วางอนาคต 20 ปีชายแดนใต้ อยากให้ศาสนาเป็นเสาหลัก ภาคประชาชนเป็นผู้นำแก้ปัญหา

สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนาจัดเวทีประชาคมวางเป้าหมายอนาคตชายแดนใต้ 20 ข้างหน้า ได้ข้อสรุปอยากให้ศาสนาเป็นเสาหลัก และอยากให้ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม สถาบันศาสนามีบทบาทหลักแก้ปัญหาในพื้นที่

ldi

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2558 ที่ผ่ายมา ที่ห้องพิมพ์มาดา 1 โรงแรมปาร์ควิวรีสอร์ท อ.เมือง จ.ปัตตานี สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา(LDI) ร่วมกับศูนย์ประสานงานพหุภาคี จังหวัดปัตตานี จัดประชุมประชาคมการจัดทำเป้าหมายร่วมของจังหวัดในอีก 20 ปี ข้างหน้า รวมจังหวัดปัตตานี ยะลาและนราธิวาส โดยมีองค์กรภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมประมาณ 60 คน

โดยเป็นการประชุมระดมความคิดเห็นว่า ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องการเห็นว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า หรือในปี 2574 จะมีการพัฒนาด้านต่างๆอย่างไร โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเด็น คือประเด็นความมั่นคง และประเด็นสังคม ซึ่งที่ประชุมแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มละ 7-8  คน เพื่อให้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนใน 2 ประเด็นดังกล่าว ซึ่งได้ข้อสรุปดังนี้

ldi1

ในประเด็นสังคมมีสิ่งที่อยากเห็นอยู่หลายหลาย โดยเฉพาะความต้องการให้ศาสนาเป็นเสาหลักในการแก้ปัญหาต่างๆในพื้นที่ ดังนี้

1.ต้องมีศาลชารีอะห์ในแต่ละจังหวัด

2.ทุกครอบครัวต้องมีคุณธรรมและจริยธรรมที่ดี

3.มีการก่อตั้งกองทุนกู้ยืมจัดงานวาลีมะฮ (งานแต่งงาน) เพื่อป้องกันการผิดประเวณี เนื่องจากไม่มีเงินจัดงาน

3.คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดต้องมีอำนาจบริหารจัดการในเรื่องศาสนา เช่น มีอำนาจห้ามร้านขายอาหารในเดือนรอมฎอน เป็นต้น

4.ผู้นำท้องถิ่นต้องผ่านการอบรมอย่างน้อย 3 เดือน

5.ภาคพลเมืองต้องมีอำนาจร่วมพิจารณาและยับยังโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่ได้

5.ประชาชนในพื้นที่ต้องได้รับสวัสดิการเรียนฟรีตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงปริญญาตรี

6.สถาบันการศึกษาปอเนาะต้องได้รับการยอมรับจากภาครัฐ

7.มีสถาบันให้คำปรึกษาด้านการประกอบธุรกิจระดับรากหญ้า

8.มีสถาบันที่สร้างความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันในความหลากหลายทางศาสนาและชาติพันธ์

9.การสนับสนุนของรัฐต่อโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในพื้นที่ โดยวัดทีคุณภาพการศึกษาไม่ใช่จำนวน

9.ตั้งศูนย์สุขภาพชุมชน ในการให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพตามหลักตามหลักสาธารณสุข

ส่วนประเด็นความมั่งคงก็มีความเห็นที่หลากหลายเช่นกัน โดยเฉพาะต้องการให้ภาคประชาชน ภาคประชาสังคมและสถาบันศาสนามีบทบาทหลักในการแก้ปัญหาในพื้นที่เช่นกัน ดังนี้

1.รัฐต้องมีความจริงใจในการแก้ปัญหาต่างๆในพื้นที่

2.บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่อย่างเคร่งครัดและไม่เลือกปฏิบัติ

3.ยุบองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นทุกระดับและปรับโครงสร้างเป็นจังหวัดในรูปแบบผู้ว่า CEO

4.ให้มีสภาที่ปรึกษาประจำจังหวัดที่มาจากหลากหลายภาคส่วนในพื้นที่

5.ให้องค์กรภาคประชาสังคมระดับตำบลและจังหวัด เป็นองค์กรหลักในการแก้ปัญหาต่างๆในพื้นที่

6.ภาคประชาสังคมต้องเป็นแกนหลักในการแก้ปัญหาต่างๆในพื้นที่

7.เจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ต้องเข้าใจวัฒนธรรมและประเพณีในพื้นที่

8.สถาบันศาสนาในพื้นที่ต้องเป็นสถาบันหลักในการแก้ปัญหาต่างๆ ในพื้นที่

9.อยากเห็นวัยรุ่นมุสลิมไปละหมาดที่มัสยิดกันทุกคน

10.ไม่ต้องการเห็นด่านตรวจบนถนนอีกต่อไป เพราะเป็นอุปสรรคการต่อสัญจรโดยเฉพาะช่วงกลางคืน

11.เหตุไม่สงบในพื้นที่ต้องยุติลง

12.ต้องไม่มีปัญหายาเสพติด

13.ต้องมีแพทย์ประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)

นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา เปิดเผยว่า เวทีประชาคมนี้ ทางสถาบันฯร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคมในแต่ละจังหวัดร่วมกันจัดขึ้นทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยเชิญทุกภาคส่วนมาร่วมกันกำหนดว่าในอีก 20 ปีข้างหน้าอยากเห็นจังหวัดของตัวเองมีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การเมือง การปกครอง และคุณธรรมและจริยธรรมอย่างไร

“ทั้งนี้เพื่อวางเป้าหมายในอนาคตร่วมกับ ซึ่งจะให้รัฐนำเป็นปฏิบัติ ซึ่งการให้ประชาชนกำหนดเป้าหมายอนาคตเองดีกว่าให้รัฐมากำหนด เพราะเป็นความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง” นายแพทย์พลเดช กล่าว