วิทยุกระจายเสียงเพื่อสันติภาพยังคงเดินหน้า พัฒนารายการภาษามลายู

เสียงสะท้อนจากวงเสวนานักจัดรายการวิทยุภาษามลายูสะท้อนประชาชนให้ความสนใจรายการวิทยุภาษามลายูมากขึ้น ด้านสถานีวิทยุภาษามลายูต่างปรับตัวเพื่อเป็นสื่อที่เข้าถึงเป้าหมายคนฟังสามารถปฏิบัติได้จริง 3 สถานีที่เคยปิดสามารถออกอากาศแล้ววันนี้

เมื่อ 28 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ (Dsj) จัดประชุมพบปะกลุ่มนักจัดรายการวิทยุภาษามลายู ณ ห้องประชุมศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ มีนักจัดรายการวิทยุภาษามลายูในพื้นที่เข้าร่วมโดยช่วงแรก นายมูฮำมัดอายุบ ปาทาน บรรณาธิการอาวุโส ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ และประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ได้นำเสนอและอัพเดตสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนใต้

 

การประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินและการติดตามผลการดำเนินงานโครงการผลิตคลิปรายการวิทยุภาษามลายูบทเรียนสันติภาพ Damai itu Indah โดยโรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ที่ได้รับการสนับสนุนโครงการโดยสถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนาหรือ LDI ซึ่งผลการประเมินพบว่าการผลิตคลิปรายการวิทยุดังกล่าวจำเป็นต้องพัฒนาและปรับปรุงทั้งในส่วนของเนื้อหาและการใช้ภาษาให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย

หลังจากนั้นเป็นการอัพเดตสถานการณ์ของแต่ละสถานีที่เข้าร่วมอบรม ซึ่งเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ได้จัดการเสวนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “เพื่อนช่วยเพื่อนเพื่อการกระจายเสียงสันติภาพ” ซึ่งในขณะนั้นหลายสถานียังไม่สามารถออกอากาศได้และในการเสวนาเจ้าชองสถานีวิทยุที่สามารถดำเนินการออกอากาศได้ให้ข้อแนะนำ วิธีการและเทคนิคต่างๆ ในการดำเนินการเพื่อเปิดสถานีวิทยุ

ในการเสวนาครั้งนี้พบว่าหลังได้รับข้อแนะนำแล้วหลายสถานีได้ดำเนินการและสามารถเปิดสถานีวิทยุได้แล้ว 3 แห่ง คือ สถานีวิทยุเสียงดรุณศาสตร์ สถานีวิทยุอัลกุรอานนีลการีม ปาลัส และสถานีวิทยุรีซาละห์ มีเพียงไม่กี่สถานีเท่านั้นที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ แต่ก็อยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการซึ่งสามารถออกอากาศได้แน่นอนในอนาคต

นักจัดรายการวิทยุภาษามลายูทั้งจากสถานีที่เพิ่งจะสามารถออกอากาศและที่ได้ออกอากาศมาก่อนหน้าต่างสะท้อนเป็นสียงเดียวกันว่าประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจสื่อวิทยุภาษามลายูมากขึ้น ส่วนหนึ่งเนื่องจากเดิมที่มีรายการวิทยุจำนวนมาก เมื่อถูกปิดไปจึงทำให้ส่วนที่สามารถเปิดออกอากาศได้ได้รับความนิยม อีกส่วนหนึ่งสะท้อนว่าปัจจุบันประชาชาให้ความสนใจสื่อภาษามลายูมากกว่าในอดีตและสจใจติดตามข้อมูลข่าวสารมากขึ้นโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่และกระบงนการสันติภาพ

การเสวนาในครั้งนี้มีหลายข้อเสนอที่น่าสนใจ เช่น สถานีวิทยุมัสยิดกลางยะลาเสนอที่จะให้เวลาแก่ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้สัปดาห์ละครึ่งชั่วโมงเพื่ออัพเดตสถานการณ์ในพื้นที่ให้ประชาชนได้ทราบ พร้อมทั้งเปิดให้มีช่วงถาม-ตอบด้วย หลายสถานีเสนอที่จะเชิญผู้จัดรายการวิทยุของสถานีอื่นๆ มาร่วมจัดรายการในสถานีของตน บางสถานีแนะนำให้จัดรายการสัญจรหรือกิจกรรมนักจัดรายการพบปะแฟนรายการ เป็นต้น ผู้เข้าร่วมบางท่านแนะนำให้รายการต่างๆ ประชาสัมพันธ์ตารางรายการต่างๆ ทางแฟนเพจในเฟสบุ๊ค เพื่อเพิ่มการรับรู้แก่ผู้คนโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่

สำหรับสถานีที่ได้ออกอากาศแล้วได้นำเสนอรายการต่างๆ ที่น่าสนใจในสถานีวิทยุของตน อย่างสถานีวิทยุอัตตัร เรดิโอ มีรายการที่เกี่ยวกับการจัดการศพ เช่น ศพถูกยิง มีบาดแผล ศพที่ไม่ใช่มุสลิม เป็นต้น ควรจะปฏิบัติอย่างไร โดยผู้ที่นำเสนอจะเป็นอุสตาซ โต๊ะอีหม่าม ซึ่งจะอ้างตัวบทจากอัลกุรอานและซุนนะห์นบี บางรายการผู้ฟังจะมีคู่มือเปิดดูในช่วงที่อุสตาซบรรยาย เช่น หลักสูตรการทำอุมเราะห์ ซึ่งหากผู้ฟังไม่เข้าใจก็สามารถโทรมาสอบถามได้ทันที

ผู้จัดรายการวิทยุบางท่านเสนอแนะว่าทุกครั้งที่เข้าร่วมสัมมนาหรือเสวนาควรที่จะนำความรู้ที่ได้ไปนำเสนอตอนจัดรายการวิทยุด้วย เพื่อที่ผู้ฟังจะได้มีข้อมูลและความรู้เพิ่มขึ้นเพราะบางครั้งผู้ฟังไม่ได้มีโอกาสเข้าร่วมสัมมนาต่างๆ

ขณะที่ก็มีข้อท้าทายสำหรับนักจัดรายการวิทยุภาษามลายู ซึ่งหลายท่านสะท้อนว่าต้องระวังในการจัดรายการเป็นอย่างมาก เช่น ในประเด็นที่เกี่ยวกับการเมืองไม่สามารถที่จะกล่าวถึงในขณะที่จัดรายการได้ เพราะอาจโดนเจ้าของสถานีตักเตือนได้ เป็นต้น

ส่วนคลิปเสียง “Damai itu indan” จำนนวน 10 คลิป ซึ่งเนื้อหาเกี่ยวข้องกับกระบวนสันติภาพในพื้นที่ต่างๆ เช่น มินดาเนาในฟิลิปปินส์ เป็นต้น ที่โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ (Dsj) จัดส่งให้สถานีวิทยุต่างๆ ช่วยนำเสนอ มีเสียงสะท้อนจากนักจัดรายการวิทยุกลับมาว่า เนื้อหาค่อนข้างหนักไป ควรนำเสนอเนื้อหาหรือข้อมูลที่หลากหลาย หรือเนื้อหาที่เกี่ยวกับชีวิตจริงที่ผู้ฟังประสบทุกๆ วัน เช่น เนื้อหาเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ผู้ฟังจำนวนไม่น้อยจะได้รับผลกระทบ เหล่านี้เป็นต้น