“มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม” รายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ

มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมรายงานสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษจากการร้องเรียนและขอความช่วยเหลือของประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ตั้งแต่เดือนมกราคม – ธันวาคม 2558  พบว่าเจ้าหน้าที่มีวิธีการในการดำเนินกรรมวิธีซักถามมีการทรมานในหลายรูปแบบมีผู้ร้องเรียน 33 ราย เรียกร้องเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกม.ระหว่างประเทศ

มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมนำเสนอ “รายงานสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” ผ่านเว็บไซต์ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 ซึ่งได้จากการร้องเรียนของประชาชนพบว่าในระหว่างการควบคุมตัวตามกฎหมายพิเศษ เจ้าหน้าที่มีวิธีการในการดำเนินกรรมวิธีซักถาม มีการทรมานในหลายรูปแบบ นอกจากการการใช้กำลังทุบตีทำร้ายร่างกายในขั้นตอนของการจับกุมแล้ว หลังจากถูกควบคุมตัวก็จะพบวิธีการทรมานเพื่อบังคับให้รับสารภาพ  ข้อมูลจากการร้องเรียนจำนวน 33 ราย แบ่งเป็นจังหวัดปัตตานี 11 ราย จังหวัดยะลา 15 ราย จังหวัดนราธิวาส 6 ราย และสี่อำเภอของสงขลา คือ อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอสะบ้าย้อย และอำเภอนาทวี จำนวน 1 ราย ผู้ถูกควบคุมตัวส่วนใหญ่อยู่ระหว่างอายุ 23-42 ปี  

ข้อมูลการร้องเรียนได้จากการสอบข้อเท็จจริงทั้งญาติและผู้ถูกควบคุมตัวภายหลังได้รับการปล่อยตัวแล้ว เพราะในระหว่างการควบคุมตัวนั้นญาติไม่สามารถที่จะรับรู้ข้อมูลจากผู้ถูกควบคุมตัวว่าเนื่องจากการเยี่ยมไม่เป็นส่วนตัว มีเจ้าหน้าที่คอยสอดส่อง และประกบตัวอย่างใกล้ชิด และบางรายจะมีเจ้าหน้าที่มาถ่ายรูประหว่างที่ญาติกับผู้ถูกควบคุมตัวได้พบกัน ทำให้ญาติบางคนมีความรู้สึกหวาดกลัวและไม่สบายใจ อาจทำให้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยไปด้วย นอกจากนี้ปัจจุบันยังพบว่าแม้ญาติจะเดินทางไปเยี่ยมผู้ถูกควบคุมตัวถึงสถานที่ควบคุมตัว แต่ไม่มีโอกาสได้พบตัวอย่างใกล้ชิด เพราะเจ้าหน้าที่จะใช้วิธีให้พูดคุยผ่านจอภาพ ให้พูดคุยผ่านคอมพิวเตอร์โน๊ตบุค ซึ่งผู้ถูกควบคุมตัวอยู่อีกสถานที่หนึ่ง ที่มีเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวอยู่อย่างใกล้ชิด

ผู้ถูกควบคุมตัวรายหนึ่งได้เปิดเผยว่า สถานที่ดังกล่าวเป็นห้องกว้างประมาณ 2-3 เมตร มีโต๊ะ 1 ตัว เก้าอี้ 2 ตัว  ติดตั้งเครื่องปรับอากาศตัวใหญ่ พื้นและผนังห้องทุกด้านบุแผ่นกันกระแทก คล้ายโฟมหนา และห้องสำหรับพูดกับญาติที่มาเยี่ยมผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ หลังกล้องจะมีพื้นที่ว่างสำหรับเจ้าหน้าที่ยืนมองผู้ถูกควบคุมตัวคุยกับผู้มาเยี่ยม ผู้ถูกควบคุมตัวไม่กล้าที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำของเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ระยะเวลาในการเยี่ยมมีเวลาน้อย แม้จะมีป้ายระบุเวลาเยี่ยม 30 นาที แต่ทางเจ้าหน้าที่จะอ้างว่ามีเหตุจำเป็นต้องจำกัดเวลาเยี่ยม จะอ้างเหตุผลที่เป็นข้อจำกัดในการเยี่ยมโดยบอกกับญาติว่าผู้ถูกควบคุมตัวไม่ให้ความร่วมมือกับ อันเป็นลักษณะของการลงโทษ บางรายมีการคุกคามกับครอบครัวโดยการมาเกลี้ยกล่อมให้รับสารภาพ

