏิบัติได้ รู้จริงในชีวิต มีการทำทำเนียบเอาไว้

ทุนที่สองคือทุนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชน เพราะเป็นตัวกำหนดฐานชีวิตอาชีพ ของผู้คน หากไม่รู้ค่าและรักษาเอาไว้อาชีพก็หายไป ไม่มีรายได้ เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีดั้งเดิมของชุมชน แต่หากเขากลับมาคิด รักษาน้ำ ดิน อากาศ ดูแลเรื่องขยะ รักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ได้ก็จะรักษาทั้งวิถีชีวิตและสุขภาพได้ ดูแลสุขภาพไม่ใช่แค่การเต้นแอโรบิค ยกตัวอย่างกลุ่มประมงที่เคยเลี้ยงปลากระชัง หรือออกเรือหากินบริเวณใกล้ชายฝั่ง เดี๋ยวนี้เรือเล็กต้องออกไปไกลๆ น้ำมันก็แพง เกิดจากอะไร อ้อเรื่องขยะใช่ไหม น้ำเสียนี่มาจากชุมชนก่อน อย่าเพิ่งไปโทษโรงงานที่ไกลออกไป

ทุนที่สามคือความรู้และภูมิปัญญาที่มีในชุมชน มองเห็นวิกฤตที่เกิดขึ้นในชุมชนที่ผ่านมาแล้วย้อนดูว่าได้มีการจัดการปัญหานั้นอย่างไรด้วยคนในชุมชนเอง ไม่ใช่จากภาครัฐหรือคนอื่น

ทุนต่อมาก็เป็นตัวเงิน มองหาว่าอยู่แหล่งใดบ้าง กองทุนหมู่บ้าน เงินเอสเอ็มแอล เอสเอ็มอี ยังอยู่ไหม หรือหายไปด้วยสาเหตุใด ทุนอุปกรณ์เครื่องมือที่เป็นพื้นที่สาธารณะที่ชุมชนจะใช้ร่วมกัน มีการสอบถามถึงความห่วงกังวลของแต่ละชุมชนมีอะไร แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ก็นำมาประมวลร่วมกัน ต่อมาก็เป็นความต้องการในการพัฒนาอะไรบ้าง ผลพลอยได้จากการทำร่วมกันก็คือ ความคิดที่แม้ว่าจะต่างกันแต่สามารถเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน เอื้อต่อกันในความแตกต่าง ทำให้ไม่แตกแยก มองเรื่องสาธารณะมากกว่าตัวเอง เกิดความกลมเกลียวในชุมชน

พื้นที่และระยะเวลาการทำงาน?

ลงมาทำงานพื้นที่ภาคใต้ปีกว่าภายใต้โครงการ STEP ก็ช่วยกันค้นหาทุนทางสังคม จบเฟสแรก ได้บทสรุปแต่ละชุมชนเขามองเห็นแล้วว่าทุนทางสังคมของตนมีอะไรบ้าง และจะพัฒนาเรื่องใดภายใน 3-5  ปี  ก็ได้แผนงานโครงการที่แตกต่างกันไปของแต่ละชุมชน ที่ทำไปมีสองพื้นที่ คือ ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี กับ ต.แม่ลาน อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ก็ได้ผู้ที่เราเรียกว่า นวัตกรสังคม หรือผู้นำการเปลี่ยนแปลง พื้นที่ละ 15-20 คน ซึ่งเป็นผู้อาสาสมัครตัวเอง เป็นผู้ทำงานที่ต่อเนื่องไปแล้วสรุปผลแล้วกลับไปทำใหม่ 

ที่ผ่านมามีทีมอาจารย์วิจัย 4-5 คนจาก มหาวิทยาลัยฟาฏอนี มาศึกษาดูงานทุกครั้งที่เราลงพื้นที่ เขาก็ได้ความรู้นี้ และได้นำไปทำที่ อ.เบตง จ.ยะลา ที่ จ.สตูลและพื้นที่อื่นๆ ทำให้เขาเห็นว่าแนวทางพัฒนา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องทำอย่างนี้

ลงทำงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลัวไหม ?

