รู้จัก 2 สาวคนเก่งแห่งรั้วมรย.“ก้อย-ฟาดา” การเรียนกับกิจกรรมต้องไปด้วยกัน

รู้จัก 2 สาวนักกิจกรรมดีเด่นแห่งรั้ว มรย. หรือมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา “นางสาวรูกอยะ เซ็งมาดี - รัชชฎา ภาคภูมิเกียรติยศ” ที่มีใจรักในกิจกรรมและมีความสามารถในการเป็นพิธีกร และเคยผ่านเวทีการประกวดหลายเวที ทั้งยังคว้ารางวัลนักกิจกรรมดีเด่นและรางวัลนักศึกษาดีเด่นให้กับมหาวิทยาลัยอีกด้วย เผยเคล็ดลับการเรียนกับการทำกิจกรรม

รูกอยะ เซ็งมาดี

คนแรกนางสาวรูกอยะ เซ็งมาดี ชื่อเล่น ก้อย นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ครุศาสตร์บัณฑิต ชั้นปีที่ 5 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ปัจจุบันกำลังฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูที่โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ จ.ยะลา

รูกอยะ เป็นนักกิจกรรมดีเด่นได้รับรางวัลพระราชทานจากจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ในฐานะผู้ปฏิบัติงานดีเด่นในรอบปี 2558 นอกจากนี้ยังได้รางวัลเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ 2558 รางวัลเยาวสตรีไทยดีเด่นปี 2554 จากองค์กรสภาเด็กและเยาวชน จ.ยะลา รางวัลคนดีศรีแผ่นดิน/เยาวชนดีเด่น จ.ยะลา จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยะลา และรางวัลนักศึกษาดีเด่นปี 2558 ของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

ทุกรางวัลมาจากการสร้างผลงานและชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยอย่างมาก อีกทั้งยังเธอยังมีความสามารถในด้านการเป็นพิธีกร และยังเป็นนักจัดรายการวิทยุอีกด้วย ปัจจุบันรูกอยะ ยังเป็นรองประธานสภาเด็กและเยาวชน จ.ยะลาด้วย

รูกอยะ เล่าว่า เธอเห็นว่า กิจกรรมเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนที่ต้องควบคู่กันไป เธอจึงทำกิจกรรมระหว่างเรียนไปด้วย กระทั่งทำให้เธอเปลี่ยนจากเด็กที่ไม่กล้าแสดงออก พูดน้อย ไม่เข้ากับผู้อื่น เมื่อจะแสดงออกเป็นคนที่คนกล้าแสดงออกมากขึ้น

ด้วยความที่ไม่กล้าแสดงออกเธอจึงพยายามเริ่มแสดงออกด้วยการวาดภาพ เพราะเป็นคนชอบในงานศิลปะมากๆ ทำแล้วมีความสุข จากนั้นได้เริ่มทำกิจกรรมครั้งแรกจากการชักชวนของเพื่อนๆ คือกิจกรรมเก็บขยะที่สวนสาธารณะโกตาบารู อ.รามัน จ.ยะลา ทำให้คนกล้าแสดงออกมากขึ้น และรู้จักที่จะพัฒนาตนเองในทางที่ดีเสมอขึ้น อีกทั้งยังทำให้สามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นได้

เธอบอกว่า สิ่งที่เธอชอบมากที่สุดคือ "การที่ได้ทำเพื่อคนอื่นโดยไม่เน้นประโยชน์ส่วนตน แต่เน้นประโยชน์ส่วนรวมแทน" นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอชอบที่จะทำกิจกรรมดีๆ ต่อไปนั่นเอง

"คนเรามีเวลาเท่ากัน คือวันละ 24 ชั่วโมง ทุกเวลาก็มีค่ามากมายแต่อยู่ที่เราจะใช้เวลาให้คุ้มค่าและมีค่าได้อย่างไร การเป็นนักกิจกรรมสิ่งที่ต้องมีคือ การเตรียมหัวใจให้พร้อมทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมโดยไม่หวังผลตอบแทน สิ่งสำคัญคือต้องมีเวลาให้กับกิจกรรมจริงๆ มีความทุ่มเทให้มากที่สุด อะไรที่ทำแล้วมีความสุข นั่นแหละคือความสุขอันแท้จริง" รูกอยะ กล่าว

