เตือนกระทบพูดคุยสันติสุข ให้เร่งคลี่กรณี”อับดุลลายิ-ระเบิดกูโบร์” หยุดใช้ความรุนแรงที่สาธารณะ

LEMPARเตือนกระทบสันติสุข ให้เร่งคลี่กรณี”อับดุลลายิ-ระเบิดกูโบร์” สมาคมเพื่อสันติภาพฯขอให้หยุดละเมิดสิทธิ-หยุดใช้ความรุนแรงในที่สาธารณะ ให้ร่วมสร้างบรรยากาศสันติภาพ งดสร้างบาดแผลต่อกัน สมาคมผู้หญิงฯชี้ทำลายพื้นที่ปลอดภัยทางวัฒนธรรมและดูหมิ่นศาสนา ชาวบ้านร่วมละหมาดขอพรและแสดงพลังปฏิเสธความรุนแรง สรุปเหตุเดือนพฤศจิกา58 มี 41 เหตุ เจ็บ 30 ราย ตาย 10 และสรุปเหตุ 8 – 13 ธันวา58

วันที่ 14 ธันวาคม 2558 องค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หลายองค์กรได้ออกแถลงการณ์กรณีเหตุลอบวางระเบิด อส.ทพ.ชัยค์ เจ๊ะดอมะ สังกัดหน่วยเฉพาะกิจ(ฉก.)ทหารพรานที่ 43 อายุ 39 ปีเสียชีวิตภายในกูโบร์ (สุสานชาวมุสลิม) บ้านบ่อเจ็ดลูก ม.6 ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา ขณะทำพิธีทางศาสนาที่กูโบร์ให้กับมารดาที่เสียชีวิตเมื่อ 10 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา แรงระเบิดยังทำให้นายอาซิ เจ๊ะดอมะ อายุ 63 ปี บิดาได้รับบาดเจ็บ และยังทำให้ศพที่ห่อด้วยผ้าขาวกระเด็นออกมาจากหลุมศพด้วย

LEMPARเตือนกระทบสันติสุข ให้เร่งคลี่กรณี”อับดุลลายิ-ระเบิดกูโบร์”

โดยสำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา (LEMPAR) ได้แสดงความเสียใจจากการสูญเสียดังกล่าว พร้อมระบุโดยสรุปว่า เหตุการณ์นี้ยิ่งสร้างความสงสัยเคลือบแคลงใจต่อเนื่องจากกรณีการเสียชีวิตของนายอับดุลลายิบ ดอเลาะในค่ายทหาร หากความสลดใจอย่างนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกอาจส่งผลต่อกระบวนการสันติภาพ จึงมีข้อเสนอยกเป็นกรณีตัวอย่างให้ระดับนโยบายมีมาตรการเฉพาะเพื่อสร้างความจริงให้ปรากฏ เพราะความจริงเท่านั้นคือตัวแปรสำคัญของความยุติธรรมและสันติสุข

"ควรต้องมีมาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อสร้างความกระจ่างชัดในความจริงที่เกี่ยวกับสองกรณีตัวอย่างดังกล่าว ให้สังคมได้หายข้อสงสัยข้อเคลือบแคลงใจต่างๆในเร็ววัน" แถลงการณ์ระบุ

สมาคมเพื่อสันติภาพฯขอให้หยุดละเมิดสิทธิ-หยุดใช้ความรุนแรงในที่สาธารณะ

ส่วนสมาคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ ออกข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ให้ทุกภาคส่วนคำนึงและควรปฏิบัติ โดยสรุปคือ 1.ผู้ก่อเหตุและกลุ่มคนสนับสนุนต้องยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนทันที 2.ผู้ก่อเหตุและกลุ่มคนสนับสนุนต้องยุติการใช้ความรุนแรงบริเวณสาธารณสถาน ควรให้เกียรติและให้ความเคารพต่อสุสานหรือกูโบร์ รวมถึงสถานประกอบศาสนาพิธี

