เวทีรณรงค์ยุติใช้วัตถุระเบิดในชายแดนใต้ ชี้ต้องมองที่มูลเหตุและเร่งพูดคุยเพื่อหาทางออก

เวทีรณรงค์ยุติใช้วัตถุระเบิดในชายแดนภาคใต้ จัดโดยสมาคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ และชุมนุมสิงห์สันติภาพ, ม.อ.ปัตตานี เผยภารกิจ EOD หน่วยเฉพาะกิจอโณทัย ทหารชวนเข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน เปิดทางพูดคุยเพื่อยุติความขัดแย้ง สื่อชี้ระเบิดคือการสื่อสารที่ต้องมองไปให้ถึงมูลเหตุ นักศึกษาแนะต้องเร่งกระบวนการพูดคุยเพื่อหาทางออก

ยุติระเบิด

สมาคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้และชุมนุมสิงห์สันติภาพของนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) ได้จัดสัมมนาเพื่อยุติการใช้วัตถุระเบิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรณรงค์ให้มีการยุติการใช้วัตถุระเบิดในชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา ที่ห้องศรีวังสา คณะรัฐศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี

ในการสัมมนามี พ.ท.วีรพล สุนทรสารทูล หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) หน่วยเฉพาะกิจอโณทัย ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พ.อ.ณรงค์กร บัวเงิน รองผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธีและยุทธศาสตร์การพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค4สน.) และนายดอน ปาทาน ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ องค์กรปาตานีฟอรั่ม เป็นวิทยากร ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.สามารถ ทองเฝือ ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งสถาบันสมุทรรัฐเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ม.อ.ปัตตานี มีนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์และเจ้าหน้าที่รัฐเข้าร่วมประมาณ 50 คน

ภารกิจ EOD หน่วยเฉพาะกิจอโณทัย

การสัมมนาเริ่มด้วยการบรรยายของ พ.ท.วีรพล ที่ได้อธิบายถึงระเบิดลักษณ์ต่างๆ โดยเฉพาะที่มีการใช้อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งการสังเกตวัตถุต้องสงสัยต่างๆ เช่น อยู่ในสถานที่ที่ไม่ควรจะอยู่ มีลักษณะผิดปกติ ไม่มีใครรับเป็นเจ้าของเป็นต้น ไปถึงจนการป้องกันเมื่อเจอวัตถุระเบิด เช่น ให้ออกจากรัศมีทำลายล้างของระเบิดได้แก่ออกห่างจากจุดที่เจอ 150 เมตรในที่โล่งหรือ 200 ขณะอยู่บนรถ ไม่ควรหลบเข้าไปอยู่ในอาคารที่มีกระจก เป็นต้น และการปฏิบัติตัวในขณะและหลังจากเกิดเหตุระเบิดแล้ว เช่น หาที่กำลัง ระวังระเบิดลูกที่ 2 เป็นต้น

พ.ท.วีรพล กล่าวต่อไปว่า ระเบิดที่ใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่อง คือผลิตเองโดยใช้วัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่น ซึ่งโชคดีที่ผู้ก่อเหตุสามารถหาวัตถุระเบิดทางทหารซึ่งเป็นระเบิดมาตรฐานได้น้อย ไม่เช่นนั้นแล้วจะสามารถลอบวางระเบิดที่มีความรุนแรงได้มากกว่านี้

พ.ท.วีรพล กล่าวอีกว่า EOD คือเป็นจิ๊กซอว์สุดท้ายของการป้องกันและทำลายวัตถุระเบิด ซึ่งจริงๆแล้วยังมีอีกหลายฝ่ายเยอะมากที่จะช่วยกันป้องกันเหตุระเบิด เพราะในการก่อเหตุนั้นมีทั้งคนหาวัตถุระเบิด คนประกอบระเบิด และคนวางระเบิด เมื่อสามารถจับกุมคนเหล่านี้ได้การลอบวางระเบิดในภาพรวมก็จะลดลง

พ.ท.วีรพล กล่าวด้วยว่า EOD อโณทัยมีทั้งหมด 17 ชุด กระจายกันอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของสงขลา จังหวัดละ 3 ชุด และที่ประจำอยู่ในค่ายอิงคยุทธบริหารอีก 8 ชุด นอกจากนี้ยังมี EOD ของตำรวจและตำรวจตะเวนชายแดน (ตชด.) ประจำอยู่ในพื้นที่ต่างๆด้วย ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงานจะทำงานร่วมกัน ใครไปถึงที่เกิดเหตุก่อนก็จะได้เป็นแม่งานในเหตุการณ์นั้น

