สมาคมนักเรียนไทยในตุรกีจับมือองค์กรในพื้นที่จัดกิจกรรมละศิลอดแก่เด็กกำพร้าชายแดนใต้/ปาตานี

 

สมาคมนักเรียนไทยในตุรกี ได้จัดกิจกรรมละศีลอด มอบของขวัญและทุนการศึกษาให้เด็กกำพร้าชายแดนใต้/ปาตานี ขึ้น ณ สำนักงานคณะกรรมการอิสลาม จังหวัดยะลา (หลังเก่า) และสถาบันศึกษานูรุลญีนานเพื่อเด็กกำพร้าและเยาวชนทั่วไป (Miyasetenis Yetimhanesi) อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 12 และ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมาโดยร่วมมือจากมูลนิธินูซันตารา และสถาบันศึกษานูรุลญีนานเพื่อเด็กกำพร้าและเยาวชนมีผู้เข้าร่วมจำนวน 170 คน

อาดีรอน หมัดโซ๊ะ นายกสมาคมนักเรียนไทยในตุรกี ระบุว่ากิจกรรมในครั้งนี้ได้เริ่มเปิดโอกาสให้นักเรียนไทยในตุรกีได้เป็นสื่อกลางในการนำเงินบริจาคที่ได้ส่วนหนึ่งจากตุรกีมาสู่พี่น้องในครั้งนี้ โดยกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่เสริมออกมาจากกิจกรรมเดิมที่มีเป็นปกติของสมาคมฯ และเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นครั้งแรก ด้วยกับความตั้งใจเล็กๆ ที่จะแบ่งปัน

นายอาดีรอน เสริมว่า โดยปกติสมาคมนักเรียนไทยในตุรกี ซึ่งมีสมาชิกประมาณ 200 กว่าคน และทำหน้าที่หลักในการดูแลประสานเด็กนักเรียนไทยในตุรกีนั้น จะทำกิจกรรมหลักๆ ในทุกๆ ปีการศึกษาในระหว่างศึกษา ณ ประเทศตุรกี แต่เมื่อกลับสู่ไทยในช่วงเวลาปิดเทอมก็จะหาเวลาทำกิจกรรมร่วมกันไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเสวนาวิชาการ การแนะแนวการศึกษา และการบำเพ็ญประโยชน์ ในช่วงเดือนรอมฎอนอันทรงเกียรตินี้จึงได้ดำเนินกิจกรรมอีกหนึ่งกิจกรรมที่คาดว่าจะมีความต่อเนื่องต่อไป นั่นคือการเลี้ยงละศีลอดแก่เด็กกำพร้าและผู้ยากจน

ขณะที่ ยาสมิน ซัตตาร์ ที่ปรึกษาสมาคมฯ และผู้ประสานงานในโครงการครั้งนี้ เปิดเผยว่า แรงจูงใจสำคัญในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ก็เพื่อให้นักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ในประเทศที่มีนโยบายเน้นการช่วยเหลือผู้คนอย่างตุรกี ได้มีโอกาสที่จะฝึกฝนการให้และแบ่งปันกับผู้อื่น แม้ว่าโดยปกติแล้วทางองค์กรของตุรกีเองจะมีการให้ความช่วยเหลือแก่พื้นที่อยู่บ้างแล้วก็ตาม ขณะเดียวกันก็เล็งเห็นว่ากลุ่มหนึ่งที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือก็คือเด็กกำพร้าที่มีอยู่จำนวนมากในพื้นที่ชายแดนใต้ แม้จะเป็นการช่วยเหลือเล็กๆ ก็จำเป็นที่จะต้องหันมาให้ความสำคัญ ปัจจุบันนี้เยาวชนต่างหันไปทำสิ่งอื่นๆ มากมายและละเลยที่จะรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งๆที่เรากำลังอยู่ในช่วงวัยที่มีทั้งกำลังกายและกำลังสมองที่จะขับเคลื่อน พัฒนาและฟื้นฟู สิ่งดีๆ ให้แก่สังคมนี้ต่อไป

ยาสมิน กล่าวเสริมว่า ในฐานะที่เป็นกลุ่มเยาวชนที่ได้รับโอกาสจากพระผู้เป็นเจ้าให้เราได้ไปเรียนยังต่างประเทศ จึงถือเป็นอีกหนึ่งความรับผิดชอบที่เรามีต่อสังคมมากขึ้น ว่าเราจะกลับมาทำอะไรให้สังคมเราได้บ้าง ที่ไม่ใช่แค่ในเชิงวิชาการความรู้และทฤษฎีเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องประยุกต์ใช้ต่อสังคมให้เห็นผลประจักษ์

ยาสมิน เปิดเผยอีกว่า กิจกรรมในครั้งนี้ถือว่าได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากองค์กรผู้ร่วมจัดทั้งสององค์กร ตลอดจนเพื่อนพี่น้องทั้งชาวไทยในตุรกีและชาวตุรกีเอง ซึ่งนอกจากละศีลอดแล้วนั้น เรายังได้มอบทุนการศึกษาบางส่วน ตลอดจนสิ่งของที่จำเป็น ขณะเดียวกันก็ยังมีโอกาสได้ถ่ายทอดประสบการณ์ ตักเตือน ตลอดจนให้ข้อคิดและแรงบันดาลใจต่อเด็กๆ ให้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาที่จะเป็นทุนของชีวิตที่ยั่งยืนต่อไป รวมไปถึงให้กำลังใจแก่เด็กๆ ให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงด้วยการยึดมั่นต่อหลักการแห่งศาสนาอิสลามของเราต่อไป  

“อยากเห็นการทำงานต่อสังคมที่มากขึ้นของเยาวชน และความร่วมมือที่ประจักษ์ชัดขึ้นของกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่ร่วมมือกันโดยไม่แบ่งแยกกลุ่มหรือพวกพ้อง เพราะท้ายสุดแล้วในฐานะของมุสลิม นอกจากความรับผิดชอบที่เราต้องมีต่อพระผู้เป็นเจ้า ต่อตัวเราเอง และต่อครอบครัวแล้ว ยังเป็นความรับผิดชอบที่เราต้องมีต่อสังคมและประชาชาติโดยรวมอีกด้วย เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ด้วยความตั้งใจที่ดี แต่ลงมือทำอย่างจริงจัง แล้วอินชาอัลลอฮฺ(หากพระผู้เป็นเจ้าทรงประสงค์) จะเกิดผลที่ชัดเจนขึ้นต่อสังคมบ้านเราต่อไป” ยาสมิน ได้กล่าวทิ้งท้าย