3.รัฐต้องเร่งสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษทุกเหตุการณ์ที่ใช้ความรุนแรง 4.รัฐต้องดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บ เยียวยาผู้เสียหายและผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงตามหลักมนุษยธรรม ทั้งด้านร่ายกายและจิตใจโดยไม่เลือกปฏิบัติ

ให้ร่วมสร้างบรรยากาศสันติภาพ งดสร้างบาดแผลต่อกัน

“สมาคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ ขอเชิญชวนให้ทุกฝ่ายมุ่งใช้หลักการและแนวทางด้านสันติวิธีในการเรียกร้องสิ่งที่ฝ่ายตนต้องการและร่วมกันสร้างสรรค์บรรยากาศสันติภาพให้กลับคืนมา ทดแทนสถานการณ์ความรุนแรงด้วยการสร้างความสงบสันติ งดเว้นการสร้างรอยร้าวและบาดแผลที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างกัน ขอจงร่วมมือกันสร้างสันติภาพและกำหนดวิธีการต่อรอง เรียกร้องโดยใช้แนวทางสันติวิธี” แถลงการณ์ระบุ

สมาคมผู้หญิงฯชี้ทำลายพื้นที่ปลอดภัยทางวัฒนธรรมและดูหมิ่นศาสนา

ขณะที่สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ แถลงว่าสุสานหรือกูโบร์เป็นที่สาธารณะสำคัญของชุมชนเช่นกัน อิสลามกำหนดให้ต้องเคารพและให้เกียรติสุสานหรือกูโบร์ในฐานะที่เป็นสาธารณสถาน อะไรควรกระทำและไม่ควรกระทำสิ่งต่างๆไว้อย่างชัดเจน เช่น มุสลิมทุกคนที่เดินผ่านสุสานหรือกูโบร์ต้องกล่าวให้สลามและขอดุอา(ขอพร)

“การวางระเบิดไว้ในหลุมศพเป็นการละเมิดศพและดูหมิ่นศาสนา เป็นการกระทำที่ชั่วร้าย และกระทบต่อจิตใจของผู้สูญเสียเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ผู้ที่ถูกกระทำ เป็นผู้ที่ไม่พร้อมที่จะต่อสู้  ไม่มีปืน ไม่มีอาวุธ อยู่ในสถานที่อันควรจะสงบและปลอดภัย ไม่ว่าจะยกเอาหลักใดมา ก็นับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง ทั้งหลักสิทธิมนุษยชนและหลักศาสนา” แถลงการณ์สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ ระบุ

ชาวบ้านร่วมละหมาดขอพรและแสดงพลังปฏิเสธความรุนแรง

วันเดียวกัน ชาวบ้านบ่อเจ็ดลูก ร่วมละหมาดฮายัดที่มัสยิดบ้านบ่อเจ็ดลูก พร้อมประณามการก่อเหตุรุนแรง หลังเกิดเหตุระเบิดในกุโบร์วานนี้ เป็นเหตุให้ทหารพรานเสียชีวิตขณะมาเคารพศพมารดา โดยเจ้าหน้าที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งทหารและฝ่ายปกครองเข้าร่วมด้วย โดยชมรมอิหม่ามจังหวัดยะลา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนชาวบ้านบ่อเจ็ดลูก เข้าร่วมกว่า 500 คน จากนั้นได้ร่วมกันเดินแสดงพลังปฏิเสธความรุนแรง จากหน้ามัสยิดไปยังกุโบร์ที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 200 เมตร

สรุปเหตุเดือนพฤศจิกา-สัปดาห์ที่สองเดือนธันวา58

ฐานข้อมูลเหตุการณ์ชายแดนใต้ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSID) สรุปเหตุไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างวันที่ 1- 30 พฤศจิกายน 2558 พบว่ามี 41 เหตุการณ์ สูงสุดคือเหตุยิง 21 เหตุ วางระเบิด 7 เหตุ มีผู้เสียชีวิตรวม 10 ราย แยกเป็นคนไทยพุทธ 5 ราย มุสลิม 5 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 30 ราย แบ่งออกเป็นคนไทยพุทธ 16 ราย มุสลิม 14 ราย