รูกอยะ บอกว่า เมื่อมีเวลาว่างเธอจะทำกิจกรรมเสมอ เช่น ออกกำลังกาย เล่านิทานให้น้องๆที่บ้านฟัง เขียนเรื่องสั้นที่ตัวเองชอบ สอนพิเศษภาษาไทย ลงพื้นที่ทำกิจกรรมจิตอาสา เป็นต้น

ในการทำหน้าที่รองประธานสภาเด็กและเยาวชน จ.ยะลา เธอมีแนวคิดว่า "ต้นไม้ ใบหญ้า ยังผลิดอกออกใบประดับให้โลกใบนี้สวยงามได้ แล้วมนุษย์ทำประโยชน์อะไรแก่โลกนี้แล้วหรือยัง" นั่นคือการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมนั่นเอง

ดังนั้นสภาเด็กและเยาวชนเปรียบเสมือนถนนที่คอยให้เด็กและเยาวชนได้มีพื้นที่สร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อส่วนรวม เพราะเด็กและเยาวชนมีโอกาสนำเสนอกิจกรรมที่ตนเองสนใจและมีโอกาสเพื่อคนอื่นมากขึ้น

แต่เธอก็บอกด้วยว่า รางวัลก็ไม่ใช่เครื่องการันตีการเป็นคนดี คนดีที่แท้จริงคือทำเพื่อส่วนรวมโดยไม่หวังผลตอบแทน แต่ถ้ายังเป็นนักศึกษาอยู่ การเรียนคือสิ่งสำคัญเป็นที่หนึ่ง จึงต้องแบ่งเวลาเหมาะสมด้วย  เช่น ใน 1 วันของเธอก็ต้องแบ่งเวลาเรียน ออกกำลังกาย อ่านหนังสือและจัดรายการวิทยุ

“ทุกๆวันฉันต้องอ่านหนังสือแค่วันละหน้า พออ่านจริงมันเพลินจนเกือบหมดทั้งเล่ม การอ่านก็คือส่วนหนึ่งของกิจกรรมด้วยเช่นกัน เพราะทำให้เรามีความรู้ และสามารถทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติได้”

ในการทำกิจกรรมต้องมุมานะ อดทน ดิฉันยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการทำงาน คือ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข คือ ชีวิตอยู่ในกรอบของความพอดี ไม่เบียดเบียนผู้อื่น

“การเป็นผู้นำกิจกรรมนั้นความมีเหตุผลเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการตัดสินใจ และต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ รู้เท่าทันทุกสถานการณ์ แต่ทุกอย่างต้องอยู่ในพื้นฐานของการมีความรู้ แต่ที่สำคัญกว่าความรู้คือการมีคุณธรรม การดำเนินชีวิตของเราก็จะเต็มไปด้วยความราบรื่น” รูกอยะ กล่าวทิ้งท้าย

 

รัชชฎา ภาคภูมิเกียรติยศ

คนที่สอง นางสาวรัชชฎา ภาคภูมิเกียรติยศ ชื่อเล่น ฟาดา นักกิจกรรมดีเด่นแห่งรั้ว มรย.ที่มีความสามารถในการเป็นพิธีกร เคยผ่านเวทีประกวดและสร้างผลงานอีกมากมายให้มหาวิทยาลัยได้ชื่อชม

เธอยึดคติประจำใจในการทำงาน “ไม่มีใครไปถึงดวงดาวโดยปราศจากมือที่เปื้อนโคลน” ซึ่งเธอธิบายว่า เพราะการที่เราต้องการจะประสบความสำเร็จนั้น เราต้องลงมือทำเพื่อทำให้ความฝันเป็นจริง

ปัจจุบันนางสาวรัชชฎากำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 สาขาการประถมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เป็นคนร่าเริง มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น งานอดิเรกคือชอบแต่งเพลง แต่งกลอน

เธอเล่าว่า เริ่มทำกิจกรรมเพราะความอยากรู้ อยากลอง ชอบความท้าทาย และชอบสร้างมิตรภาพกับผู้อื่น กิจกรรมทำให้เราได้ประสบการณ์ ได้รู้จักคนคนมากมาย ได้ฝึกทักษะการใช้ชีวิตไปในตัวและหาไม่ได้ในห้องเรียน เพราะฉะนั้นดิฉันถือว่ากิจกรรมเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปเสียแล้ว

เธอให้คำนิยามคำว่ากิจกรรม คือ งานที่ต้องเสียสละ มีจิตอาสา มีใจรัก การเป็นนักกิจกรรมที่ดีได้นั้นต้องมี 3 อย่างนี้ เพราะถ้าอยากเป็นนักกิจกรรมแต่ยังเกี่ยงงาน ไม่ยอมเสียสละ ไม่มีใจรักในกิจกรรม เราก็จะเป็นนักกิจกรรมที่ไม่มีความสุขและไม่สามารถเป็นนักกิจกรรมที่ดีได้

เธอเล่าว่า เธอเริ่มทำกิจกรรมจากการเป็นประธานนักเรียนก่อน ซึ่งมีหน้าที่และกิจกรรมที่ต้องรับผิดชอบหลายอย่าง เช่น การเข้าค่าย การตั้งชมรม การแข่งขันทักษะด้านวิชาการ การเป็นพิธีกร เมื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยก็ได้รับโอกาสจาก ผศ.ดร.กฤษดา กุณฑล คณบดีคณะครุศาสตร์ ให้ทำกิจกรรมต่างๆ ด้วย

งานแรกคือ เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยเข้าร่วมแข่งขันคุณธรรมจริยธรรมประเภททีมที่มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งได้โล่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ดิฉันได้เป็นตัวแทนนักศึกษาทำกิจกรรมด้านต่างๆจนถึงปัจจุบัน

ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ได้แก่ เป็นตัวแทนประกวดดาว-เดือนคณะครุศาสตร์ สอนหนังสือเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านออทิสติกและดาวน์ซินโดรม เป็นนักจัดรายการวิทยุการศึกษาเพื่อชีวิต เป็นตัวแทนนักศึกษาคณะครุศาสตร์เข้าร่วมการประเมินคณบดีของมหาวิทยาลัยใน 5 จังหวัดภาคใต้ ทำโครงการค่ายอาสาต่างๆ และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย

ส่วนรางวัลที่ได้รับ เช่น รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ทักษะการพูดสังคม รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 แต่งกลอนวันภาษาไทย และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 แข่งขันคุณธรรมจริยธรรมระดับมหาวิทยาลัย

“ภูมิใจทุกรางวัล เพราะเราพยายามทำให้เต็มที่ที่สุดทุกครั้ง แต่ที่ภูมิใจมากคือรางวัลตัวแทนมหาวิทยาลัยไปแข่งขันคุณธรรมจริยธรรม เพราะเป็นรางวัลแรกและการแข่งขันครั้งแรกในที่เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย”

เธอบอกว่า กิจกรรมทุกอย่างแน่นอนต้องมีอุปสรรค สำหรับดิฉัน วิธีจัดการอุปสรรคคือปัญหาเกิดจุดไหนเราก็แก้ที่จุดนั้นและจะเลือกแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ที่ปลายเหตุ เพราะการแก้ที่ต้นเหตุจะทำให้เรารู้ที่มาของปัญหาด้วย

“อุปสรรคหรือปัญหาทำให้ดิฉันเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เพราะทำให้เราสามารถรู้แนวทางการแก้ไขให้ตรงจุด เมื่อปัญหาเข้ามาก็จงยิ้มรับและต่อสู้กับมันอย่างใจเย็น” รัชชฎา กล่าวทิ้งท้าย