ไม่กลัว เพราะ หนึ่งอยู่ที่ไหนถ้าจะตายมันก็ตายเนาะ อีกอย่างพี่ทำงานมาเกือบทั่วประเทศ ไปเกือบทุกแห่ง เช่นในพื้นที่สุ่มเสี่ยงอย่างที่ จ.แม่ฮ่องสอน เป็นชนเผ่าที่ปางมะผ้าก็มีปัญหายาเสพติด ในโครงการภายใต้การสนับสนุนของ UNDP ทำไปเขาก็เอาคนทำงานจากภาคใต้ไปศึกษาดูงานที่พี่ทำที่ภาคเหนือ  แล้วขอให้เราลงมาช่วยทำที่ภาคใต้ แต่ด้วยความจำกัดของหลายอย่างเราก็ทำในพื้นที่ภาคใต้ได้แค่สองแห่งที่กล่าวมา จากทั้งหมดที่วางไว้แปดแห่ง

จะมีการต่อเนื่องโครงการไหม?

พี่ว่าแนวคิดนี้น่าจะส่งเสริมและขยายผลโดยเร็ว เพราะทำให้ชุมชนภาคภูมิใจในตนเอง มั่นใจว่าสิ่งที่เขามีเป็นประโยชน์สามารถนำมาใช้ได้ เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีการศึกษาก็ได้รับรู้เรื่องราวของชุมชนตน เป็นการจัดการความรู้ที่เขามีอยู่แล้ว ได้เรียนรู้ความเป็นมา การแก้ปัญหาของชุมชนในอดีต บางครั้งหากเราทำอะไรไม่สำเร็จไม่ใช่เรื่องเสียหาย ที่สำคัญคือต้องรู้ว่าที่ไม่สำเร็จเพราะอะไร เราเรียนรู้จากความไม่สำเร็จก็ได้ เพื่อจะไม่เดินซ้ำรอย ยกระดับการทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ

ความประทับใจในการทำงานพื้นที่ชายแดนใต้?

ชุมชนเริ่มฟื้นความรู้สึกดีๆ ของเขาขึ้นมา เราลงไปอยู่ร่วมกับเขาเดินไปกับเขาไปถึงบ้านของเขาทุกครั้งที่ลงมา ไม่ใช่เชิญเขามาประชุมในห้อง ชุมชนก็ประทับใจเราเหมือนกันบอกว่าไม่เคยมีใครลงมาอยู่กับเขาเลย  มีคนถามว่าไปคุยกับเขารู้เรื่องหรือ ก็บอกว่ารู้เรื่อง เขาพูดใต้มาเราก็ตอบภาษากลางไป เขาก็ยังรู้เรื่องเลยนับประสาอะไรที่เราจะไม่รู้ เพราะเราต่างก็พยายามจะเข้าใจกัน ถ้าเขาอายที่จะพูดเราก็อาศัยวิธีการเขียน หรือให้คนอื่นช่วยเขียนอะไรไป ทุกคนก็ได้เห็นความคิดของตัวเอง

อะไรที่ยังไม่ได้ทำและต้องการจะทำอีก?

อยากขยายพื้นที่โครงการไปในหลายๆ ชุมชน เพราะเชื่อว่าการสร้างการมีส่วนร่วม โดยชุมชนเป็นเจ้าของความคิด ก็จะมีการร่วมแรงร่วมใจกัน เราไม่ได้ยัดเยียดความคิดของเราให้เขา แค่จัดกระบวนการดึงศักยภาพของเขาออกมาให้เขาเห็นว่าเขามีคุณค่ามากต่อแผ่นดินที่เขาอยู่ คนอื่นไม่มีความหมายเท่าพวกเขาที่ยืนเหยียบแผ่นดินตรงนั้น

ปัญหาของชุมชนมีอะไรบ้าง?