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในเดือนธันวาคม 2558 โดยสรุปย้อนหลังมีดังนี้

วันที่ 13 ธันวาคม 2558 เวลา 6.15 น. คนร้ายลอบวางระเบิดภายในบริเวณกุโบร์บ้านบ่อเจ็ดลูก ม.7 ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา ทำให้ อส.ทพ.ซัยค์ เจะดอมะ เสียชีวิต ส่วนนายอาซิ เจ๊ะดอมะ อายุ 63 ปี บิดาของ อส.ทพ.ซัยค์ บาดเจ็บ ที่เกิดเหตุพบเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก็สปิกนิก จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร

เวลา 22.25 น.คนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะใช้อาวุธปืนลูกซอง ยิงใส่บ้านราษฎรได้รับบาดเจ็บ 2 ราย 1.นายวัชชัย สมใจ อายุ 26 ปี 2.นางสาวณัฐมา แซ่ตั้ง อายุ 20 ปี เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 48/1 บ้านคลองต่ำ ม.4 ต.ปะนาเระ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี

วันที่ 12 ธันวาคม 2558 คนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดพิสูจน์หลักฐาน สถานีตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส แรงระเบิดทำให้รถยนต์ของราชการเสียหาย 2 คัน แต่ไม่มีใครเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสาย 4084 บ้านโคกมะเฟือง หมู่ที่ 1 ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

วันที่ 11 ธันวาคม 2558 เวลา 11.35 น.คนร้ายลอบวางระเบิด ชป.มว.ฉก.นปพ.ปัตตานี 21 บนถนนสายปุยุด – สะดาวา ม.3 ต.สะดาวา อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ทำให้ตำรวจบาดเจ็บ 2 ราย ดังนี้ 1.ส.ต.ท.เอกพงษ์ จ่อมจันทร์ อายุ 21 ปี 2.ส.ต.ท.ทรงเกียรติ โปร่งอากาศ อายุ 25 ปี ตรวจสอบพบเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สปิกนิก จุดชนวนด้วยการลากสาย โดยวางระเบิดไว้ใต้ผิวถนน

เวลา 19.45 น.คนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามลอบยิง ร.ต.ท.มะอุเซ็ง สาเหาะ ตำรวจสถานีตำตรวจภูธรมายอ จ.ปัตตานี เสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 69 บ้านกะลาพอตะวันตก ม.8 ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

วันที่ 10 ธันวาคม 2558 เวลา 16.40 น.คนร้ายขับรถเก๋งยีห้อโตโยต้า วีออส สีเทา ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เป็นพาหนะใช้อาวุธปืนสงคราม ยิงนายแวอูมา สามะแก เสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 84 บ้านกามูติง ม.1.ยะต๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา

วันที่ 8 ธันวาคม 2558 คนร้ายลอบวางระเบิดชุดปฏิบัติการกองร้อยทาหรพราน 4206 หน่วยเฉพาะกิจที่ 42 ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 4 ราย ดังนี้ 1.อส.ทพ.ชุมพล หลีพล อายุ 35 ปี 2.อส.ทพ.เฉลิม จันดา อายุ36 ปี 3.อส.ทพ.ชัยวัฒน์ วัตนสิทธิ์ อายุ 36 ปี อส.ทพ.เอกศักดิ์ ชูแป้น อายุ 31 ปี

แถลงการณ์ ฉบับเต็ม

แถลงการณ์ สำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา(LEMPAR) กรณี เหตุการณ์ระเบิดที่กุโบร์ วันที่14 ธันวาคม 2558

