"ฉันชื่อ นาดา"(ถ่ายทำที่ปอเนาะญีฮาด) กับ 7หนังสั้นที่รอมานาน จะได้ฉายกันแล้ว

อดีตผู้กำกับโพสต์เสียดาย 7 หนังสั้นถ่ายทำที่ปาตานีเมื่อปี 2556 ไม่ได้ฉายให้ดูกัน แต่อีกไม่นานจะเริ่มฉายแล้วหลังจากรอมา 3 ปี "ฉันชื่อ นาดา"รอคอยที่จะเรียนในโรงเรียนที่ถูกปิดตาย "แว้งที่รัก"วันวานของเด็กพุทธท่ามกลางเพื่อนมุสลิม "สันติแค่ภาพ"ความรักต่อสามีที่ถูกขังในเรือนจำ "จากนี้และตลอดไป"ความรักต่างศาสนา "รอยยิ้มที่หายไป"ความทรงจำที่โหดร้าย "รอมดอน"เดือนอันแปลกประหลาด "มิตรภาพแห่งศรัทธา"มหาลัยในปัตตานี

nada1

nada2

nada3

นายนิรันดร เลาะนะ อดีตผู้เขียนบทภาพยนตร์และละคร และผู้กำกับที่มีประสบการณ์มาก ชาวจ.นราธิวาสได้โพสต์ในเฟสบุ๊คของตัวเอง Nirundorn Lokna เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 ว่า เสียดายหนังสั้น 7 เรื่องที่ถ่ายทำบนดินแดนปาตานีเมื่อปี 2556 ไม่ได้ฉายให้ดูกัน

หนังสั้นทั้ง 7 เรื่องนั้นได้จากการอบรมเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้โครงการแสงใต้ของบริษัท ป่าใหญ่ครีเอชั่น จำกัด ที่มีพี่นก หรือนิรมล เมธีสุวกุล เจ้าของรายการทุ่งแสงตะวันเป็นกรรมการผู้จัดการ เพื่อจะนำไปฉายที่โรงหนังสกาล่า กรุงเทพมหานคร โดยนิรันดรเป็นวิทยากรอบรมร่วมกับพี่ย่อง หรือชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์ ช่างภาพและนักเขียนสารคดีชาวนราธิวาสเช่นกัน แต่จนถึงวันนี้หนังก็ยังไม่ได้ฉาย

นายนิรันดร บอกว่า หนังสั้นทั้ง 7 เรื่องผลิตขึ้นเพื่อที่จะนำเสนอเรื่องราวต่างๆในพื้นที่ เพื่อให้เห็นว่างานด้านศิลปวัฒนธรรมก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงในพื้นที่ได้ ซึ่ง 1 ใน 7 เรื่องก็มีเรื่องราวที่ถ่ายทำที่โรงเรียนญีฮาดวิทยา อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี รวมอยู่ด้วย

อย่างไรก็ตาม นิรันดรบอกว่าอีกไม่นานก็จะได้ฉายในพื้นที่แล้ว หลังจากที่ทางบริษัท ป่าใหญ่ครีเอชั่น จำกัด อนุญาตในตนนำมาปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมทั้ง 7 เรื่อง

“เสียดายหนังสั้น7เรื่องที่ถ่ายทำบนดินแดนปาตานีเมื่อปี 2556 ไม่ได้ฉายให้ดูกัน

7 ความทรงจำในเงาหม่น ...

หนังสั้น7เรื่องราวในความทรงจำของผู้คนบนแหลมมลายู บางความทรงจำเลือนลางราวกับสีซีดจาง บางความทรงจำกลับงดงามสดใส 7 ความทรงจำ 7เรื่องราวบนด้ามขวานทองที่จะเล่าขานให้ผู้คนได้ฟัง ...

1."ฉันชื่อ นาดา" เรื่องราวของปู่ที่กำลังค้นหาความทรงจำในอดีตกับการรอคอยของหลานสาวที่จะได้เรียนหนังสือในโรงเรียนที่ถูกปิดตาย (ถ่ายทำที่ปอเนาะญีฮาด) ความทรงจำที่ผสมปนเปกลายเป็นปมปัญหา มีแค่กาลเวลาเท่านั้นที่สามารถคลี่คลายมันลงได้ หนังสั้นที่ถูกเล่าโดย Chaiboon Phithak ผู้กำกับหนังสารคดีมือรางวัลจาก "คนค้นคน" และ"เปิดแดนชีวิต"

