ศอ.บต.แถลงปี58ดีกว่าทุกปี เผย10งานยากที่แก้ได้ ทัวร์มาเลย์เพิ่ม พร้อมหนุนภาษามลายูให้ชัดเจน

เลขาธิการ ศอ.บต.แถลงผลปฏิบัติงานในรอบ 1 ปี ดีกว่าที่ผ่านมา เผย 10 งานยากที่แก้ได้ และ 10 งานที่ริเริ่ม ตั้งเป้าปี 2559 ผู้บริสุทธิ์ต้องปลอดภัย ไกด์มาเลย์เผยนำคณะทัวร์ลงชายแดนใต้เพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวคลายความหวาดกลัว พร้อมสนับนโยบายด้านภาษามลายูให้ชัดเจน

sbpac

เวลา 11.00 น.วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 ที่ห้องโถงอาคารศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศอ.บต. พร้อมด้วยนายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ และนายขวัญชาติ วงศ์ศุภรานันต์ รองเลขาธิการ ศอ.บต.ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติงานของ ศอ.บต.ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ใช้ชื่องานว่า 2558 หนึ่งปีที่ดีกว่าทุกปีที่ผ่านมา 2559 หนึ่งปีที่จะก้าวเพื่อสร้างสันติสุขไปด้วยกัน โดยมีผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เช่น ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส บัณฑิตอาสา โฆษกชาวบ้าน กลุ่มเครือข่ายสตรี เป็นต้น

ผลปฏิบัติงานในรอบ 1 ปี ดีกว่าที่ผ่านมา

นายภาณุ แถลงว่า การพัฒนาและแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของศอ.บต.ในปีงบประมาณ 2558 (1 ตุลาคม 2557-30 กันยายน 2558) เน้นการดำเนินงานที่เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยขับเคลื่อนการพัฒนาตามแนวทางคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ครอบคลุม 7 กลุ่มภารกิจงาน

นายภาณุ แถลงต่อไปว่า การดำเนินงานส่งผลให้การปฏิบัติงานของทหาร ตำรวจและพลเรือนเกิดเอกภาพ มีการนำแผนความต้องการของประชาชน (คัมภีร์ 8 เล่ม) สู่การปฏิบัติ ซึ่งได้บูรณาการงานพัฒนากับงานความมั่นคงทำให้สถานการณ์ดีขึ้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา ประชาชนอุ่นใจ และเชื่อมั่นในแนวทางภาครัฐเพิ่มขึ้น ยืนยันจากสถิติเหตุการณ์ที่ลดลง ดัชนีความเชื่อมั่นด้านการค้าการลงทุนเพิ่มขึ้น และผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ระบุชัดเจนว่ามั่นใจในความปลอดภัยมากขึ้น คาดหวังว่าสันติสุขเกิดขึ้นได้

10 งานยากที่แก้ได้ และ 10 งานที่ริเริ่ม

นายภาณุ แถลงด้วยว่า การแก้ปัญหาที่ผ่านมาทาง ศอ.บต.ได้แบ่งกลุ่มงานออกเป็น 2 ส่วน คือ การแก้ปัญหางานที่ยาก และงานที่เป็นการริเริ่มใหม่

สำหรับงานที่ยากมี 10 อย่างเช่น การแก้ปัญหาที่ดินทำกินในเขตอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ซึ่งเป็นปัญหาที่เรื้อรังมาเป็นเวลา 14 ปีแล้ว ครอบคลุมพื้นที่ 9 อำเภอใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผู้ได้รับความเดือน 23,000 ครัวเรือน ที่ดินจำนวน 195,000 ไร่ จำนวน 30,000 แปลง ซึ่งในปี 2558 สามารถแก้ปัญหาโดยให้สามารถโค่นยางพาราเก่าได้ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 2 ปี และได้เริ่มมีการขัดแนวเขตที่ดินได้แล้วบางส่วน

การแก้ปัญหาคนไทยที่อาศัยอยู่ในซาอุดิอาระเบียอย่างผิดกฎหมายกว่า 1,800 คน เนื่องจากไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งปีนี้สามารถแก้ปัญหาไปแล้ว 173 คน ต่อมาเป็นเรื่องนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลที่อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ปีนี้สามารถเข้าใช้ประโยชน์ได้แล้ว โดยทำเป็นโรงงานบรรจุภัณฑ์กรือโปะได้กว่า 5,000 ถุงแล้ว และมีนักลงทุนจากซาอุดิอาระเบียลงมาดูพื้นที่แล้ว 3 ราย

ตามาเป็นเรื่องการสร้างบ้านพักให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในพื้นที่ โดยเฉพาะหญิงหม้ายซึ่งจัดหาได้แล้วส่วนหนึ่ง ต่อไปก็จะขยายไปยังครอบครัวอื่นๆอีก นอกจากนี้ยังมีการแก้ปัญหาเรื่องผลไม้ และเรื่องการอำนวยความสะดวกให้กับผู้เดินทางไปทำพิธีฮัจย์ที่เมืองมักกะ ประเทศซาอุดิอาระเบียซึ่งได้รับคำชมว่าจัดการได้ดีกว่าทุกปีที่ผ่านมา