เมื่อ 13 ธันวาคม 2558 เวลาประมาณ 06.50 น. ได้เกิดเหตุการณ์ระเบิดบริเวณกูโบร์บ้านบ่อเจ็ดลูก ม.6 ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 1 ราย และประชาชนได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ถูกนำส่ง โรงพยาบาลศูนย์ยะลา มีผู้บาดเจ็บชื่อ นายอาซิ เจ๊ะดอมะ อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 ม.4 ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา ผู้เสียชีวิตชื่อ อส.ทพ.ชัยค์ เจ๊ะดอมะ ซึ่งเป็นบุตรชายของนายอาซิ เจ๊ะดอมะ เหตุเกิดขณะทำพิธีทางศาสนาที่กูโบร์ให้กับมารดาที่เสียชีวิตเมื่อ 10 ธ.ค.58 ที่ผ่านมา

สำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา(LEMPAR) ขอแสดงความเสียใจจากการสูญเสียครั้งนี้ของครอบครัวเจ๊ะดอมะอย่างสุดซึ้ง

ไม่ทันที่สังคมจะทำใจได้กับการตายปริศนาชวนให้สงสัยเคลือบแคลงใจเจ้าหน้าที่รัฐต่อกรณีการเสียชีวิตของนายอับดุลลายิบ ดอเลาะ ในค่ายทหาร ก็ได้เกิดเหตุการณ์สลดใจสร้างความหดหู่ซ้ำต่อสังคมอีกครั้ง ซึ่งเหตุการณ์ระเบิดที่กูโบร์ดังกล่าวปฏิเสธไม่ได้ว่า ได้สร้างความสงสัยของสังคมอย่างเคลือบแคลงใจต่อผู้คิดเห็นต่างที่เป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐ หรือ ขบวนการปาตานีต่อต้านรัฐไทย เช่นกัน

หากความสลดใจอย่างหดหู่ซ้ำแล้วซ้ำอีกของสังคมท่ามกลางสถานการณ์สู้รบในบริบทของสงคราม อสมมาตรระหว่างรัฐไทยกับขบวนการปาตานีต่อต้านรัฐไทย สังคมใช้ท่าทีการประณามผู้ก่อเหตุสลดใจดังกล่าวซึ่งสังคมและรัฐเองก็มีข้อจำกัดในการพิสูจน์ทราบว่าใครคือผู้ก่อเหตุตัวจริง การประณามดังกล่าวแน่นอนว่าอย่างน้อยที่สุดก็ได้ทำให้ผู้ประณามมีความสบายใจยิ่งขึ้น อีกทั้งยังไม่สอดคล้องตามหลักการของการสื่อสารสันติภาพ(Peace Journalism) ทั้งนี้ในทางรูปธรรมและความเป็นจริงก็ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ให้ดีขึ้นเลยในระดับนโยบาย เพราะทั้งรัฐและขบวนการฯต่างก็ยังใจจดใจจ่อกับความเชื่อมั่นในการดำเนินยุทธศาสตร์ตามแผนนโยบายของตัวเอง อย่างท้าทายประชาชนในพื้นที่ว่า จะเลือกอยู่ข้างไหนระหว่างรัฐกับขบวนการต่อต้านรัฐ เสมือนทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องใช้ความรุนแรงห้ำหั่นกันอย่างมีนัยยะสำคัญต่อบริบทสภาพของสงครามอสมมาตร ที่มีทั้งสองฝ่ายเป็นคู่ขัดแย้งหลักตามทฤษฎีของกระบวนการสันติภาพ

สำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา (LEMPAR)  มีข้อเสนอต่อกรณีเหตุการณ์สลดใจสังคมอย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งมีแนวโน้มสูงส่งผลกระทบโดยตรงกับบรรยากาศของกระบวนการพูดคุยสันติสุขอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยยกกรณีของเหตุการณ์ระเบิดที่กูโบร์และเหตุการณ์ประชาชนเสียชีวิตในค่ายทหาร เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2558 เป็นกรณีตัวอย่างนำร่องให้ระดับนโยบายได้มีมาตรการอย่างเฉพาะเจาะจง เพื่อสร้างความกระจ่างชัดในความจริงที่เกี่ยวกับสองเหตุการณ์ดังกล่าวให้กับสังคมโดยเร็ววัน เพราะคงไม่มีใครปฏิเสธว่า "ความจริงเท่านั้นคือตัวแปรสำคัญของความยุติธรรมและสันติสุข"

