หลายองค์กรออกแถลงการณ์ประณามเหตุเจาะไอร้อง ชี้ละเมิดกติกาสากล IHL

เวทีเสวนานักการเมืองชายแดนใต้ เครือข่ายประชาสังคม แอคติวิสต์ในพื้นที่และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติร่วมแถลงประณามเหตุการณ์ที่กระผลกระทบต่อโรงพยาบาลเจาะไอร้อง เรียกร้องให้คู่ขัดแย้งตระหนักถึงหลักการสากลและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

นักการเมืองจากพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคดำรงไทย พรรคภูมิใจไทย อดีต ส.ว. อดีต ส.ส. นักการเมืองท้องถิ่น นักวิชาการในพื้นที่ เจ้าหน้าที่สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา และเจ้าหน้าที่จากศูนย์สันติวิธี จชต. มหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อเปิดพื้นที่ให้นักการเมืองในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แลกเปลี่ยนปัญหาและหาทางออกร่วมกัน เพื่อลดความรุนแรงและส่งเสริมให้เกิดสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ที่ประชุมได้วิเคราะห์สถานการณ์ในวันที่ 13 มี.ค. ซึ่งตรงกับวันครบรอบปีที่ 56 ของการก่อตั้งขบวนการ บี.อาร์.เอ็น. และมีความเห็นโดยเฉพาะต่อเหตุการณ์ที่เกิดที่โรงพยาบาลเจาะไอร้องว่าเจ้าหน้าที่ควรได้รับความเห็นใจ แต่ขณะเดียวกันก็พึงรับฟังข้อวิจารณ์และเปิดให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมด้วย

กรณีที่รัฐจะเสนอให้มีพื้นที่ปลอดภัยนำร่อง เช่น อำเภอเจาะไอร้อง และอำเภอบาเจาะนั้น ถ้ายังไม่ได้คุยจนตกลงกันได้ก่อน อาจกลายเป็นการท้าทายให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงได้ ทั้งนี้ที่ผ่านมา บุคลากรสาธารณสุขไม่ได้ตกเป็นเป้าหมายความรุนแรง เพราะได้รักษาความเป็นกลางและไม่เลือกปฏิบัติมาโดยตลอด ขณะที่ต้องพยายามให้ทุกฝ่ายยังคงให้ความไว้วางใจแก่บุคลากรสาธารณสุขต่อไป

ในทางสากล พื้นที่ปลอดภัยพึงได้แก่โรงเรียน โรงพยาบาล มัสยิด วัด ชุมชน เป็นต้น ขอให้ทุกฝ่ายเคารพสถานที่เหล่านี้ และหลีกเลี่ยงการตั้งกองกำลังและการก่อเหตุความรุนแรงในบริเวณสถานที่ดังกล่าว โดยกองกำลังติดอาวุธไม่ควรตั้งฐานปฏิบัติการใกล้กับที่พักอาศัยในชุมชน โดยเฉพาะในสถานที่ที่พึงเป็นพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งได้แก่โรงเรียน โรงพยาบาล มัสยิด วัด เป็นต้น อนึ่งฝ่ายขบวนการที่เห็นต่างก็ไม่ควรโจมตีพื้นที่ดังกล่าวและไม่ใช้เป็นสถานที่หลบซ่อนหรือเป็นโล่กำบัง

สานเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนปัญหาและทางออกระหว่างนักการเมืองจังหวัดชายแดนใต้ ครั้งที่ 29

 

กลุ่มด้วยใจ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปัตตานี

กลุ่มด้วยใจ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปัตตานีได้มีแถลงการณ์ร่วมกรณีเหตุการณ์การปฏิบัติการทางอาวุธในโรงพยาบาลเจาะไอร้อง อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาสโดยขอให้ทุกฝ่ายปกป้องต่อระบบสาธารณสุข

แถลงการณ์ระบุว่าในเหตุการณ์ครั้งนี้การที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข  สถานพยาบาล  และเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆถูกทำลายเนื่องมาจากปฏิบัติการทางอาวุธของกลุ่มกองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการกระทำที่รับไม่ได้ เพราะได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตของผู้ป่วยและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเพราะทำให้พวกเขาไม่ได้รับการช่วยเหลือและการรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงที อาจส่งผลโดยตรงต่อความเป็นความตายของผู้ป่วยและ ผู้บาดเจ็บที่กำลังรอรับการรักษาพยาบาล

“การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการกระทำที่ละเมิดต่อข้อตกลงในกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศเป็นสิ่งที่รับไม่ได้  ขอเรียกร้องให้ฝ่ายรัฐและกลุ่มติดอาวุธที่ไม่ใช่รัฐรวมทั้งภาคส่วนต่างๆ และประชาชน ที่ต้องให้ช่วยกันปกป้องให้การทำงานของฝ่ายสาธารณสุขได้รับผลกระทบน้อยที่สุด  กระทำการใดๆอันเป็นการขัดขวางหรือสร้างอุปสรรคในการทำงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง” อัญชนา หีมมิน๊ะห์  หัวหน้ากลุ่มด้วยใจ กล่าว

