อบรมโฆษกมลายูรุ่น 2 สร้างเครือข่ายโฆษกรุ่นเยาว์เรียนรู้ทักษะภาษามลายูสู่กระบวนการสันติภาพ

ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้จัดการฝึกอบรมโครงการการพัฒนาศักยภาพโฆษกภาษามลายู ประจำปี 2559 มีการเลือกตั้งกรรมการเครือข่ายโฆษกภาษามลายู (โฆษกรุ่นเยาว์) เพื่อความเป็นเอกภาพและประสิทธิภาพในการสื่อสารและขับเคลื่อนภารกิจร่วมกัน โดยสะท้อนผ่านภาษามลายูรวมถึงทักษะการสื่อสารกระบวนการสันติภาพอย่างไรให้ทุกคนเข้าใจง่าย

เมื่อวันที่ 10-13 กุมภาพันธ์ 2559 ที่โรงแรมหาดแก้วรีสอร์ท จ.สงขลา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้จัดการฝึกอบรมโครงการการพัฒนาศักยภาพโฆษกภาษามลายู:สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันสร้างครอบครัวคุณธรรม สัจจะ สันติสุข ประจำปี 2559 เพื่อพัฒนาเครือข่ายบุคลากรภาครัฐ ร่วมกันสื่อสารให้เกิดสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อความเป็นเอกภาพและประสิทธิภาพในการสื่อสารและขับเคลื่อนภารกิจร่วมกัน ผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 156 คน

หลักสูตรในการฝึกอบรมการพัฒนาศักยภาพโฆษกภาษามลายูมีวิทยากรที่ให้ความรู้ด้านการสื่อสาร เช่น ผศ.ดร.สุกรี หลังปูโต๊ะ บรรยายในหัวข้อการสื่อสารอย่างเข้าใจในสังคมพหุวัฒนธรรม นายสัมพันธ์ มูซอดี บรรยายในหัวข้อความสำคัญของโฆษกภาษามลายูกับการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อประชาชน อาจารย์สุขเกษม จารงค์ บรรยายในหัวข้อเทคนิคการจัดรายการวิทยุที่เอื้อต่อการสร้างเสริมสันติสุข วิทยากรจาก กอ.รมน.ภาคที่ 4 ส่วนหน้าบรรยายหัวข้อการปฏิบัติการข่าวสารแบบถึงลูกถึงคน และนายปรีชา ชนะกิจกำจร บรรยายการจัดแผนปฏิบัติการสื่อสารเพื่อสันติสุขเป็นต้น

สำหรับหัวข้อการเสวนาเรียนรู้กระบวนการสันติภาพ (สันติสุข) มีผู้ร่วมเสวนามี 2 คน คือ นายมูฮำมัดอายุบ ปาทาน ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้และนางสาวธรรมศาสตร์ โสตถิพันธ์ อาจารย์สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตหาดใหญ่ นายสะรอนี ดือเระ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา โดยได้ผู้เข้าร่วมเสวนาระดมความคิดเห็นในสองประเด็นคือ อยากได้ความรู้อะไรบ้างที่เกี่ยวกับการสื่อสารเพื่อหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพ และในฐานะที่เป็นโฆษกจะสื่อสารอย่างไรเพื่อหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพ

เครือข่ายนักจัดรายการวิทยุ โฆษกชาวบ้านและเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้เน้นย้ำการให้ความสำคัญในการพัฒนาตนเอง ซึ่งการแสดงความคิดเห็นภายใต้หัวข้อ “การเสวนาเรียนรู้กระบวนการสันติภาพ (สันติสุข)” นั้นส่วนใหญ่ต้องการความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายสิทธิมนุษยชน ต้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องชัดเจนโดยเชื่อว่าทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขในสังคมพหุวัฒนธรรม

สำหรับการสื่อสารเพื่อหนุนเสริมกระบวนการสันติภาพนั้น ผู้เข้าร่วมอบรมเห็นว่าการสื่อสารที่เป็นกลางนำเสนอข้อมูลทั้งสองด้านละการสื่อสารที่สามารถทำให้ชาวบ้านเข้าใจได้ง่ายจะเป็นการสร้างความเข้าใจและสร้างความไว้วางใจให้กับประชาชนได้ โดยส่วนใหญ่ต้องการให้มีเวทีการสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านให้มากขึ้นรวมทั้งการสื่อสารอย่างง่ายผ่านชองทางการสื่อสารที่มีอยู่เช่น วิทยุชุมชน วิทยุของรัฐ โทรทัศน์ รวมทั้งผ่านเทคโนโลยีการสื่อสารต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