พ.ท.วีรพล กล่าวเสริมว่า การตั้งด่านตรวจหรือจุดสกัดสามารถป้องกันการลอบวางระเบิดและการทำผิดกฎหมายได้ แต่ก็แน่นอนว่าคนก่อนเหตุคงไม่นำระเบิดทั้งลูกมาผ่านด่าน แต่อาจจะทยอยนำชิ้นส่วนวัตถุระเบิดไปประกอบ หรือบ้างครั้งเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ตรวจตลอด 24 ชั่วโมง คนก่อเหตุก็จะอาศัยช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่พักลอบขนวัตถุระเบิดผ่านด่านตรวจไปได้ ขณะเดียวกันแม้มีการตรวจค้นแต่เจ้าหน้าที่บางส่วนก็ไม่รู้จักว่าเป็นวัตถุระเบิด เพราะฉะนั้นการตั้งด่านก็ไม่ได้ป้องกันได้ 100%

“แต่ถ้าไม่มีด่านตรวจเลย ปัญหาการลอบวางระเบิดก็จะมาขึ้นแน่นอน หรืออาจจะควบคุมยากมากขึ้น การมีด่านตรวจเยอะหรือถี่และมีเจ้าหน้าที่จำนวนมากตามหมู่บ้านต่างๆ เวลาเกิดเหตุก็สามารถเข้าไปถึงที่เกิดเหตุหรือมีปฏิบัติการได้ทันที” พ.ท.วีรพล กล่าวทิ้งท้าย

eod

ชวนเข้าร่วมพาคนกลับบ้าน ยุติขัดแย้งด้วยการพูดคุย

พ.อ.ณรงค์กร บัวเงิน รองผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธีและยุทธศาสตร์การพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ได้กล่าวถึงประวัติส่วนตัวและบทบาทหน้าที่ของศูนย์สันติวิธีว่า ตนเริ่มรับราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ปี 2535 รับผิดชอบโครงการฮารับปันบารู จากนั้นย้ายไปอยู่ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กระทั่งปี 2551 กลับมาในพื้นที่อีกครั้งจนถึงปัจจุบัน

พ.อ.ณรงค์กร กล่าวต่อไปว่า สำหรับศูนย์สันติวิธีมีทั้งหมด 5 แผนก คือ แผนกธุรการและงบประมาณ แผนกแก้ไขความขัดแย้งและการควบคุมอาวุธ รวมทั้งปืนและระเบิด แผนกนี้มุ่งแก้ปัญหาปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผลประโยชน์ หรือปัญหาความขัดแย้งภายใน ทั้งเรื่องยาเสพติด ผลประโยชน์ กลุ่มการเมือง ผู้มีอิทธิพล เป็นปัญหาระหว่างบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ซึ่งแก้ปัญหาไปแล้ว 10 กลุ่ม จากทั้งหมด 41 กลุ่ม ที่เหลือก็กำลังเจรจากันอยู่ บางกลุ่มก็เลิกขัดแย้งไปแล้ว บางกกลุ่มก็ยังมีอยู่ จึงต้องพยายามเข้าไปไกล่เกลี่ยต่อไปให้ดีขึ้น “ตอนนี้ไม่มีการเลือกตั้งก็ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ความขัดแย้งก็ลดลง”

พ.อ.ณรงค์กร กล่าวอีกว่า แผนกที่สาม คือ โครงการพาคนกลับบ้าน ซึ่งในช่วงเดือนที่ผ่านมามีคนเข้าร่วมโครงการกว่า 1,000 คน เพราะเห็นว่าการต่อสู้ด้วยความคิดและมีการใช้อาวุธนั้นไม่ได้ทำให้ปัญหาจบลง จึงดึงให้กลับมาเข้าร่วมพูดคุยเพื่อแก้ปัญหา จึงต้องสร้างบรรยากาศให้เกิดการพูดคุยขึ้นมาด้วย โดยที่ผ่านมาทางหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้เข้าไปพบปะพูดคุยกับทางเครือญาติของผู้ที่มีหมายต่างๆให้ชักชวนออกมาแสดงตัวในโครงการพาคนกลับบ้านได้แล้วกว่า 2,000 คน

พ.อ.ณรงค์กร กล่าวด้วยว่า แผนกต่อมาคือแผนกการพูดคุยสันติสุข เป็นเรื่องของคณะพูดคุยและระดับอำนวยการ แผนกสุดท้ายคือแผนประชาสังคม ซึ่งจะทำหน้าที่ในการเข้าไปพบปะกับคนกลุ่มต่างๆในพื้นที่เพื่อดึงให้เข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมกับจัดทำโรดแมปการพูดคุยสันติสุขเพื่อแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

