คนแห่เยี่ยมครอบครัวญีฮาดวิทยา ศิษย์เก่าตั้งศูนย์ช่วยระหว่างพักมัสยิด เจ้าหน้าที่กล่อมให้กลับที่เดิม

คนแห่เยี่ยมครอบครัวญีฮาดวิทยารวม 14ชีวิตที่มาอาศัยมัสยิดชั่วคราวหลังศาลสั่งริบที่ดินโรงเรียน ชาวบ้าน เครือข่ายประชาสังคมเพื่อสันติภาพและศิษย์เก่าตั้งศูนย์ช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่รัฐยังกล่อมให้กลับไปอยู่เหมือนเดิมเพราะแค่ริบแต่ไม่ได้ไล่ออกจากพื้นที่ แต่ครอบครัวยืนยันไม่กลับไปอีกแล้ว

ญีฮาดวิทยา

ภาพจาก ศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือครอบครัวโรงเรียนปอเนาะญิฮาดวิทยา

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 ประชาชนจากที่ต่างๆ ยังคงหลั่งไหลเข้าไปเยี่ยมครอบครัวของนางยาวาฮี แวมะนอ เจ้าของโรงเรียนญีฮาดวิทยา หมู่ที่ 3 บ้านท่าด่าน ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ที่ย้ายไปอาศัยอยู่ที่มัสยิดและโรงเรียนตาดีกาบ้านท่าด่าน ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา รวม 14 ชีวิต หลังจากศาลแพ่งมีคำสั่งริบที่ดินโรงเรียนจำนวน 14 ไร่ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2558 และครอบครัวของนางตัดสินใจไม่ยื่นอุทธรณ์เพื่อสู้คดีอีกต่อไป

โดยคนที่มาเยี่ยมในวันนี้มีทั้งอดีตนักการเมือง ผู้นำศาสนา ผู้บริหารโรงเรียนและประชาชนทั่วไปทั้งจากจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาสและสงขลา เพื่อมาให้กำลังใจพร้อมกับมอบสิ่งของช่วยเหลือผ่านศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือครอบครัวโรงเรียนปอเนาะญิฮาดวิทยาที่ตั้งขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 ที่มัสยิดบ้านท่าด่าน ขณะเดียวกันก็ยังมีเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาสอบถามถึงการจัดตั้งศูนย์ประสานงานดังกล่าวด้วยเช่นกัน

สำหรับศูนย์ประสานงานให้ความช่วยฯ นั้นทางเครือข่ายประชาสังคมเพื่อสันติภาพเป็นผู้เข้าไปจัดตั้งซึ่งล่าสุดเมื่อเวลา13.30 น.วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมาชาวบ้านท่าด่านได้รวมตัวกันที่มัสยิดประมาณ 200 คน ทำประชาคมเพื่อเลือกตัวแทนกลุ่มต่างๆ ในหมู่บ้าน 6 กลุ่ม คือ มัสยิด ตาดีกา ปกครอง บริหาร สตรีและเยาวชน รวม 12 คน ร่วมกับตัวแทนเครือข่ายศิษย์เก่าโรงเรียนญีฮาดวิทยาและตัวแทนเครือข่ายประชาสังคมเพื่อสันติภาพเป็นคณะทำงานศูนย์ฯและสานต่อเจตนารมณ์ของบาบออิบรอฮิมโต๊ะครูผู้ก่อตั้งปอเนาะญีฮาดต่อไป

นายบัลยาน ลูกชายของนางยาวาฮี กล่าวว่า คนที่มาเยี่ยมส่วนใหญ่ไม่ได้รู้จักกัน แต่มาเยี่ยมเนื่องจากทราบข่าวจากสื่อออนไลน์

นายบัลยาน กล่าวด้วยว่า การตัดสินใจย้ายออกจากพื้นทีโรงเรียนญีฮาดวิทยาเนื่องจากทางครอบครัวคิดว่าตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ต้องสู้คดีนั้น ทางครอบครัวถูกกล่าวว่าผู้ก่อการร้ายมาตลอด ทั้งๆที่ครอบครัวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายในพื้นที่เลย การที่ถูกกล่าวอย่างนั้นเป็นการดูถูกศักดิ์ศรี ซึ่งครอบครัวยอมรับไม่ได้ เพราะครอบครัวของตนเป็นครอบครัวที่มีสายตระกูลโต๊ะครู จึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องมาถูกกล่าวหาอย่างนี้