ปัญหาขยะมีทั้งในเมืองและในชนบท น้ำเสีย ส่งผลกระทบต่ออาชีพประมงที่ชุมชนมักมองไม่เห็นว่าตนเป็นต้นเหตุ แต่มักมองไปที่อุตสาหกรรม นี่มาจากการได้รับข้อมูลทางเดียว บางครั้งบางหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ทำให้เขาเสร็จ ทำโครงการดูงานก็จัดคนสี่สิบห้าสิบคนไปดูแล้วก็จบ ไม่ได้หวังผลสัมฤทธิ์เลย เรียกว่าทำเสร็จแต่ผลสำเร็จไม่ได้ ทำเพราะงบประมาณ คนที่เข้าร่วมหลายคนก็เบื่อไม่อยากร่วมอีก แต่ของเราเราให้เขาทำต่อเนื่อง คิดและทำโดยเรามีงบประมาณให้หกหมื่นบาทต่อกิจกรรมที่เขาคิดและทำ เราก็คอยติดตามร่วมกันถอดบทเรียน

ทำเรื่องนี้มากี่ปี?

ตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ เป็นข้าราชการ 4 ปี ก็ลาออกมาในเวลานั้นเป็นเรื่องแปลกมาก แต่เพราะพี่เชื่อมั่นในการทำงานลักษณะนี้มากกว่า พี่ทำงานมา 40 ปีแล้ว ก็ไม่ได้ลำบากอะไร มีเงินเดือนบ้างไม่มีเงินเดือนบ้าง ตอนนี้อายุ 60 ทำงานมาหลายปีพอจะมีเงินเก็บไม่ต้องเบียดเบียนใคร อะไรที่ตัดได้เราก็ตัด

40 ปีด้วยความเชื่อมั่นต่ออะไร?

พี่ศรัทธาในความเป็นมนุษย์นะ ทำงานลักษณะนี้มันตรงกับใจและไม่เคยคิดจะเปลี่ยน พี่มีเพื่อนเยอะบางคนก็เป็นใหญ่เป็นโตอะไรไป เพื่อนบางคนมาชักชวนไปลงสมัคร ส.ส., ส.ว. พี่บอกไม่เอาเพราะไม่เชื่อที่ว่า น้ำดีหนึ่งคนจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ในการเมือง ซ้ำบางทีมันอาจจะเปลี่ยนคนๆ นั้นเสียอีก หลายคนก็เปลี่ยนไปนะ เราก็ไม่ว่าแต่เราก็นับถือเขาน้อยลงไง

ถ้าพบกับฆาตกรจะพูดอะไร?

ความเป็นมนุษย์ไม่ต่างกัน ถ้าเราหิวเรากลัว เขาก็เหมือนกัน แต่อาจเป็นเพราะเหตุปัจจัยบางอย่างที่ทำให้เขาเป็นแบบนั้น ถามว่าใครที่เป็นคนไม่ดีเราเขี่ยเขาออกจากสังคมได้มั๊ย แต่ถ้าสามารถทำให้เขากลับมาไม่จำเป็นต้องเป็นคนดีมาก เอาแค่คุยกันได้เปลี่ยนแปลงได้แค่นี้ก็น่าจะพอ ทั้งหมดนี้ต้องใช้ศรัทธาความเชื่อ และประสบการณ์ ส่วนความรู้นี่มาหลังสุด

มนุษย์กับความไม่เท่าเทียม?

คนทุกคนมีความหมาย มีคุณค่า คนข้างล่างได้รับสวัสดิการน้อยมาก สิทธิความเท่าเทียมอยู่ที่ไหน นโยบายรัฐที่ช่วยเหลือชาวบ้านนักการเมืองอีกฝ่ายก็มองว่าเป็นประชานิยม แต่ในเมื่อมันเป็นประโยชน์กับประชาชนก็ย่อมเป็นเรื่องดี ข้าราชการที่ดีต้องช่วยให้ประชาชนมีความรู้ความสามารถในการพึ่งพาตนเอง ไม่ใช่พึ่งพาระบบอุปถัมภ์ไปเรื่อยๆ ทำงานตรงนี้มานาน 40 ปี พี่ก็ได้เรียนรู้จากชาวบ้านเยอะที่ประมวลขึ้นเป็นตัวเราเวลานี้ เราต่างก็ให้ซึ่งกันและกันอย่างพอๆ กัน