มลายูเดย์ @ ยะลา หวังเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรม แนะสร้างพิพิธภัณฑ์รวมตำรายาวีเก่าแก่แห่งปาตานี

เทศบาลนครยะลาร่วมกับกงสุลมาเลย์ อินโดฯ DMDIประเทศไทย จัดมหกรรม มลายูเดย์ @ ยะลา ครั้งที่ 3 วันนอร์เป็นประธานหวังเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมมลายู นักวิชาการมาเลเซียแนะสร้างพิพิธภัณฑ์รวบรวมตำรายาวีเก่าแก่แห่งปาตานี

มลายูเดย์

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา เทศบาลนครยะลาร่วมกับสถานกงสุลใหญ่มาเลเซีย วัฒนธรรมจังหวัดยะลา สมาคมโลกมลายูโลกอิสลาม(Dunia Melayu Dunia Islam:DMDI) ประเทศไทย องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา และสถานกงสุลอินโดนีเซียร่วมจัดสัมมนาทางวิชาการเรื่อง “โลกมลายูโลกอาเซียน” ในมหกรรมสืบสานศิลปวัฒนธรรมมลายู มลายูเดย์@ยะลา ครั้งที่ 3 ที่ห้องประชุมเทศบาลนคระลา อ.เมือง จ.ยะลา

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธาน DMDI ประเทศไทย กล่าวเปิดสัมมนาว่า ประชาคมอาเซียนมีประชากรประมาณ 570 ล้านคน โดยเป็นประชากรที่มีพื้นฐานทางวัฒนธรรมอิสลามเชื้อสายมลายู 300 ล้านคน ไทยมีประชากร 65 คนส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้มาตรฐานเท่าที่ควร ส่วนจังหวัดชายแดนภาคใต้มีประชากร 2.2 ล้านคน ในจำนวนนี้ใช้ภาษามลายูในชีวิตประจำวัน ร้อยละ 85 หรือประมาณ 1.9 ล้านคน มีขนาดประชากรใหญ่เป็นลำดับที่ 3 ในโลกมลายูถัดจากประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย

“บุคคลเหล่านี้มีศักยภาพที่ดีทางภาษามลายูท้องถิ่นที่สามารถเชื่อมต่อไปสู่ภาษามลายูกลางที่ใช้ในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน สิงคโปร์ และส่วนหนึ่งทางภาคใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ได้” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวอีกว่า การจัดงานมลายูเดย์และการสัมมนาทางวิชาการนี้ นับว่าเป็นการเปิดบ้านยะลาให้เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมมลายู ภายใต้แนวคิดการสร้างสังคมสมานฉันท์ หรือ Harmonize City อย่างแท้จริง

มลายูเดย์2

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า นอกจากนี้เป็นการเปิดปูมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโลกมลายู โดยมีคณะวิทยากรที่มีชื่อเสียงจากต่างประเทศและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาให้ความรู้ เริ่มต้นด้วยปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “โลกมลายู โลกอาเซียน” เพื่อทำความเข้าใจบริบทของโลกมลายูและพื้นฐานความเป็นมาของชาติพันธ์มลายู อักทั้งมีการสัมมนาหัวข้อ “อารยธรรมมลายู อารยธรรมอาเซียน” เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเจริญรุ่งเรืองทั้งด้านภาษาและวัฒนธรรม บทบาทและศักยภาพของภาษามลายูที่ก้าวขึ้นเป็นภาษาอาเซียนในอนาคต

จากนั้นมีการนำเสนอบทความทางวิชาการเรื่อง อารยธรรมมลายูอาเซียน (Tamadun Melayu Asean) โดย Prof.Madya Dato Zainal Abidin Borhan รองประธานสมาพันธ์องค์การนักเขียนแห่งชาติมาเลเซีย (Gapena) และอดีตผู้อำนวยการมลายูศึกษา มหาวิทยาลัยมาลายา กล่าวว่า อารธรรมมลายูมีความผูกพันกับศาสนาอิสลามอย่างใกล้ชิด เห็นได้จากชื่อของคนมลายูส่วนใหญ่ใช้ชื่อภาษาภาษาอาหรับ ที่เป็นชื่อพระนามของอัลลอฮ ชื่อศาสดา 25 คน นบีมูฮัมหมัด ( ซ.ล. ) และชื่อของศอหาเบาะห์ เนื่องจากชื่อเหล่านี้คือดูอา