2. "แว้งที่รัก" ความทรงจำวันวานของเด็กไทยพุทธท่ามกลางผองเพื่อนมุสลิมในอำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ดินแดนที่อบอวลด้วยความรักและความเอื้ออาทรของคนต่างศาสนา หนังสร้างมาจากหนังสือวรรณกรรมเยาวชนชื่อ "แว้งที่รัก" โดย ชบาบาน เขียนบทและกำกับโดย Nirundorn Lokna แนวร่วมฯที่เคยปลอมตัวเป็นผู้ช่วยฯท่านมุ้ยทำหนังนเรศวร

3. "สันติแค่ภาพ" ความทรงจำ ความหวัง ความรักของภรรยาสาวที่มีต่อสามีที่ถูกคุมขังในเรือนจำข้อหาคดีความมั่นคง หนังสั้นเรื่องแรกของ Gooyee Kuno และผองเพื่อนที่มีชีวิตเสี่ยงกับการถูกจับในข้อหาคดีความมั่นคงได้ทุกเมื่อ

4. "จากนี้และตลอดไป" เรื่องราวโรแมนติคความรักต่างศาสนาของหนุ่มสาวบนดินแดนที่แตกต่างกันทั้งบทเพลง ภาษา และความฝัน หนังสั้นภาพสวย เพลงเพราะเรื่องนี้ถูกถ่ายทอดโดยบริษัท IDIO CINEMATOGRAPHY โปรดักชั่นเฮ้าส์เล็กๆของคนหนุ่มสาวชาวปาตานี

5. "รอยยิ้มที่หายไป" ความทรงจำที่โหดร้ายเมื่อพ่อ-แม่ถูกยิงตายแล้วลูกๆจะดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างไร หนังสร้างมาจากเรื่องจริงโดยกลุ่ม"ลูกเหรียง" กลุ่มที่ไม่เคยเรียนรู้เรื่องการทำหนังมาก่อนเลยในชีวิต

6. "รอมดอน" หนังสั้นที่เล่าเรื่องถึงเดือนรอมดอน เดือนอันแปลกประหลาดของปฏิทินอิสลาม เป็นครั้งแรกในชีวิตของเด็กชายคนหนึ่งที่จะได้เรียนรู้การถือศีลอดตลอดทั้งเดือน เขียนบทโดย Enrico Piaggio

7. "มิตรภาพแห่งศรัทธา" นี่คือหนังที่เล่าเรื่องชีวิตนักศึกษาใน3จชต.ได้ดีที่สุด หนังเล่าเรื่องของ"บัซ"เด็กสาวจากภาคกลางมาเรียนหนังสือที่มหาลัยแห่งหนึ่งในปัตตานี บัซมีเพื่อนใหม่เป็นมุสลีมะห์(ผู้หญิงมุสลิม)ที่มีการดำเนินชีวิตเป็นไปตามหลักการศรัทธาของอิสลาม เพื่อนๆต่างเข้าใจว่าบัซไม่ใช่มุสลีมะห์ บัซเองก็ไม่เคยบอก วันที่เพื่อนๆรู้ว่าบัซเป็นมุสลีมะห์มันเป็นวันที่ปวดร้าวของคำว่ามิตรภาพที่ดี แต่เหตุผลของบัซเองก็เป็นสิ่งที่เพื่อนยอมให้อภัย และบัซเองก็ได้ค้นพบว่าชีวิตของตัวเองจะดำเนินต่อไปอย่างไร ..กำกับและเขียนบทโดย กลุ่ม"แตออ" กลุ่มนักศึกษาจาก มอ.ปัตตานี

ขอขอบคุณพี่นก นิรมล เมธีสุวกุล แห่ง บริษัท ป่าใหญ่ครีเอชั่น จำกัด”

นายนิรันดร เล่าว่า จุดเริ่มต้นของการผลิตหนังสันชุดนี้มาจากความสนใจของพี่นกนิรมลจึงให้ทุนทำค่ายสอนเยาวชนทำหนังสั้นแก่พี่ย่อง พี่ย่องจึงชวนตนมาเป็นวิทยากรด้วยเพราะเคยร่วมงานทำค่ายสอนน้องทำหนังมาแล้วที่นราธิวาส และตกลงจะให้น้องๆที่เคยเข้าอบรมกับเรามาเข้าร่วมอบรมกันอีกครั้ง โดยจัดที่หาดตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี 3 วัน 2 คืน ได้หนังสั้นมา 7 เรื่อง

nada4

nada5

“หลังจากทำเสร็จก็ส่งให้ทางบริษัทป่าใหญ่ฯ กระทั่งต่อมาเกือบปีทางบริษัทก็แจ้งมาให้แก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติมส่วนใหญ่เป็นเรื่องแสงเสียง แต่ตอนนั้นเยาวชนที่เข้าอบรมแต่ละคนได้แยกย้ายกันไปแล้ว ยากที่จะมารวมกลุ่มเพื่อแก้ไขงานได้ ประกอบกับงบประมาณก็ใช้ไปหมดแล้ว จนเวลาล่วงเลยมานาน ผมจึงเสนอขอให้สนับสนุนงบประมาณมาเพิ่มเติมแต่ทางบริษัทแจ้งว่าไม่มีงบแล้ว ซึ่งความจริงผมเองก็มีส่วนผิดที่ไม่ทำให้เสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่ตอนนั้นเลย”

