รัฐเล็งฟื้นปอเนาะญีฮาดวิทยาให้ชุมชนอีกครั้ง ทีมทนายเตรียม 2 ประเด็นสู้ชั้นอุทธรณ์

อัยการพิเศษชี้แจงกรณีศาลแพ่งสั่งริบที่ดินปอเนาะญีฮาดวิทยา ด้านฝ่ายความมั่นคงเล็งฟื้นฟูเป็นสถานศึกษาให้กับชุมชนอีกครั้งเพื่อเป็นทางออกตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาคที่ดิน ให้เจ้าของเดิมบริหารต่อไปเพียงแต่ถ่ายโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ ทีมทนายเตรียมยก 2 ประเด็นสู้คดีในชั้นอุทธรณ์

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ห้องประชุมสำนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี ชั้น 2 นายโสภณ ทิพย์บำรุง อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 2 รองอัยการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยนายกิติ สุระคำแหง ผู้อำนวยการสำนักยุติธรรม ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และพ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค4 สน.) ได้ร่วมกันชี้แจงข้อกฎหมายกรณีศาลแพ่งมีคำพิพากษาริบทรัพย์สินที่ดิน ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงเรียนญีฮาดวิทยา หรือปอเนาะบ้านท่าด่าน ม.3 บ้านท่าด่าน ต.ตะโล๊ะกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ในเนื้อที่ 14 ไร่ 1 งาน 42 ตารางวา เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายแพ่ง คดีแพ่งในคดีแดงที่ ฟ.160/2558 ซึ่งมีความผิดฐานก่อการร้าย ตามนิยามบทบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (8) เพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องของกฎหมายว่าด้วยคดีแพ่งและกฎหมายการฟอกเงินของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยคดีนี้ศาลแพ่งมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา

นายโสภณ กล่าวว่า เหตุที่ศาลแพ่งสั่งริบที่ดินโรงเรียนญีฮาดวิทยา เนื่องจากมีพยานผู้ร้องเบิกความยืนยันว่า มีการใช้ที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งโรงเรียนญีฮาดวิทยาเป็นฝึกการก่อการร้าย โดยมีร่องรอยวัตถุพยาน เช่น รอยกระสุนที่บริเวณต้นมะพร้าว กระป๋องน้ำอัดลมที่มีร่องรอยกระสุนปืนหลายแห่ง อุปกรณ์ที่สามารถใช้เป็นส่วนประกอบวัตถุระเบิด เช่น สายไฟฟ้า ท่อพีวีซี เครื่องวัดกระไฟฟ้า แผนการปฏิวัติ 7 ขั้นตอนในขวดโหลพลาดติดฝังดินในหลุมขยะใกล้บ้านพักภายในที่ดินดังกล่าว จึงถือเป็นทรัพย์สินที่ได้หรือมิได้ เพื่อใช้หรือสนับสนุนการกระทำความผิดมูลฐานตาม(8) ของบทนิยามคำว่า“ความผิดมูลฐาน”ความผิดที่เกี่ยวกับก่อการร้ายตาม ป.อาญา

นายกิตติ สุระกำแหง ผู้อำนวยการสำนักยุติธรรม ศอ.บต. กล่าวว่า ในส่วนของโรงเรียนญีฮาดวิทยาหรือปอเนาะบ้านท่าด่าน ขณะนี้อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ของญาติหรือเจ้าของที่ดินว่า จะอุทธรณ์หรือไม่ หลังจากทนายได้ขอยืดระยะเวลาต่อจาก 3 วันหลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษามาแล้ว ต้องรอกระบวนการของศาลสิ้นสุดลงก่อน จึงจะร่วมกันหาทางออกของปัญหาเพื่อไม่นำสู่การเป็นเงื่อนไขความขัดแย้งของพื้นที่ต่อไป

นายกิตติ กล่าวว่า เบื้องต้นฝ่ายความมั่นคงกำลังมองหาทางออกว่า อาจจะมีการปรับปรุงเป็นสถานศึกษาให้กับชุมชน เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค โดยให้เจ้าของที่เดิมเป็นผู้บริหารต่อถึงแม้ที่ดินดังกล่าวจะไม่สามารถถ่ายโอนเป็นกรรมสิทธิ์ได้ แต่อย่างน้อยก็ยังเป็นสถานศึกษาให้กับชุมชนกลับมาได้อีกเช่นเดิม และเจ้าของเดิมยังสามารถใช้ประโยชน์ได้เหมือนเดิม ซึ่งถือเป็นทางออกของปัญหาได้อีกทางหนึ่ง

นายสิทธิพงษ์ จันทรวิโรจน์ ประธานมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ซึ่งเป็นทนายความฝ่ายผู้คัดค้านในคดีนี้ กล่าวว่า ตอนนี้คดีอยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์ โดยจะยื่นอุทธรณ์ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 นี้ หากไม่ทันอาจจะขออนุญาตศาลให้ขยายระยะเวลาอีกครั้ง

“ขณะนี้ทีมทนายความกำลังรวบรวมประเด็นต่างๆเพื่อต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์ โดยจะหยิบประเด็นที่ศาลชั้นต้นไม่ได้ยกมาพิจารณา เช่น ผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคงที่ถูกกล่าวว่ามีการฝึกการก่อร้ายภายในโรงเรียนญีฮาดวิทยาหลายคนศาลได้พิพากษายกฟ้องไปแล้ว และประเด็นที่ชาวบ้านที่อยู่บริเวณรอบโรงเรียนญีฮาดวิทยาไม่เห็นว่ามีการฝึกการก่อการร้ายในภายโรงเรียนญีฮาดวิทยาตามที่เจ้าหน้าที่รัฐมีมีการกล่าวอ้าง” นายสิทธิพงษ์ กล่าว