องค์กรสิทธิมนุษยชนที่มีพื้นที่ปฏิบัติงานในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและการคุ้มครองทางกฎหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ จึงขอเรียกร้องดังนี้

1. ขอให้กองกำลังทุกฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มติดอาวุธที่ไม่ใช่รัฐปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ หลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด เพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่

2. ขอให้รัฐและฝ่ายต่อต้านรัฐทบทวนยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี ในการปฏิบัติการทางทหารที่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะระบบงานสาธารณสุข

3. ไม่ว่ากองกำลังฝ่ายใดก็ตาม จะต้องยุติการโจมตีหน่วยงานด้านการแพทย์และสาธารณะสุข หรือใช้หน่วยงานดังกล่าวเป็นที่ปฏิบัติการด้วยอาวุธหรือขัดขวางหรือสร้างอุปสรรคใดๆต่อการปฏิบัติหน้าที่ด้านการแพทย์หรือสาธารณะสุขโดยเด็ดขาด ทั้งนี้หมายรวมถึงการโจมตีสถานศึกษา ศาสนสถานและสถานที่ประกอบศาสนกิจ ตลาดและสถานที่สาธารณะอื่นด้วย

4.    ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสอบสวนและดำเนินการลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำละเมิดต่อกฎหมายมนุษยธรรมดังกล่าว

แถลงการณ์ร่วม กรณีเหตุการณ์การปฏิบัติการทางอาวุธในโรงพยาบาลเจาะไอร้อง อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส

 

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ขณะที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ ประณามโจรใต้ ละเมิดสิทธิมนุษยธรรมของผู้บาดเจ็บและผู้ป่วย และบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมเรียกร้องเคารพเครื่องหมายสากลกาชาด

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติออกแถลงการณ์ขอประณามการละเมิดหลักการมนุษยธรรมและเรียกร้องให้เคารพเครื่องหมายกาชาด สถานพยาบาล การปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ และสิทธิของผู้บาดเจ็บและผู้ป่วยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในห้วงเวลาที่ผ่านมา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีความกังวลต่อสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้ติดตามตรวจสอบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบุกรุกเข้าไปภายในโรงพยาบาลเจาะไอร้อง และคุกคามบุคลากรของโรงพยาบาล รวมทั้งใช้อาคารในโรงพยาบาลเป็นที่มั่นในการยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งตั้งฐานอยู่ใกล้เคียง ดังปรากฏเป็นข่าวแล้วนั้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมีบทบาทและหน้าที่ในการส่งเสริมการเคารพและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน และปกป้องหลักการเคารพต่อสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายอันจะละเมิดมิได้ ขอประณามต่อพฤติกรรมดังกล่าว ที่ถือเป็นการละเมิดหลักการมนุษยธรรม ซึ่งเป็นกติกาสากลที่สังคมอารยะพึงยึดถือ เพราะแม้แต่ในภาวะสงครามทุกฝ่ายยังต้องเคารพเครื่องหมายกาชาด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สากล อันหมายถึง การให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และมนุษยธรรมอย่างเป็นกลาง โดยไม่เลือกปฏิบัติ

กสม. ขอเรียกร้อง และเสนอแนะให้ทุกภาคส่วนคำนึงและควรปฏิบัติ ดังนี้ 1. ขอให้ผู้ที่ก่อเหตุการณ์ความรุนแรงได้ยุติการกระทำในลักษณะข้างต้นที่ไร้มนุษยธรรม ผิดกฎหมาย และละเมิดสิทธิมนุษยชนในทันที พร้อมวิงวอนขอให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐช่วยกันป้องกัน ยับยั้ง มิให้เกิดการกระทำการละเมิดต่อการรักษาพยาบาลอีกต่อไป และต้องเคารพเครื่องหมายกาชาด สถานพยาบาล การปฏิบัติหน้าที่เพื่อมนุษยธรรมของคณะแพทย์ และสิทธิของผู้บาดเจ็บและผู้ป่วย และขอวิงวอนให้ผู้เกี่ยวข้องได้โปรดคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม โดยละเว้นการกระทำที่เป็นอุปสรรค ทั้งปวงต่อการดูแลผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บทั้งในสถานพยาบาลและในที่เกิดเหตุ

2. รัฐบาลพึงหามาตรการที่เหมาะสม ในการคุ้มครองความปลอดภัยแก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งพึงได้รับการปกป้องและคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อสร้างความมั่นใจและความรู้สึกปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน และการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข โดยร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ ในการสร้างระบบการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย การเฝ้าระวัง และการป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรง

3. รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรเร่งนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมให้ความช่วยเหลือ เยียวยา ความเสียหาย อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ดำเนินการฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ที่ได้รับผลกระทบและครอบครัวจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงประชาชนในพื้นที่ และขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความอดทน อดกลั้น ไม่ใช้กำลังตอบโต้เข้าไปในโรงพยาบาล กสม.จะติดตามสถานการณ์ ผลการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือเยียวยา และจะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบรายละเอียดเหตุการณ์ ตลอดจนให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด เพื่อประสานการช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์ต่อไป.