นายนิรันดร เปิดเผยว่า เมื่อไม่สามารถเรียกเยาวชนมารวมกลุ่มแก้ไขงานได้ ผมจึงขอเอามาแก้ไขเองทั้งหมดแต่ขอให้ทางบริษัทสนับสนุนงบประมาณ ทางบริษัทก็บอกว่าไม่มีงบประมาณ

“กระทั่งล่าสุดตนก็ขอเอามาแก้ไขเองทั้งหมดเหมือนเดิม แต่เมื่อแก้ไขแล้วแล้วก็จะเอามาตะเวนฉายในพื้นที่เพื่อขอรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาแล้วนำรายได้ไปช่วยเหลือครอบครัวปอเนาะญีฮาดวิทยา และเป็นการให้โอกาสผลงานของน้องๆได้ออกฉายซักที เพราะเสียโอกาสมานานแล้ว ซึ่งทางบริษัทก็เห็นด้วย” นายนิรันดร กล่าว

นายนิรันดร เปิดเผยด้วยว่า ตนจะนำหนังสั้นทั้งหมดไปรวมกับคลิปหนังสั้นที่ได้ทำร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดนราธิวาสเมื่อปี 2557 อีก 3 เรื่องซึ่งเป็นหนังโฆษณาแหล่งท่องเที่ยวใน 3 จังหวัดมาร่วมเป็นชุดเดียวกัน คาดว่าหลังจากแก้ไขเสร็จแล้วจะเริ่มทยอยฉายได้ในเดือนมีนาคมนี้

nada7

nada6

นายนิรันดร เปิดเผยด้วยว่า ส่วนเหตุที่จะนำรายได้ไปช่วยครอบครัวปอเนาะญีฮาดวิทยาที่ย้ายไปอยู่มัสยิดบ้านท่าด่าน อ.ยะหริ่งหลังจากศาลสั่งริบที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนญีฮาดวิทยาในข้อหาเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายนั้น เนื่องจาก 1 ใน 7 เรื่องนั้นได้ถ่ายทำที่ปอเนาะญีฮาดวิทยา และการที่ตนนำเรื่องนี้มาโพสต์ลงเฟสบุ๊คในช่วงนี้ก็เพื่อจุดประสงค์นี้

 “จุดประสงค์ต่อมาซึ่งเป็นจุดประสงค์เดิมตั้งแต่คุยกับพี่นกก็คือต้องการฉายในคนนอกเห็นว่าความขัดแย้งและความรุนแรงในพื้นที่สามารถแก้ไขได้ด้วยงานศิลปวัฒนธรรม และผมเองมีประสบการณ์ด้านนี้และคิดว่าจะสามารถช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่ได้ ซึ่งหนังสั้นชุดนี้มีความหลากหลาย เป็นเรื่องราวของคนในพื้นที่ที่ไม่ได้นำเสนอเฉพาะเรื่องของคนมุสลิมอย่างเดียวเท่านั้น” นายนิรันดร กล่าว

นายนิรันดร เปิดเผยด้วยว่า ตนเคยทำงานอยู่ในวงการภาพยนตร์ที่กรุงเทพมหานคร 26 ปี ทั้งในบริษัทอาร์เอส บริษัท แกรมมี เป็นผู้กำกับหนัง ผู้ช่วยผู้กำกับ และเขียนบททั้งหนังและละครมาหลายเรื่อง เช่น 3 หนุ่ม 3 มุม ล่าสุดเป็นผู้ช่วยผู้กำกับภาพยนตร์พระนเรศวร กลับมาอยู่บ้านที่จังหวัดนราธิวาสเมื่อปี 2555 เพื่อต้องการสอนเยาวชนผลิตหนังสั้น ปัจจุบันเป็นนักจัดรายการวิทยุที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

คลิกดูภาพทั้งหมดที่ https://web.facebook.com/yeenirundorn/posts/1029051497152739?pnref=story

ที่มา http://www.prachatai.org/journal/2016/02/64235