ระเบิดคือการสื่อสารต้องมองไปให้ถึงมูลเหตุ

นายดอน ปาทาน ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ องค์กรปาตานีฟอรั่ม กล่าวว่า การก่อเหตุรุนแรงก็เป็นการสื่ออย่างหนึ่ง ซึ่งจะต้องมองข้ามไปให้เหตุถึงความต้องการของผู้ก่อเหตุ เช่น เหตุโจมตีในอัฟกานิสถานมีการอัดวิดีโอลงยูทูปก็เพื่อที่จะสื่อสารให้ญาติๆของทหารอเมริกันได้ดู หรือกรณีกลุ่มตาลิบานให้นักข่าวเข้าไปอยู่ด้วยก็เพื่อจะให้ทำข่าวของพวกเขาออกไปด้วย ซึ่งตนเคยเข้าไปทำข่าวที่อัฟกานิสถานก็เคยไปอยู่กับทั้งฝ่ายตาลิบานและฝ่ายกองกำลังอเมริกา แต่กรณีของขบวนการบีอาร์เอ็นให้นักข่าวไปอยู่ด้วยหรือไม่ หรือให้มาร่าปาตานีมาอยู่ที่ปัตตานีเลยได้หรือไม่ รัฐบาลไทยคงไม่อะลุ่มอะหล่วยมากขนาดนั้น

นายดอน กล่าวว่า ในกระบวนการพูดคุยสันติสุขนั้น ฝ่ายไทยไม่ยอมที่จะเรียกมาร่าปาตานี แต่เรียนปาร์ตี้บี เพราะทหารมองแค่ให้มาคุยกันได้ก็ชอบธรรมมากพอแล้ว ส่วนฝ่ายขบวนการบีอาร์เอ็นก็ยังไม่พอใจกับการพูดคุยจึงสื่อสารผ่านยูทูป ซึ่งการที่ไทยแค่ต้องการให้มาคุยแต่ไม่ได้ให้ความชอบธรรมอะไร สุดท้ายมันก็จะไปไม่ได้

นายดอน กล่าวว่า ในต่างประเทศ เช่นที่ไซปรัส ทหารยูเอ็นที่เข้าไปรักษาสันติภาพที่นั้นจะมีป้ายแขวนกฎการปะทะไว้ที่คอ เพื่อเตือนไม่ใช้ละเมิดกฎ

นายดอน กล่าวว่า ที่มินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ มีองค์กรภาคประชาสังคมมากหมายเข้าไปทำงานในพื้นที่ ซึ่งต่างจากที่นี่ที่ไม่ค่อยเปิดโอกาสให้องค์กรต่างๆเข้ามาทำงานมากนัก ส่วนมาเลเซียเองที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยแต่ก็ทำหน้าที่มากกว่าผู้อำนวยความสะดวก ซึ่งมาเลเซียก็บอกว่าจะเรียกอะไรก็แล้วแต่ แต่ที่นี่คือหลังบ้านของเขา

นายดอน กล่าวว่า ที่มินดาเนาทั้งนักข่าวและองค์กรภาคประชาสังคมต่างก็มีเบอร์ติดต่อกับผู้นำฝ่ายขบวนการทั้งนั้นและสามารถโทรถามเมื่อไหร่ก็ได้ ถามว่านักข่าวที่มีเบอร์ติดต่อผู้นำขบวนการไหม สามารถติดต่อได้อย่างสะดวกหรือเปล่าและรัฐจะยอมให้ด้วยหรือไม่ เพราะฉะนั้นอย่างคาดหวังกับสื่อมากนักว่าจะช่วยแก้ปัญหาได้ เพียงแต่สื่อจะทำอย่างไรก็ได้มีมีความสุมดุล ในขณะที่ฝ่ายขบวนการของที่นี่ก็ไม่ได้มีโฆษกที่จะออกมาแถลงข่าว

ต้องเร่งกระบวนการพูดคุยเพื่อหาทางออก

ในขณะที่ตัวแทนนักศึกษาได้แสดงความเห็นว่า ทำไมไม่สนใจเหตุจูงใจในการลอบวางระเบิดหรือเหตุของการก่อความไม่สงบบ้าง เพราะเท่าที่ทราบคือเป็นความต้องการต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราชของคนส่วนหนึ่ง แต่จริงๆต้องไปดูว่าความต้องกการเนื้อในจริงๆว่าเขาต้องการอะไร แต่เนื่องจากความต้องการของพวกเขานั้นถูกปิดกั้นจึงทำให้แสดงออกมาอย่างนั้น ดังนั้นจึงอยากให้มีการพูดคุยกันอย่างจริงจังและโดยเร็ว เพราะเชื่อว่าจะเป็นทางออกของปัญหาที่แท้จริง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

รณรงค์ยุติใช้วัตถุระเบิดในชายแดนภาคใต้ เผยรายละเอียด “ยุทธการตันหยงเปาว์”