ข้อเสนอคือ คณะร่วมเพื่อการพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนจากรัฐมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวก ตัวแทนจากรัฐไทยในฐานะคณะพูดคุยที่นำโดย พล.อ.อักษรา เกิดผล และ กลุ่ม MARA PATANI

"ควรต้องมีมาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อสร้างความกระจ่างชัดในความจริงที่เกี่ยวกับสองกรณีตัวอย่างดังกล่าว ให้สังคมได้หายข้อสงสัยข้อเคลือบแคลงใจต่างๆในเร็ววัน"

แถลงการณ์สมาคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ ที่ ๔/๒๕๕๘

ประณามการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ และทำลายพื้นที่ปลอดภัยทางวัฒนธรรม

จากเหตุการณ์วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๘ เวลาประมาณ ๐๖.๓๐ น. คนร้ายได้ลอบวางระเบิดในบริเวณกูโบร์ (สุสาน) บ้านบ่อเจ็ดลูก ม.๖ ตำบลยุโป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา จนเป็นเหตุให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต ๑ ราย ทราบชื่อคือ อส.ทพ.ซัยค์ เจ๊ะดอมะ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ๑ ราย ซึ่งขณะนี้ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ทราบชื่อภายหลังคือ นายอาซิ เจ๊ะดอมะ อายุ ๖๓ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๒ หมู่ ๔ ตำบลยุโป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา รายละเอียดดังปรากฏในข่าวแล้วนั้น

สมาคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ ขอประณามการกระทำของผู้ก่อเหตุและกลุ่มคนที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดบริเวณกูโบร์ (สุสาน) ที่โหดร้ายทารุณ ไร้มนุษยธรรม ละเมิดสิทธิมนุษยชน และละเมิดสิทธิทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหลักสากลที่ทุกฝ่ายต้องยึดถือ และขอแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียและญาติมิตรในเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ซึ่งหากเหตุการณ์เหล่านี้ยังดำเนินต่อไปเปรียบเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงแนวโน้มที่น่าเป็นห่วงของพี่น้องประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เกี่ยวกับการประกอบศาสนกิจในอนาคต คาดว่าจะนำไปสู่ความรุนแรง และความแตกร้าวยิ่งขึ้นในสังคม จนยากที่จะเยียวยา อันเป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนไม่พึงปรารถนา ดังนั้นสมาคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้จึงขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนคำนึงและควรปฏิบัติ ดังนี้

๑. ผู้ที่ก่อเหตุและกลุ่มคนที่สนับสนุนความรุนแรงต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ต้องยุติการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนทันที

๒. ผู้ที่ก่อเหตุและกลุ่มคนที่สนับสนุนต้องยุติการใช้ความรุนแรงในเขตบริเวณสาธารณะสถาน ควรให้เกียรติและให้ความเคารพต่อสุสานหรือกูโบร์ รวมไปถึงสาธารณะสถานต่างๆ ที่ประชาชนทั่วไปใช้ในการประกอบศาสนพิธีตามหลักศาสนา

๓. เจ้าหน้าที่รัฐ ต้องเร่งดำเนินการสืบสวน และสอบสวน เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีและลงโทษตามกฎหมายในทุกเหตุการณ์ที่มีการใช้ความรุนแรง

๔. รัฐบาลจะต้องให้การดูแลรักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ การเยียวยาผู้เสียหาย และผู้ที่เสียชีวิตจากกรณีเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้เป็นมาตรฐาน เพื่อให้เป็นไปตามหลักมนุษยธรรม โดยการให้หลักประกันว่าจะให้ความเป็นธรรมและเยียวยากับทุกฝ่าย ทั้งในรูปเงินช่วยเหลือ, การฟื้นฟู, การช่วยเหลืออื่นๆ และการเยียวยาด้านจิตใจโดยไม่เลือกปฏิบัติ

สมาคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ ขอเชิญชวนให้ทุกฝ่ายมุ่งใช้หลักการและแนวทางด้านสันติวิธีในการเรียกร้องสิ่งที่ฝ่ายตนต้องการและร่วมกันสร้างสรรค์บรรยากาศสันติภาพให้กลับคืนมา ทดแทนสถานการณ์ความรุนแรงด้วยการสร้างความสงบสันติ งดเว้นการสร้างรอยร้าวและบาดแผลที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างกัน ขอจงร่วมมือกันสร้างสันติภาพและกำหนดวิธีการต่อรอง เรียกร้องโดยใช้แนวทางสันติวิธี

แถลงการณ์ สมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ

"ขอประณามการวางระเบิดกูโบร์ การทำลายพื้นที่ปลอดภัยทางวัฒนธรรม ละเมิดสิทธิมนุษยชนละเมิดสิทธิทางวัฒนธรรม"กรณี ลอบวางระเบิดกูโบร์ ในพื้นที่ ตำบลยุโป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา

เมื่อ 13 ธันวาคม 2558 เวลาประมาณ 06.50 น. สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณกูโบร์บ้านบ่อเจ็ดลูก ม.6 ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา เป็นเหตุให้มีราษฎรเสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ผู้บาดเจ็บชื่อ นายอาซิ เจ๊ะดอมะ อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 ม.4 ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา ผู้เสียชีวิตชื่อ อส.ทพ.ชัยค์ เจ๊ะดอมะ บุตรชายซึ่งเป็น อส.ทพ. เหตุเกิดขณะทำพิธีทางศาสนาที่กูโบร์ให้กับมารดาที่เสียชีวิตเมื่อ 10 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา ในช่วงเช้าของวันดังกล่าวพ่อและลูกชายไปทำบุญ ผู้ก่อเหตุวางระเบิดไว้ในหลุมศพ โดย อส.ทพ.ซัยค์ ได้ไปยืนสวดเหนือหลุมฝังศพ ส่วนนายอาซิ นั่งอยู่ที่ศาลาใกล้ๆ กันจู่ๆ ได้เกิดระเบิดดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดฉีกร่าง อส.ทพ.ซัยค์ เสียชีวิตในทันที ส่วนนายอาซิ หูอื้อบาดเจ็บเล็กน้อย แรงระเบิดทำให้ศพผู้เป็นมารดากระเด็นลอยขึ้นมาจากหลุม ส่วนลูกที่เป็นทหารสภาพศพขาดครึ่งท่อน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ “นี่คือการละเมิดสิทธิมนุษยชนและศาสนา”

สุสานหรือกูโบร์เป็นสถานที่ฝังศพของมุสลิม เป็นสถานที่สาธารณะสำคัญของชุมชนเช่นกัน อิสลามได้กำหนดกรอบแนวปฏิบัติต้อง ให้ความเคารพ และให้เกียรติสุสานหรือกูโบร์ในฐานะที่เป็นสาธารณะสถานควรกรทำและไม่ควรกระทำสิ่งต่างๆไว้ อย่างชัดเจน เช่น ให้ความเคารพและให้เกียรติกูโบร์ในฐานะสาธรณสมบัติของชุมชน, มุสลิมทุกคนที่เดินผ่านสุสาน หรือกูโบร์ของชาวมุสลิมต้องกล่าวให้สลามและขอดุอาฮ.

การวางระเบิดไว้ในหลุมศพเป็นการละเมิดศพและดูหมิ่นศาสนา เป็นการกระทำที่ชั่วร้าย และกระทบต่อจิตใจของผู้สูญเสียเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ผู้ที่ถูกกระทำ เป็นผู้ที่ไม่พร้อมที่จะต่อสู้  ไม่มีปืน ไม่มีอาวุธ อยู่ในสถานที่อันควรจะสงบและปลอดภัย ไม่ว่าจะยกเอาหลักใดมา ก็นับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง ทั้งหลักสิทธิมนุษยชนและหลักศาสนา

เราขอเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนการวางระเบิด ในพื้นที่ทางศาสนา ซึ่งควรจะเป็น “พื้นที่ปลอดภัย ” และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้