รวมแถลงการณ์ กรณีปฏิบัติการทางอาวุธในโรงพยาบาลเจาะไอร้อง อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส

 

หมอสุภัทร หมอเพชรดาว หมอฟะห์มี สูไฮมี

ในขณะที่ในนพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา กล่าวว่า ตลอด 12 ปีของสถานการณ์ไฟใต้ โรงพยาบาลและระบบสาธารณสุขได้ทำการดูแลรักษาทุกฝ่ายอย่างเต็มที่โดยไม่มีการเลือกข้าง ดังนั้นจึงขอให้ทุกฝ่ายเคารพในสิทธิของหน่วยบริการสุขภาพและประชาชนในพื้นที่ ที่ต้องการทำให้โรงพยาบาลเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนทุกฝ่าย ตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล และตามกติกาสงครามที่ต้องไม่มีการใช้พื้นที่โรงพยาบาลเป็นสมรภูมิรบ

นพ.สุภัทร กล่าวต่อว่า ขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเจาะไอร้องในการทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งต่อไป และขอพื้นที่สุขภาพทั้งในและนอกหน่วยบริการสุขภาพให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัย ปลอดภัยทั้งในเชิงกายภาพ และอุ่นใจในเชิงความรู้สึกว่า ในโรงพยาบาลคือพื้นที่สีขาวที่ปลอดภัยอย่างแท้จริงสำหรับทุกฝ่ายทุกคน

ด้าน พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ทายาทของหะยีสุหลง กล่าวว่า ขอพื้นที่ปลอดภัยให้เราบ้างเถอะ "โรงพยาบาล โรงเรียน มัสยิด วัด" Melindungilah Rumah sakit, Sekolah, Masjid dan temple sebagai kawasan yang aman damai. ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส

นายแพทย์มูฮัมหมัดฟะฮมี ตาเละ กล่าวว่า สัปดาห์ที่แล้วเพิ่งได้ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่สามจังหวัด เกือบทุกคนที่เข้ามาพูดคุยกัน เสนอภาพที่ดีมากว่า งานสาธารณสุขในพื้นที่ืได้รับการยอมรับว่าเป็นงานที่ทำเพื่อมนุษยธรรม เป็นที่พึ่งพาของชาวบ้านได้ เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นกลาง มีเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและสถานบริการพยาบาลน้อยครั้งมาก ท่ามกลางความเลือนรางของข้อมูล ณ ปัจจุบัน ว่าใครเป็นผู้ก่อการในครั้งนี้ ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ก่อการก็ตาม

ขอประณามการใช้สถานบริการพยาบาลในการปฏิบัติการ หรือวางแผนสำหรับการปะทะโดยใช้อาวุธ และก่อความรุนแรงในสถานที่ ขอให้ละเว้นสถานพยาบาลทั้งหลายซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความปลอดภัย ให้ประชาชนทั้งหลายได้รับความคุ้มครองและสันติในพื้นที่เหล่านี้ เพราะผลกระทบต่อความไม่ปลอดภัยในพื้นที่พิเศษนี้มีความหมายมากกว่าคนเจ็บคนตาย แต่มันนัยแห่งความผาสุกของประชาชนในพื้นที่ด้วย

นายสูไฮมี ดูละสะ อดีตประธานเปอร์มัส เขียนในบล็อกส่วนตัวแสดงความเห็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้ไม่คำนึงถึงหลัก IHL (International Humanitarian Law: ว่าด้วยกฎหมายมนุษยธรรมสากล/หรือกฎหมายสงคราม) ในขณะเดียวกัน ฝ่ายขบวนการติดอาวุธเพื่อปลดปล่อยปาตานีกลุ่มต่างๆ เองก็ได้ทำการต่อสู้และโจมตีฝ่ายรัฐไทยด้วยอาวุธสงครามซึ่งส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อกลุ่มคนที่ไม่ได้มีส่วนกับการปฏิวัติครั้งนี้มาหลายครั้งแล้วด้วย เพราะฉะนั้นการคำนึงถึงหลัก IHL จึงจำเป็นสำหรับคู่สงครามที่จะต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจและตระหนักถึงทุกครั้งที่จะมีปฏิบัติการหรือวางแผนทางการทหาร

ปฏิบัติการทางทหารในโรงพยาบาลเจาะไอร้องเมื่อวาน ‪#‎บ้าทั้งคู่‬