นางสาวธรรมศาสตร์ โสตถิพันธ์ กล่าวว่า ทุกคนมีช่องทางในการสื่อสารกระบวนการสันติภาพอยู่แล้ว แต่ขาดทักษะในการพูดให้ทุกคนเข้าใจง่าย ทักษะในการพูดให้ทุกคนรู้สึกปลอดภัยเมื่อออกนอกพื้นที่ และการกลั่นกรองข้อมูลที่ชัดเจน ในการให้ข้อมูลข่าวสารภาษามลายูผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียง

“การสื่อสารต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ โดยต้องมีรอยต่อในการพัฒนาตนเองและจัดฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะให้กับตนเองอยู่ตลอดเวลา” นางสาวธรรมศาสตร์ โสติพันธ์ กล่าว

ในการจัดการอบรมครั้งนี้เครือข่ายโฆษกภาษามลายูได้มีการเลือกตั้งกรรมการเครือข่ายโฆษกภาษามลายู (โฆษกรุ่นเยาว์) ประจำปี 2559 เพื่อความเป็นเอกภาพและประสิทธิภาพในการสื่อสารร่วมกัน โดยคณะกรรมการที่ได้รับคัดเลือก จำนวนกลุ่มละ 10 คน โดยมีนายมะยากี นาแว เป็นประธานโฆษกภาษามลายู และนายรีฟาอี ฮารีม๊ะ เป็นประธานโฆษกรุ่นเยาว์

นายมะยากี นาแว นักจัดรายการวิทยุที่มัสยิดกลางยะลา กล่าวถึง โครงการการพัฒนาศักยภาพโฆษกภาษามลาย เป็นโครงการที่ดีที่ ศอ.บต.ให้การสนับสนุนให้มีโครงการเกี่ยวกับโฆษกภาษามลายูเป็นการปรับฐานะภาษามลายูให้ดียิ่งขึ้น การได้รับคัดเลือกเป็นประธานโฆษกมลายู รุ่นที่ 2 เป็นหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบหนึ่งในการเป็นโฆษก นักประชาสัมพันธ์ในเรื่องจรรยาบรรณ เทคนิคการสื่อสารเพื่อให้ผู้ฟังในพื้นที่เข้าใจง่าย

ในช่วงสุดท้ายของการฝึกอบรมเป็นหลักสูตรจัดแผนปฏิบัติการสื่อสารเพื่อสันติสุข จชต. เครือข่ายโฆษกมลายูได้มีข้อเสนอแนะและแนวทางต่อภาครัฐเพื่อการสื่อสารสันติสุข โดยสมาชิกในกลุ่มได้ลงมติร่วมเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรเครือข่ายให้เป็นไปตามการนำเสนอแนวทางการปฏิบัติที่หลากหลาย เช่น การจัดการศึกษาดูงานยังประเทศเพื่อนบ้าน การจัดโครงการพัฒนาเยาวชนสอนภาษามลายูที่ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอที่เป็นกิจกรรมของเครือข่ายในการทำงานกับชุมชน เช่น โครงการเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเป็นนักจัดรายการวิทยุ

นายซำรี เง๊าะ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กล่าวว่า สำหรับการอบรมครั้งนี้ เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเอง เพื่อการเป็นโฆษกที่ดีผ่านช่องทางการสื่อสาร เช่นสื่อสารผ่านวิทยุ โทรทัศน์เพื่อการพูดภาษามลายูให้มีประสิทธิภาพ การได้มีโอกาสมาที่นี่เพื่อต้องการหาความรู้ ประสบการณ์ เพื่อพัฒนาศักยภาพภาษามลายู ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้ในการสื่อสารที่ให้คนเข้าใจ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใช้ภาษามลายูให้ถูกต้องเพื่อการสื่อสารที่เข้าใจและมีประสิทธิภาพ