4สถาบันร่วมลุยพัฒนาวิทยาศาสตร์ฮาลาลให้นักเรียน ป้อนห่วงโซ่ธุรกิจอาหาร รองรับอาเซียน

สช.ปัตตานี, สถาบันฮาลาล ม.อ., คณะวิทยาศาสตร์ฯและสำนักงานกรรมการอิสลาม รวมลงนามความร่วมมือผลิตนักเรียนเอกชน 65 โรงเรียนให้มีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล หวังป้อนเข้าห่วงโซ่ธุรกิจการผลิตอาหารฮาลาล ประกอบอาชีพเองได้และรองรับตลาดอาเซียน เริ่มอบรมครั้งแรก 325 คนในช่วงพฤษภาฯ–สิงหาคมนี้

halal1

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2559 สำนักงานการศึกษาเอกชน(สช.)จังหวัดปัตตานี ร่วมกับสถาบันฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.), คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วทท.) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) โครงการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และนำไปปฏิบัติให้ถูกต้องเรื่องฮาลาล ที่ห้องประชุมพญาตานี โรงแรมเซาท์เทิร์นวิว อ.เมือง จ.ปัตตานี

ในการลงนาม มี รศ.ดร.ซุกรี หะยีสาแม คณบดี วทท. นายทรงพล ขวัญชื่น ผู้อำนวยการ สช.ปัตตานี อาจารย์สืบศักดิ์ กลิ่นสอน รักษาตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันฮาลาล ม.อ. และ ดร.แวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจำจังหวัดปัตตานี เป็นผู้ลงนาม

โดยมีนายอดินันท์ ปากบารา เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน อาจารย์สุธา เกลาฉีด รองคณบดีฝ่ายกิจกรรมนักศึกษาและกิจกรรมพิเศษ ม.อ.ปัตตานี ดร.กิตติ เจิดรังสี รักษาการรองผู้อำนวยการสถาบันฮาลาล ฝ่ายพัฒนา ม.อ. และ นายซานูซี เบญจมันต์ ผู้อำนวยการ สช.อ.หนองกิจ จ.ปัตตานี ร่วมเป็นพยาน

บันทักข้อตกลงนี้มีผล 3 ปีไปจนถึง 24 มกราคม 2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมมือในการส่งเสริมสนับสนุนการบริการเกี่ยวกับ 1.การพัฒนาองค์ความรู้ด้านอาหารฮาลาลและความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการฮาลาล เพื่อนำไปพัฒนาการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษาในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในสังกัด สช.ปัตตานี ควบคู่วิชาสามัญ

2.ยกระดับความรู้ไปสู่การประกอบอาชีพในห่วงโซ่การผลิตอาหารฮาลาล เพื่อเพิ่มทางเลือกในการประกอบอาชีพให้นักเรียน เมื่อสำเร็จการศึกษา

halal2

ในบันทึกข้อตกลงระบุถึงขอบเขตความร่วมมือของ วทท.ว่า 1.ให้การสนับสนุนความรู้ด้านการผลิตสัตว์ พืช สัตว์น้ำ และวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการเพื่อรับรองมาตรฐานอาหารฮาลาล

2.สนับสนุนวิทยากร สถานที เครื่องมืออุปกรณ์ด้านการผลิตและวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการสำหรับการจัดอบรมนักเรียนในสังกัด สช.ปัตตานี 3.ร่วมจัดทำแผนพัฒนานักเรียนสอดคล้องกับแผนพัฒนาอุตสาหกรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ส่วนขอบเขตความร่วมมือของสถาบันฮาลาล คือ 1.ให้การสนับสนุนกิจกรรมอบรมถ่ายทอดความรู้หลักการฮาลาล การผลิตสัตว์ พืช การเพาะเลี้ยงสัตว์และวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ แก่นักเรียน ครูและอาจารย์ในสังกัด สช.ปัตตานี 2.ร่วมจัดกิจกรรมพัฒนานักเรียน ครู อาจารย์ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ขอบเขตความร่วมมือของ สช.ปัตตานี ได้แก่ 1.จัดทำแผนพัฒนานักเรียน ครู อาจารย์ในสังกัด สช.ปัตตานี ให้ส่วนหนึ่งมีคอดคล้องกับแผนพัฒนาอุตสาหกรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2.ประสานงานกับโรงเรียนในสังกัดเพื่อคัดเลือกนักเรียน ครู อาจารย์เข้าอบรมองค์ความรู้ด้านหลักการฮาลาล การผลิต การผลิตสัตว์ พืช สัตว์น้ำและวิทยาศาสตร์อาหารและโภชนาการ

ขณะที่ขอบเขตความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี 1.ให้การสนับสนุนวิทยากรในการอบรมนักเรียน ครู อาจารย์ในสังกัด สช.ปัตตานี 2.ร่วมจัดกิจกรรมพัฒนานักเรียน ครู อาจารย์ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลในจังหวัดชายแดนภาคใต้

halal3

อบรมครั้งแรก 325 คนจาก 65 โรงเรียน ช่วงพฤษภาฯ–สิงหาคมนี้

นายทรงพล ขวัญชื่น ผู้อำนวยการ สช.ปัตตานี กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้สืบเนื่องจากวันที่ 17 – 18 สิงหาคม 2559 ที่ผ่าน สช.อ.หนองจิกได้ร่วมกับสถาบันฮาลาลจัดโครงการสร้างความรู้ ความเข้าใจและนำปฏิบัติให้ถูกต้องในเรื่องฮาลาล เช่น หลักสูตรการเชือดสัตว์ที่ถูกต้องตามหลักฮาลาลและการตัดแต่งสัตว์ปีกตามหลักการ แก่นักเรียนระดับชั้นอิสลามศึกษาตอนปลาย(ซานาวี) และครูในสังกัด สช.หนองกิจ โดยการสนับสนุนของ วทท. ม.อ. ปัตตานี และสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะและประสบการณ์นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน สามารถเป็นผู้นำในการเผยแพร่และบริการชุมชนเกี่ยวกับวัตถุดิบอุปโภคบริโภคอาหารฮาลาล ตามบัญญัติศาสนาอิสลาม

“การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างดีและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายในการเตรียมเยาวชนสู่การเป็นผู้นำบริการชุมชน สังคมและรองรับเข้าสู่ตลาดอาเซียน อย่างไรก็ตามเยาวชนยังขาดความรู้ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากผู้ใหญ่ไม่ค่อยใส่ใจ ประกอบสถานศึกษาก็ยังไม่มีหลักสูตรในการเรียนการสอนด้านตัดแต่งซากสัตว์ตามหลักการฮาลาลเพื่อเพิ่มมูลค่าในเชิงธุรกิจ นอกจากสอนผ่านตำราอย่างเดียว” นายทรงพล กล่าว

นายทรงพล กล่าวอีกว่า ดังนั้นในปีงบประมาณ 2559 สช.ปัตตานีได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาองค์ความรู้ด้านหลักอาหารฮาลาลและยกระดับทักษะไปสู่การประกอบอาชีพด้านอาหารฮาลาลในอนาคต จึงขยายโครงการให้ครอบคลุมนักเรียนในสังกัด 65 โรงเรียน เพื่อให้เกิดการบูรณการการปฏิบัติงานและการพัฒนาศึกษาร่วมกัน ตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีการลงนามบันทึกความร่วมมือ MOU ครั้งนี้ขึ้นมา โดย หลังจากนี้จะจัดจัดอบรมนักเรียนมัธยมปลายของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาควบคู่สามัญ 325 คน ในช่วงเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2559 นี้

halal4