ดร.สุรินทร์แนะ3มหา’ลัยชายแดนใต้ จับโอกาสแห่งความหลากหลาย จับมือสร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อการพัฒนา

อดีตเลขาธิการอาเซียนแนะ 3 มหาวิทยาลัยในชายแดนใต้ มนร. มรย. มฟน. จับมือสร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อยกระดับพัฒนาท้องถิ่น จับโอกาสแห่งความหลากหลายทั้งภาษา อัตลักษณ์และวัฒนธรรม สร้างสรรค์ผลงานตอบสนองคนพื้นที่ พร้อมขยายความร่วมมือไปเพื่อนบ้าน ด้าน 15 สถาบันทั่วประเทศร่วมเสนองานวิจัยเพื่อพัฒนาชายแดนใต้

มนร.1

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2558 ที่มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์(มนร.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับเครือข่ายความร่วมมือ 3 สถาบัน ได้แก่ มนร. มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (มรย.) และมหาวิทยาลัยฟาฏอนี (มฟน.) จัดประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 4 ประจำปี 2558 หัวข้อ“การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาท้องถิ่นสู่ประชาคมอาเซียน”

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน เป็นผู้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อเดียวกันในตอนหนึ่งว่า สิ่งที่มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และมหาวิทยาลัยฟาฏอนี รวมถึงสถาบันการศึกษาอื่นๆ ในพื้นที่จะต้องทำคือ คิด ผลิตและจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา และจะต้องคิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาเรื่อยๆ และที่สำคัญคือต้องเข้าใจกระแสความเปลี่ยนแปลงจากภายนอก และสิ่งที่จะเข้ามากระทบวิถีชีวิตของเรา อาชีพของเรา สาขาวิชาที่เราศึกษามา บ่อยครั้งที่รัฐบาลแก้ปัญหาให้เราไม่ได้ เพราะปัญหามาจากภายนอก

“เราอยู่ในพื้นที่ที่มีทั้งภาษา อัตลักษณ์ วัฒนธรรมและอื่นๆ ที่เต็มไปด้วยโอกาสที่เราจะได้สร้างสรรค์ผลงานหรือนวัตกรรมให้เราเองและให้คนอื่นด้วย วันนี้ดีใจที่หลายๆ มหาวิทยาลัยสามารถทำงานร่วมกันได้ อย่างมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มหาวิทยาลัยฟาฏอนี และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และอนาคตหวังว่าจะสามารถขยายความร่วมมือไปยังมหาวิทยาลัยอื่นๆ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยในประเทศเพื่อนบ้าน” ดร.สุรินทร์ กล่าว

ดร.สุรินทร์ กล่าวต่อไปว่า เรื่องนวัตกรรมถือเป็นปัญหาของประเทศกำลังพัฒนา ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย เพราะการสร้างนวัตกรรมจะต้องมีการลงทุน จะต้องมีความสามารถในการตั้งคำถาม ตั้งสมมติฐานและจะต้องมีความอดทนในการเก็บและสะสม รวมไปถึงการสังเกตและหาบทสรุปจากสมมติฐานที่เราตั้งไว้

“ส่วนมากประเทศกำลังพัฒนาจะนำเข้านวัตกรรมจากภายนอก ในอดีตที่เราทำคือ ดึงทุน เทคโนโลยี วิธีการจัดการหรือการบริหารมาจากต่างประเทศ แล้วส่งไปขายยังต่างประเทศ สิ่งที่เราได้คือค่าแรง เราคิดว่าไม่ต้องลงทุนทำวิจัยเรื่องนวัตกรรม ทั้งที่นวัตกรรมคือทางรอดของทุกเศรษฐกิจ เพราะจะได้ไม่ต้องไปยืมจมูกคนอื่นหายใจ วันนี้ถึงจุดที่เราจะต้องคิดของเราเองแล้ว” ดร.สุรินทร์ กล่าว

มนร.2

 

15 สถาบันร่วมเสนองานวิจัยเพื่อพัฒนาชายแดนใต้

ทั้งนี้ในงานประชุมมีการเผยแพร่และจัดแสดงผลงานวิจัยของคณาจารย์ นิสิตนักศึกษา ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ 106 เรื่องใน 6 ด้าน

ผศ.ดร.รสสุคนธ์ แสงมณี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าวเปิดงานว่า การจัดงานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงศักยภาพด้านการบูรณาการงานวิจัยในการสร้างผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาท้องถิ่นสู่ประชาคมอาเซียน และร่วมกันผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยในการพัฒนาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ทั้งนี้ได้จัดประชุมวิชาการในรูปแบบความร่วมมือ 3 สถาบันเช่นนี้มาแล้ว  3 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2555 โดยแต่ละสถาบันสลับกันเป็นเจ้าภาพ แต่ครั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยและนักวิจัยจากหน่วยงานอื่นๆ มีส่วนร่วมนำเสนอและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผลงานวิจัยด้วย เพื่อผลักดันให้มีการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยมากยิ่งขึ้น

สำหรับผลงานวิจัยทั้ง 106 เรื่องเป็นบทความวิจัยที่นำเสนอด้วยวาจา 62 เรื่อง นำเสนอแบบโปสเตอร์ 44 เรื่อง มีสถาบันอุดมศึกษาที่เข้าร่วม 15 สถาบัน

โดยแต่ละสถาบันมีจำนวนผลงานที่นำเสนอ ดังนี้ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ นำเสนองานวิจัย 43 เรื่อง มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา 11 เรื่อง มหาวิทยาลัยฟาฎอนี   28เรื่อง มหาวิทยาลัยศิลปากร 1 เรื่อง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 2 เรื่อง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 7 เรื่อง มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ 1 เรื่อง มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา 2 เรื่อง

มหาวิทยาลัยบูรพา 1 เรื่อง มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช 1 เรื่อง มหาวิทยาลัยทักษิณ 5 เรื่อง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 3 เรื่อง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงใหม่ 1 เรื่อง วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสงขลา 2 เรื่อง และโรงพยาบาลยะลา 2 เรื่อง