Prof.Madya Dato Zainal กล่าวต่อไปว่า ที่สำคัญในพื้นที่ปาตานีเป็นแหล่งเรียนรู้ศาสนาอิสลามที่มีความสำคัญในอาเซียนตั้งแต่อดีต มีสถานการศึกษาและสถาบันปอเนาะจำนวนมาก มีบรรดาอุลามะฮที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก เช่น เชด ดาวุด อัลฟาตอนี เชดอะหมัด อัลฟาตอนี ที่เขียนตำราเรียนศาสนาอิสลาม (กีตาบ) จำนวนมาก ซึ่งได้รับการยอมรับไปทั่วโลก

Prof.Madya Dato Zainal กล่าวอีกว่า ภาษามลายูที่เขียนด้วยอักษรยาวีซึ่งเป็นตัวอักษรภาษาอาหรับ ปัจจุบันตำราเก่าแก่ที่เขียนด้วยภาษามลายูอักษรยาวีถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ทั่วโลก เช่น ที่มาเลเซียมีประมาณ 4,000 เล่ม อินโดนีเซีย 10,000 เล่ม อังกฤษ 10,000 เล่ม สหรัฐอเมริกา 10,000 เล่ม และฮอลแลนด์ 10,000 เล่ม

Prof.Madya Dato Zainal กล่าวด้วยว่า ตนเคยไปเยี่ยมมัสยิดกรือเซะ อ.เมือง จ.ปัตตานี มีชาวบ้านนำคัมภีร์อัล-กุรอานเก่าอายุ 700 ปีมาให้ดู จึงทำให้ตนคิดว่าในปาตานีน่าจะมีเอกสารโบราณอีกจำนวนมาก คิดว่าคนปาตานีต้องสร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อรวบรวมหนังสือโบราณเหล่านี้ เพื่อแสดงเอกลักษณ์และความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่ หากยังเก็บหนังสือโบราณไว้ที่บ้านจะทำให้ค่อยๆเสียหายไปตามกาลเวลาได้

ผศ.ดร.รุสลัน อุทัย จากคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวว่า เมื่อเอเชียตะวันเฉียงใต้เป็นประชาคมอาเซียนที่ทำให้ภาษามลายูเป็นภาษาอาเซียนแล้ว เราก็ไม่ควรหยุดหรือภูมิใจเท่านั้น แต่ต้องพัฒนาหรือเผยแพร่ภาษามลายูกันต่อไป ด้วยการไปสอนภาษามลายูในพื้นที่อื่นๆที่ยังไม่มีคนเรียน ต้องสร้างวัฒนธรรมมลายูเผยแพร่ไปทั่วโลก เหมือนประเทศเกาหลีที่เผยแพร่วัฒนธรรมของตัวเองไปต่างประเทศจนทำให้ภาษาเกาหลีมีคนให้ความสนใจจำนวนมาก หรือสร้างธุรกิจของคนมลายูให้คนทั่วโลกยอมรับก็เป็นการเผยแพร่ภาษามลายูอีกอย่างหนึ่งด้วย

มลายูเดย์3

สำหรับมหกรรมสืบสานศิลปวัฒนธรรมมลายู มลายู@ยะลาครั้งที่ 3 นี้ยังมีกิจกรรมอีกมากมาย เช่น การแข่งขันทักษะทางวิชาการ ขบวนการแห่งช้าง ประเพณีมลายู การแสดงซีละ การแสดงตีกลองบานอ การแสดงจากประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย การแสดงหนังตะลุง การแสดงหนังตะลุง และการเสวนาทางวิชาการ การแสดงอนาซีดทั้งภาษามลายูและภาษาไทย และการดีเกฮูลู การแข่งขันว่าวและการเสวนาทางวิชาการ