'มูหัมมัด สะแม/มูฮัยนี อับดุลสามะ' ใครคือขวัญใจมลายูคนต่อไป ในการชิงแชมป์ PABM2016

“มูหัมมัด สะแม/มูฮัยนี อับดุลสามะ”ใครคือขวัญใจมลายูคนต่อไป ในการล่าแชมป์การประกวดสุนทรพจน์ภาษามลายูนานาชาติ PABM2016 ณ ประเทศมาเลเซีย ในฐานะตัวแทนไทยที่ใช้ภาษามลายูเป็นภาษาแม่

มูหัมหมัด สะแม มูฮัยนี อับดุลสามะ

มูหัมมัด สะแม(ซ้าย) มูฮัยนี อับดุลสามะ(ขวา)

หากยังจำกันได้ เมื่อปีที่แล้ว “อาวาบีน ซำซูดิง” คือรองแชมป์การประกวดสุนทรพจน์ภาษามลายูนานาชาติ ณ ประเทศมาเลเซีย ในฐานะตัวแทนประเทศไทยที่ใช้ภาษามลายูเป็นภาษาแม่ จนกลายเป็นขวัญใจคนมลายูปาตานีไปแล้ว

มาปีนี้ใครจะเป็นขวัญใจคนต่อไประหว่าง “นายมูหัมมัด สะแม และนางสาวมูฮัยนี อับดุลสามะ” เพราะทั้ง 2 คนคือผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศในการประกวดสุนทรพจน์ภาษามลายูระดับชาติครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2559 ที่สถาบันรัชต์ภาคย์ ศูนย์จังหวัดยะลา จากผู้เข้าประกวดทั้งหมด 8 คน จัดโดยสถาบันภาษามลายูไทยแลนด์ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

ทั้ง 2 คนจะได้เป็นแทนประเทศไทยในการประกวดสุนทรพจน์ภาษามลายูระดับนานาชาติครั้งต่อไป หรือ Pidato Antarabangsa Bahasa Melayu 2016 - PABM 2016 ระหว่างระหว่างวันที่ 21-25 มีนาคม 2559 นี้ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในประเภทตัวแทนประเทศที่ใช้ภาษามลายูเป็นภาษาแม่ที่มี 6 ประเทศ คือ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไนและไทย ส่วนประเภททั่วไปมีผู้เข้าร่วมจาก 80 ประเทศทั่วโลก

โดยนายมูหัมมัด สะแม นักศึกษาชั้นปี 1 สถาบันการศึกษาอิสลามชั้นสูง เชค ดาวูด อัลฟาตอนี (JISDA) เข้าประกวดในฐานะตัวแทนของ JISDA หัวข้อสุนทรพจน์คือ Perkasakan Bahasa Melayu dan Budaya Kita

ส่วนนางสาวมูฮัยนี อับดุลสามะ บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เข้าประกวดในฐานะตัวแทนของสถาบันรัชต์ภาคย์ ศูนย์จังหวัดยะลา หัวข้อสุนทรพจน์คือ Islam Agama Kedamaian

pidato

ส่วนผู้เข้าประกวดคืออื่นๆ ได้แก่ นางสาวซีตีฮายา อับดุลเลาะ จากมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ นางสาวสุมัยยะห์ บินติอุสมาน จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายฮีชาม บินอารีฟีน ดอเลาะ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี นางสาวนูรีซาน บินติรอมลี กาเซ็ง จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี นายอัดลี วายาเยาะ จากมหาวิทยาลัยฟาตอนี และนายอิบรอเฮม ฮามะ จากวิทยาลัยเทคนิคนราธิวาส

บรรยากาศในการประกวดครั้งที่ 3 นี้ เป็นไปอย่างคึกคักโดยผู้เข้าประกวดแต่ละคนต่างก็มีกองเชียร์ของตัวเองมาร่วมเชียร์ด้วย และมีนายอาวาบีน ซำซูดิง และนางสาวพาตีเมาะ มะนอ 2 ตัวแทนประเทศไทยในการประกวดเมื่อปี่ที่แล้วได้มาร่วมแสดงสุนทรพจน์ด้วยสลับการขับร้องเพลงอานาชีด กระทั่งเมื่อถึงเวลาประกาศผลก็ยิ่งสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้เข้าประกวดทุกคนรวมทั้งผู้เข้าชม ซึ่งผลที่ออกมาก็คือนายมูหัมมัด สะแม และนางสาวมูฮัยนี อับดุลสามะ”

pidato2

“มูหัมมัด สะแม” ขวัญใจมลายูมาตั้งแต่เด็ก

นายมูหัมมัด สะแม ผู้ชนะเลิศในการประกวดครั้งนี้ หรือที่เพื่อนๆเรียกว่า “เดะมะ” บอกว่า สนใจภาษามลายูเพราะชอบภาษาและศิลปวัฒนธรรมมลายู โดยเฉพาะการร้องเพลงอานาชีด

เขาบอกว่า ที่จริงไม่ได้ขับร้องเพลงอานาชีดอย่างเดียว แต่ยังเล่นละครเวทีมลายู อ่านบทกวีมลายูและการกล่าวสุนทรพจน์ภาษามลายู แต่การร้องเพลงอานาชีดนั้นเริ่มมาตั้งแต่อายุ 8 ปี ตอนนี้มีวงขับร้องอานาชีดของตัวเองชื่อวง The Four A เป็นวงอานาชีดประจำหมู่บ้านที่บ้านไอบาตู ม.4 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