ในรายที่ถูกซ้อมทรมานมักจะไม่มีรายละเอียดของการรายงาน จนมีผู้ถูกควบคุมตัวรายหนึ่ง เมื่อนำไปตรวจที่โรงพยาบาลแล้ว มีความเห็นว่าเป็นโรคจิตฉับพลัน ขาดความสามารถในการควบคุม ต้องทำการรักษาอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง ห้ามขาดยาโดยเด็ดขาด ทั้งที่ก่อนหน้าถูกควบคุมตัวไม่เคยเป็นอาการเช่นนี้มาก่อน

เรียกร้องเจ้าหน้าที่ทำตามกฎหมายนานาชาติ

มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมขอเรียกร้องต่อผู้ที่ต้องการเดินทางสันติภาพทั้งหลายให้ตระหนักว่า ไม่มีอาชญากรรมหรือความเลวร้ายใดที่จะรุนแรงกว่าการกระทำที่อาศัยอำนาจตามกฎหมาย และวิธีการกระทำตามข้อมูลที่ได้นำเสนอ เป็นการทรมานของเจ้าหน้าที่ตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี (Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment : CAT) แม้ประเทศไทยไม่ได้อนุมัติใช้เป็นกฎหมายภายในประเทศ แต่พึงระลึกเสมอว่าการกระทำดังกล่าวเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรกระทำ และไม่ควรสร้างเป็นวัฒนธรรม โดยเฉพาะการปล่อยคนผิดลอยนวล

มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมขอให้กำลังใจกับทุกฝ่ายที่มีความมุ่งมั่นในการสร้างสันติภาพในพื้นที่ และขอเสนอแนะให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับกฎหมายพิเศษ หน่วยงานที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน และในกระบวนการยุติธรรมทั้งหลายในประเทศ ให้ความสำคัญต่อการละเมิดสิทธิภายใต้อำนาจตามกฎหมายพิเศษต่อประชาชนในพื้นที่ โดยการตรวจสอบการใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษอย่างจริงจัง มีหน่วยงานที่รับผิดชอบในการร้องเรียนต่อการถูกซ้อมทรมานจากการกระทำของเจ้าหน้าที่อย่างจริงจัง และหากพบว่าการกระทำใดของที่ละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนไม่ว่าสิทธิเหนือตัวร่างกาย หรือทรัพย์สิน หรือเลือกปฏิบัติต่อศาสนาหรือความเป็นชาติพันธุ์ ให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด

ลำดับที่

วิธีการทรมานเพื่อบังคับให้รับสารภาพพอสรุปได้ดังนี้

จำนวน(คน)

1

เจ้าหน้าที่ซักตั้งแต่เช้า ถึงเย็นไม่ได้พัก

1

2

เจ้าหน้าซักตั้งแต่กลางดึก ถึงเช้าไม่ได้นอน

2

3

อยู่ในห้องทีมีอุณหภูมิต่ำ(เย็น)

7

4

จี้(ช๊อต)ด้วยกระแสไฟฟ้า

4

5

บังคับให้นอนหงายพร้อมราดน้ำและกรอกน้ำใส่ปาก

2

6

บังคับให้เปลือยกาย

3

7

การขาดอากาศหายใจจากวิธีเปียกและแห้ง เช่นให้แช่ในน้ำ

5

8

การทรมานทางเพศต่ออวัยวะสืบพันธ์

3

9

ยืนตากแดดบนปูนพื้นซิเมนต์ในช่วงที่อากาศร้อน

1

10

การทรมานทางเภสัชวิทยา โดยใช้ยาฉีดเข้าไป

3

11

การขู่ว่าจะฆ่า จะทำอันตรายต่อครอบครัว

3

12

บังคับให้ให้ออกกำลัง เป็นระยะเวลาหลายชั่วโมง

1

13

บังคับให้ดื่มน้ำปัสสาวะของตนเอง

1

14

ไม่อนุญาตให้ประกอบศาสนากิจ

1

15

เยี่ยมผ่านจอคอมพิวเตอร์

2

16

การบาดเจ็บจากการถูกกระแทก เช่น เตะ ต่อย บีบคอ เหยียบ ล๊อคคอ ตบ ฟาด ตีด้วยไม้กระบอง หรือเหล็ก

29

17

บาดเจ็บจากการทิ่มแทง การสอดลวดหรือเข็ม

2

18

การบาดเจ็บจากการถูกหนีบ บีบ หรือเคลื่อนอย่างรุนแรงของนิ้วและแขนขา

2

19

การถูกบังคับให้กระทำในเรื่องขัดต่อศาสนาของผู้เสียหาย

1

20

ใช้ถุงดำครอบศีรษะ

2