ส่วนงานที่เป็นการริเริ่มใหม่มี 10 เรื่อง เช่น การเปิดจุดขายสินค้าของดีชายแดนใต้ร่วมกับบริษัทไปรษณีย์ไทยเปิดจุดขายในที่ทำการไปรษณีย์ในพื้นที่และในกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทางด้านศาสนาของศาสนาอิสลามและศาสนาพุทธด้วย เป็นต้น

sbpac1

ตั้งเป้าปี 2559 ผู้บริสุทธิ์ต้องปลอดภัย

นายภาณุ แถลงต่อไปว่า สำหรับปีงบประมาณ 2559 ซึ่งถือเป็นปีพิเศษแห่งการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ต้องเร่งสร้างความสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ศอ.บต.ตั้งเป้าหมายไว้ 2 ประการ คือ 1.ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องปลอดภัย และ 2.พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องน่าอยู่น่าอาศัยมากกว่าปีทีผ่านมา

พร้อมกันนี้ ได้พัฒนาแนวทางการแก้ปัญหาในลักษณะพิเศษขึ้นมา นอกเหนือจากแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมปกติ คือ การปฏิบัติตามแผนงานขยายผลของ ศอ.บต. การปฏิบัติตามแผนโครงการสำคัญ หรือ Flagship Projects ที่ ศอ.บต. และ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ทำร่วมกัน แผนการสนับสนุนแผนความต้องการ และความจำเป็นของหมู่บ้านตามแนวทางคัมภีร์ 8 เล่ม ของ กอ.รมน. และแผนงานพัฒนาพื้นที่เป็นพิเศษ เรียกว่า “ประชารัฐ ร่วมสร้างสันติสุขชายแดนใต้”

ซึ่งจะเป็นแนวทางการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาทั้งมวลผ่านพลังประชารัฐ ใช้ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ (ศปก.อ.) เป็นหน่วยติดตาม และใช้การสร้างครอบครัวคุณธรรมเป็นเป้าหมาย โดยมีแนวทางการปฏิบัติ คือ “คิดร่วมกัน ทำร่วมกัน” ของภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และราชการ ที่เรียกว่า “ประชารัฐ” ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการ/กลุ่มบุคคล/เครือข่ายบุคคล

โดยกำหนดให้มีการแบ่งความรับผิดชอบในการสร้างครอบครัวคุณธรรมคนละ 10 ครอบครัว การสร้างครอบครัวคุณธรรม ซึ่งสมาชิกจะต้องยึดมั่นใน “สัจจะ สันติสุข” กำหนดไว้ 3 ประการสำคัญ คือ สมาชิกในครอบครัวต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด สมาชิกทุกคนจะต้องไม่สร้างความเดือดร้อนแก่สังคม ชุมชน และสมาชิกทุกคนจะต้องมีจิตอาสาช่วยเหลือส่วนรวม

ไกด์มาเลย์เผยนำทัวร์ลงชายแดนใต้เพิ่มขึ้น

sbpac2

 

ทั้งนี้นายภานุยังได้ให้นายจอยุ แซ่ลิ้ม มัคคุเทศก์ชาวมาเลเซียมาร่วมแถลงข่าวด้วยในฐานะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในปี 2558 คนที่ 40,000 มาเปิดเผยในการแถลงข่าวว่า ขณะนี้นักท่องเที่ยวขาวมาเลเซียเริ่มเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ซึ่งปัจจุบันตนได้นำนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเข้ามาครั้งละ 4-5 คันรถทัวร์จากเมื่อก่อนมีเพียงแค่คันเดียว และได้เข้าพักในโรงแรมในพื้นที่มากขึ้นครั้งละ 40-50 ห้อง

“นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่บอกว่าจะไปเที่ยวที่ จ.ยะลา ปัตตานีได้ ไม่กลัวแล้ว ไม่มีปัญหาซึ่งผมก็ดีใจมากที่ได้มาบอกเรื่องนี้ในวันนี้” นายจอยุ กล่าว

พร้อมหนุนภาษามลายูให้ชัดเจน

ส่วนนโยบายด้านภาษามลายูนั้น นายภานุกล่าวว่า ในปี 2558 มีกิจกรรมด้านภาษามลายูหลายกิจกรรมที่ดำเนินการโดยสถาบันภาษามลายูไทยแลนด์ แต่ในส่วนที่ศอ.บต.ดำเนินการเองได้แก่ การเปิดหน้าเว็บไซต์ภาษามลายู และให้ข้าราชการได้อบรมภาษามลายูมากขึ้นเพื่อให้ภาษามลายูเป็นภาษาของการทำงานหรือ Working Language ส่วนการดำเนินการในปี 2559 นั้นการดำเนินการด้านภาษามลายูจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในแผ่นพับเผยแพร่ผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2558 ดังกล่าว ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับแผนงานทั้ง 7 กลุ่มงานดังกล่าวก็ไม่ได้ระบุผลงานที่เกี่ยวกับภาษามลายู ส่วนในแผ่นพับเผยแพร่แผนการนำเนินงานในปีงบประมาณ 2559 ซึ่งประกอบด้วย แผนพัฒนาเน้นพื้นที่พิเศษ แผนการสนับสนุนแผนความต้องการและความจำเป้นของหมู่บ้าน แผนโครงการสำคัญ และแผนงานขยายผลของศอ.บต.ก็ไม่ได้ระบุแผนการดำเนินงานเกี่ยวกับภาษามลายูอย่างชัดเจนด้วยเช่นกัน แต่มีการระบุส่งเสริมศิลปะ วัฒนธรรม ศาสนาเพื่อแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

sbpac3