ส่วนการเล่นละครเวทีมลายู เขาเริ่มเล่นมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมที่โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ อ.เมือง จ.ยะลา และปีที่แล้วเคยมาสมัครประกวดสุนทรพจน์ภาษามลายูในงานเดียวกันนี้ด้วยแต่ตกรอบ ปีนี้จึงมาสมัครอีกครั้งและได้รับรางวัลชนะเลิศ

มูหัมมัด เปิดเผยเคล็ดไม่ลับที่ทำให้เขามีความสามารถด้านภาษามลายู  หลักๆก็คือมาจากการอ่านหนังสือภาษามลายู เช่น อ่านวรรณกรรมมลายูชั้นสูง และหนังสือประวัติศาสตร์ภาษามลายูทั้งอักษรรูมีและยาวี เพราะหนังสือจะทำให้ได้เจอคำใหม่ๆอยู่ตลอด อีกส่วนหนึ่งก็มาจากการขับร้องเพลงอานาชีด เพราะมีคำยากๆอยู่ด้วย

“เราต้องขยันอ่านให้มากๆ เพราะถ้าเราเจอคำยากหรือประโยคที่เราไม่เข้าใจ เราก็จะไปถามคนที่รู้ก็ยิ่งทำให้เราเข้าใจมากขึ้น นอกจากนี้ก็ดูหนัง ดูละครมลายู ซึ่งหาง่ายในอินเตอร์เน็ต” มูหัมมัด กล่าวทิ้งท้าย

pidato5

“มูฮัยนี อับดุลสามะ” ทั้งเก่ง สวยและเสียงดี

ส่วนนางสาวมูฮัยนี อับดุลสามะ รองชนะเลิศของการประกวดในครั้งนี้ เธอเพิ่งเรียนจบปริญญาตรี เอกภาษาอาหรับ จากมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส

ที่สำคัญคือ ปัจจุบันเป็นครูสอนภาษาถึง 5 ภาษาด้วยกัน ได้แก่ ภาษามลายู อาหรับ อังกฤษ ไทย และจีน เธอเป็นครูที่โรงเรียนเวียงสุวรรณวิทยาคม อ.แว้ง จ.นราธิวาส

เธอเล่าว่า เธอเรียนภาษาจีนมาจากโรงเรียนอัลอิสลามียะห์ ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามใน อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาสที่เรียนจบชั้นมัธยมมา ส่วนภาษาอื่นๆ ก็เรียนทั้งที่โรงเรียนแห่งนี้และที่มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์

นอกจากนี้เธอยังขับร้องเพลงอาชาชีดด้วย ขับร้องมาตั้งแต่สมัยเรียนตาดีกา(สถานศึกษาศาสนาขั้นพื้นฐานในหมู่บ้าน) โดยเธอมีวงอานาชีดของตัวเองหลายวง แต่วงปัจจุบันชื่อวง“ซาตุล ฮิญาบ” (Zatul-Hijab) เป็นวงอานาชีดประจำหมู่บ้านของบ้านปอฮงกือปัส เกาะตา อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

เธอบอกว่า แรงจูงใจที่เข้าร่วมประกวดครั้งนี้ก็คือความชอบในภาษามลายู แต่ที่จริงก็คือชอบทุกภาษา พยามฝึกฝนและเรียนรู้การใช้ภาษาที่ถูกต้อง โดยเฉพาะภาษามลายู เช่น สนทนากับเพื่อนชาวมาเลเซีย ดูโทรทัศน์ช่องมาเลเซียเป็นประจำ และเคยเป็นพิธีกรทั้งภาษาไทยและภาษามลายูบ่อยครั้ง

pidato3

ปัจจัยหลักที่ทำให้เธอสามารถพูดภาษามลายูได้ดีที่สุดน่าจะมาจากการสนทนาผ่านแชตกับเพื่อนชาวมาเลเซีย

“การแชตกับเพื่อนๆ ต้องเขียนภาษามลายูด้วยน่ะ ไม่ใช่เขียนภาษามลายูด้วยอักษรไทยเหมือนวันรุ่นทั่วไป เพราะถ้าทำอย่างนั้นจะทำให้ติดใช้ภาษามลายูปนคำไทย เวลาคุยกันก็จะติดคำไทยไปด้วย”

แต่อย่างก็ตาม เธอบอกว่า พื้นฐานสำคัญที่สุดของภาษามลายูอยู่ที่โรงเรียนตาดีกา ถ้าการเรียนการสอนในโรงเรียนตาดีกามีความเข้มแข็ง มีการสอนภาษาได้ดี เด็กก็จะใช้ภาษาได้ดีตามไปด้วย โดยเฉพาะการเขียนภาษามลายูอักษรยาวี

“เป็นเรื่องน่าภูมิใจมาก เพราะที่มาเลเซียหรือที่อื่นๆ ไม่ได้ใช้อักษรยาวีเหมือนที่นี่แล้วแล้ว แต่เราอ่านยาวีได้จนบางครั้งเพื่อนๆ ชาวมาเลเซียก็ยังทึ่งไปเลยว่า เธออ่านยาวีได้ด้วยเหรอ?”

มูฮัยนียังได้ฝากข้อคิดคมๆ ไปยังคนรุ่นใหม่ที่ต้องการพัฒนาภาษามลายูด้วยว่า ในการฝึกภาษาหรือเรื่องอื่นๆก็แล้วแต่ ความพยายามไม่เคยทำให้ใครพ่ายแพ้ ขณะเดียวกันความท้อแท้ก็ไม่เคยทำให้ชนะด้วยเช่นกัน

ชมคลิป

https://www.facebook.com/profile.php?id=100007007584007

https://www.facebook.com/profile.php?id=100002323482701