“ต่อไปนี้เราอยากเป็นคนธรรมดาเหมือนชาวบ้านปกติ เพื่อความสบายใจของครอบครัว ส่วนที่ดินโรงเรียนรัฐจะเอาก็เอาไป การตัดสินใจออกพื้นที่โรงเรียนก็เหมือนได้ปลอดหนี้ แต่ที่ต้องมาอยู่ที่มัสยิดและโรงเรียนตาดีตา ก็เพราะครอบครัวไม่มีที่ดินหรือบ้านหลังอื่นๆที่จะไปอยู่อาศัย” นายบัลยาน กล่าว

นายบัลยาน กล่าวอีกว่า ส่วนที่ชาวบ้านร่วมกับเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพและศิษย์เก่าโรงเรียนญีฮาดวิทยาได้ตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือฯนั้นเป็นการให้ความช่วยเหลือระยะสั้นระหว่างพักที่มัสยิดเป็นการชั่วคราว โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน การรักษาความปลอดภัยในช่วงกลางคืน ส่วนการช่วยเหลือระยะยาวคือการจัดหาที่อยู่อาศัยแห่งใหม่แก่ครอบครัวต่อไป

นายบัลยาน กล่าวด้วยว่า ตลอด 3 วันที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่รัฐมาเยี่ยมครอบครัวที่มัสยิดบ้านท่าด่านตลอด เจ้าหน้าที่ต้องการให้ครอบครัวกลับไปอยู่ในโรงเรียนญีฮาดวิทยาเหมือนเดิมเพราะรัฐยังไม่ได้ขับไล่แต่อย่างใด แต่ทางครอบครัวก็ยืนยันว่าตัดสินใจไม่ต้องการอาศัยในพื้นที่โรงเรียนอีกแล้ว ต้องการเป็นประชาชนธรรมดาเท่านั้น เพราะตลอด 12 ปีที่ผ่านเราเหนื่อยมามากแล้ว” นายบัลยาน กล่าว

สำหรับคดีนี้ ศาลแพ่งมีคำสั่งโดยสรุปในคดีหมายเลขดำที่ ฟ.23/2556 และคดีหมายแดงที่ 160/2558 ว่า เหตุที่ศาลแพ่งสั่งริบที่ดินโรงเรียนญิฮาดวิทยา เนื่องจากมีพยานยืนยันว่ามีการใช้ที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งโรงเรียนญิฮาดวิทยาเป็นฝึกการก่อการร้าย โดยมีร่องรอยวัตถุพยาน เช่น รอยกระสุนที่บริเวณต้นมะพร้าว กระป๋องน้ำอัดลมที่มีร่องรอยกระสุนปืนหลายแห่ง อุปกรณ์ที่สามารถใช้เป็นส่วนประกอบวัตถุระเบิด เช่น สายไฟฟ้า ท่อพีวีซี เครื่องวัดกระไฟฟ้า และยังพบเอกสารที่ระบุถึงแผนการปฏิวัติ 7 ขั้นตอนในขวดโหลพลาสติกฝังดินในหลุมขยะใกล้บ้านพักภายในที่ดินดังกล่าว จึงถือเป็นทรัพย์สินที่ได้หรือมิได้ เพื่อใช้หรือสนับสนุนการกระทำความผิดมูลฐานตาม (8) ของบทนิยามคำว่า“ความผิดมูลฐาน”ความผิดที่เกี่ยวกับก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา(ป.อาญา)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปิดฉากปอเนาะญีฮาดวิทยา ครอบครัวไม่ยื่นอุทธรณ์ ขนของย้ายไปอยู่มัสยิด

รัฐเล็งฟื้นปอเนาะญีฮาดวิทยาให้ชุมชนอีกครั้ง ทีมทนายเตรียม 2 ประเด็นสู้ชั้นอุทธรณ์