“บุหงารายา” เพาะเมล็ดพันธุ์สันติภาพในหลักสูตรตาดีกาชายแดนใต้

บุหงารายาผลักดัน “เมล็ดพันธุ์สันติภาพแห่งโรงเรียนต้นแบบชายแดนใต้” เน้นพัฒนาครูตาดีกาให้มีคุณภาพใน 20 ตาดีกานำร่องเพื่อเข้าสู่ตาดีกา BESTARI ในปี 2020 พร้อมนำหลักสูตรสันติภาพศึกษาต้นแบบจากอาเจะห์มาปรับใช้ โดยมีครูแลกเปลี่ยนเป็นวิทยากรช่วยสอนสันติภาพศึกษาและภาษามลายูกลางเพื่อยกระดับตาดีกาเป็นแม่แบบในการจัดการสันติภาพศึกษาในชายแดนใต้

ที่ผ่านมา กลุ่มบุหงารายา ได้จัดโครงการศูนย์ตาดีกา 5 จังหวัดชายแดนใต้ ใน 10 ตาดีกาเป้าหมายในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ และเพิ่มเป็น 20 ตาดีกา โดยมีการจัดตั้งศูนย์มาตรฐานวิชาชีพครูตาดีกาเพื่อให้คำปรึกษาด้านการจัดกระบวนการเรียนการสอนแก่ผู้สอนตาดีกา ศูนย์พัฒนาหลักสูตรเพื่อติดตามการทำงานจากหลักสูตร KSPI  และศูนย์วิจัยและประเมินผล โดยมีการจัดเวทีเพื่อพัฒนาศักยภาพตาดีกาท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้ง

นายฮาซัน ยามาดีบุ ประธานกลุ่มบุหงารายา กล่าวถึงการวิพากษ์หลักสูตรสันติภาพศึกษาที่นำมาจากอาเจะห์ โดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรับปรุงให้เหมาะสมกับบริบทของตาดีกาในพื้นที่     เพื่อตอบโจทย์แก้ปัญหาในประเด็นเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงว่า หลักสูตรสันติภาพในระดับโรงเรียนตาดีกา เป็นหลักสูตรที่มาช่วยสร้างความเข้าใจและลดความหวาดระแวงจากหน่วยงานความมั่นคง เป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพทั้งครูและนักเรียนให้สามารถจัดการตนเองในสถานการณ์ความขัดแย้ง

“หลักสูตรสันติภาพศึกษานี้นำตัวอย่างมาจากหลักสูตรที่ใช้สอนในโรงเรียนตาดีกาในอาเจะห์ เป็นหลักสูตรที่ปรับปรุงให้เข้ากับบริบทของชายแดนใต้ เริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนไปจนจบเทอมสองนี้ โดยมีวิทยากรมาช่วยสอนจำนวน 7 คนจากมาเลเซียและอาเจะห์ ทั้งหมดไปสอนใน 12 ชุมชน ไปอาศัยกินอยู่กับครอบครัวชาวบ้าน โดยจัดเวรไปกินอาหารกับทุกบ้าน ในการสอนจะมีครูพี่เลี้ยงในพื้นที่สอนร่วมด้วย 1 คน วิทยากรจะสอนสันติภาพศึกษาและภาษามลายูกลางให้กับครูด้วย จนจบเทอม จากนั้นจะดูผลสัมฤทธิ์ว่าเป็นอย่างไร มีการติดตามการใช้หลักสูตรโดยการสอบถามครูเป็นหลัก เมื่อได้ผลดีจะนำไปปรับใช้กับทุกตาดีกา”

สำหรับครูแลกเปลี่ยนในครั้งนี้เป็นการประสานกับองค์กรทางการศึกษาในมาเลเซียคือ Aman Patani Malaysia และในอาเจะห์ อินโดนีเซียคือ ACSTF  (Acehnese civil society task force) โดยมาจากมาเลเซีย 2 คน และอาเจะห์ 5 คน

“ในปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการคุยทำความเข้าใจ สร้างความตระหนักต่อกลุ่มเป้าหมายหลักที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนตาดีกา ปรับการทำงานขั้นพื้นฐาน ก่อนจะมีการทำประชาพิจารณ์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมจากชุมชน ให้ชุมชนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งในหลักสูตรสันติภาพระดับโรงเรียนตาดีกา หลังจากนี้จะมีการพูดคุยทำความเข้าใจกับหน่วยงานภาครัฐ ช่วยให้หน่วยงานความมั่นคงเข้าใจ ไม่หวาดระแวงหรือลดอคติ ต่อโรงเรียนตาดีกาไปด้วย”

Al-Mukarramah และ Maulidia คือวิทยากรอาสาที่มาจากอาเจะห์ ทั้งสองคนจบปริญญาตรีด้าน Communication Science จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน โดย Lidia บอกว่า ช่วงเรียนได้ทำกิจกรรมกับเด็กๆ เป็นอาสาสมัครจิตอาสาเกี่ยวกับการศึกษา

“หลักสูตร 12 ตัวอย่างที่ใช้กับเด็กตาดีกาในอาเจะห์ได้ถูกปรับปรุงให้เหมาะสมและนำมาใช้กับเด็กตาดีกาในชายแดนใต้ ก่อนมาปัตตานีได้รับรู้ข่าวสารของพื้นที่ที่มีสถานการณ์เหมือนกับในอาเจะห์ที่ผ่านมา เพื่อจะได้สื่อสารออกไปว่าเมื่อสังคมสงบสุขแล้วจะเป็นอย่างไร ห่วงแต่เรื่องภาษาที่ต่างกันอาจทำให้สื่อสารคลาดเคลื่อนกันบ้าง แต่ไม่กลัวที่จะเรียนรู้ เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับตัวเอง” Maulidia กล่าว

ด้าน Al-Mukarramah บอกเช่นเดียวกันว่า ไม่รู้สึกกลัวกับสถานการณ์ในพื้นที่แต่ย่างใด กังวลในเรื่องภาษาที่กลัวเด็กจะไม่เข้าใจมากกว่า

“พื้นที่นี้มีอิสลามเป็นแรงจูงใจให้มาเรียนรู้เพื่อนพ้องมุสลิมในอีกพื้นที่ ในบริบทที่ต่างกันกับอาเจะห์ อยากเรียนรู้ว่าสังคมมุสลิมที่มีจำนวนน้อยสามารถอยู่ได้อย่างไร ทางครอบครัวก็สนับสนุนว่าหากมาเพื่อรับใช้สังคมก็ให้มา โดยไม่ลืมอิสลามและการละหมาด “

สำหรับตาดีกาเป้าหมาย 20 แห่งคือ

ปัตตานี – ตาดีกาบาสาเวาะเซงอ(บาสาเวาะเซ็ง)และตาดีการุมปุตปาหิต อ.ยะรัง, ตาดีกาตาโละแมะนา อ.ทุ่งยางแดง, ตาดีกาปะนาเระ อ.ปะนาเระ, ตาดีกาบาโง อ.มายอ และตาดีกาพอเบาะ อ.สายบุรี 

ยะลา – ตาดีกาพงยามู อ.บันนังสตา, ตาดีกายะหา อ.ยะหา, ตาดีกากรงปินัง อ.กรงปินัง, ตาดีกาบ้านแหรและตาดีกาธารโต อ.ธารโต

นราธิวาส - ตาดีกาปูโปร์ อ.รือเสาะ, ตาดีกาดามาบูเวาะ อ.ระแงะ, ตาดีกาฮูแตยือลอ อ.บาเจา, ตาดีกาบาตัสบารู อ.เมือง, และตาดีกาบูกิต อ.เจาะไอร้อง

สงขลา- ตาดีกาลำลอง อ.นาทวี และ ตาดีกาควนหรัน อ.สะบ้าย้อย

สตูล- ตาดีกากุบังจามัง อ.เมือง และ ตาดีกาบ้านควน อ.เมือง