ม.อ.ปัตตานีเปิดเวทีประมวลองค์ความรู้ 10 ประเด็นเพื่อแก้ปัญหาชายแดนใต้ยังยืน

ม.อ.ปัตตานีเปิดเวทีประมวลองค์ความรู้ชายแดนใต้ เพื่อการแก้ไขปัญหาที่ยังยืน รวม 10 ประเด็น ทั้งการสื่อสารสันติภาพ ระบบสุขภาพ เศรษฐกิจ ความมั่นคง ทรัพยากรธรรมชาติ การศึกษา วัฒนธรรม ความสัมพันธ์ทางศาสนา กระบวนการยุติธรรมและการพัฒนาเด็ก เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธาน ย้ำต้องแก้ปัญหาด้วยความรู้

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2559 ที่อาคารเรียนรวม 58 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี จัดสัมมนาเพื่อประมวลองค์ความรู้การพัฒนาสังคมชายแดนใต้ โดยเชิญผู้นำศาสนาผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และนักวิชาการ 500 คน ระดมสมองเพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังยืน

ดร.วันพิชิต ศรีสุข อาจารย์ประจำแผนกวิชาพัฒนาสังคม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี ในฐานะประธานจัดงานกล่าวรายงานว่า ม.อ.ได้รับอนุมัติให้จัดโครงการพัฒนาผู้ศาสนาเพื่อการพัฒนาสังคมชายแดนใต้โดยคัดเลือกผู้นำศาสนาทั้งอิสลาม พุทธและคริสต์ เข้ารับทุนการศึกษาในระดับปริญญาโท สาขาการบริหารการพัฒนาสังคม 20 ท่าน ประกอบด้วยผู้นำศาสนาอิสลาม 12 ท่าน พระภิกษุ 7 ท่าน และผู้นำศาสนาคริสต์ 1 ท่าน

ดร.วันพิชิต กล่าวต่อไปว่า การดำเนินโครงการนี้นอกจากมีการจัดการเรียนการสอนแล้ว ยังจัดให้มีการศึกษาดูงานนอกพื้นที่ กิจกรรมอาสาพัฒนาชุมชนและกิจกรรมสัมมนาทางวิชาการเพื่อประมวลองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาสังคมที่จัดขึ้นในวันนี้ โดยมีฐานคิดสำคัญคือ จังหวัดชายแดนภาคใต้นับเป็นพื้นที่พิเศษที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ตลอดจนสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่

ให้ผู้นำต่างศาสนาเข้าศึกษาในหลักสูตรเดียวกัน

ดร.วันพิชิต กล่าวว่า สถานการณ์ที่ผ่านมาได้ตอกย้ำความแตกต่าง หวาดระแวง หรือจนถึงขั้นการก่อความไม่สงบขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเงื่อนไขสำคัญประการหนึ่ง คือความแตกต่างกันทางศาสนาที่สะท้อนผ่านแบบแผนการดำเนินชีวิต

“หากให้ผู้นำที่ต่างศาสนากันได้เข้าศึกษาในหลักสูตรเดียวกัน ก็จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความเข้าใจ และลดความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน จนสามารถขยายไปสู่ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างกว้างขวาง”

ดร.วันพิชิต กล่าวด้วยว่า การสัมมนาทางวิชาการเพื่อประมวลองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาสังคม มีจุดมุ่งหมายที่สำคัญเพื่อเปิดพื้นที่ให้มีการนำเสนอและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านบริหารพัฒนาสังคมพหุวัฒนธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยผู้เข้าร่วมได้ร่วมระดมสมองเพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังยืน ประกอบด้วย 10 ประเด็น ได้แก่ การสื่อสารและการสร้างสันติภาพ การจัดการระบบสุขภาพ ระบบเศรษฐกิจ การสร้างความมั่นคงปลอดภัย การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบบการศึกษา การจัดการทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น การจัดการความสัมพันธ์ทางศาสนาและความเชื่อ กระบวนการยุติธรรม และการพัฒนาเด็กและเยาวชน

ทั้งนี้เพื่อประมวลความรู้ที่เกิดขึ้น เพื่อเชื่อมโยงไปสู่กรอบการวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา สำหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และนักวิจัยทั่วไป  ตลอดจนเพื่อเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป ซึ่งภาคเช้าที่ผ่านมาได้มีการสัมมนาเพื่อประมวลองค์ความรู้ในห้องย่อยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะได้นำเสนอผลการสัมมนาต่อไป

เลขาธิการ ศอ.บต.ย้ำต้องแก้ปัญหาด้วยความรู้

จากนั้นนายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ประธานในพิธีเปิดโดยกล่าวว่า เป็นที่ทราบดีอยู่แล้วว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้นับเป็นพื้นที่พิเศษที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ตลอดจนสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งสถานการณ์ที่ผ่านมาได้ตอกย้ำความแตกต่าง หวาดระแวง หรือจนถึงขั้นการก่อความไม่สงบขึ้นอย่างต่อเนื่อง พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีอัตลักษณ์พิเศษ มีขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิต ภาษา และวัฒนธรรมที่แตกต่างจากจังหวัดอื่นๆ ของประเทศไทย ด้วยความเป็นพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์พิเศษเป็นเฉพาะนี้ จึงทำให้พื้นที่แห่งนี้ เป็นพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อนค่อนข้างสูง เพราะสาเหตุของสถานการณ์ มีความซับซ้อนที่สั่งสมจากอดีตและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของพื้นที่

นายภาณุ กล่าวต่อไปว่า ดังนั้นรัฐจะต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ ในการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการพื้นที่ดังกล่าวให้มีความเหมาะสม และสอดคล้องวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งยังจะต้องใช้ความละเอียดรอบคอบในการปกครองดูแล และให้การพัฒนาเป็นการเฉพาะ ซึ่งเป็นแนวทางที่แตกต่างจากจังหวัดอื่นโดยทั่วไป ดังนั้นการที่แก้ไขปัญหาต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องอาศัยปัจจัยหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการทำความเข้าใจบริบทต่างๆ ของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อ วิถีการดำเนินชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม เป็นต้น ฉะนั้นการแก้ไขปัญหา ตลอดจนถึงการบริหารจัดการ จึงต้องศึกษา และทำความเข้าใจ

นายภาณุ กล่าวว่า ดังนั้นหากพิจารณาจากสภาพอัตลักษณ์พิเศษนี้ การศึกษามิติเชิงสังคมพหุวัฒนธรรมของจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะทำให้เห็นสภาพความเป็นจริง และเห็นถึงแก่นแท้สภาพปัญหาและแนวโน้มในอนาคตในแง่ของสังคมและวัฒนธรรมในพื้นที่ว่าควรที่ต้องมีการกำหนดนโยบายเป็นไปในทิศทางใด เพื่อที่จะเป็นประโยชน์และสร้างความเข้าใจต่อสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่นี้ได้ดียิ่งขึ้น การเกิดขึ้นของโครงการพัฒนาผู้นำศาสนาเพื่อการพัฒนาสังคมชายแดนใต้จึงเป็นกลไกหนึ่งที่จะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน ตลอดจนเกิดความร่วมมือระหว่างศาสนามากยิ่งขึ้น และการจัดสัมมนาเพื่อประมวลองค์ความรู้ การพัฒนาสังคมชายแดนใต้ในวันนี้ก็จะช่วยให้เราได้มุมมองใหม่ ๆ เพื่อใช้ในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของเราต่อไป

ยกผลสำรวจ 90% ยืนยันชาวบ้านได้รับความเป็นธรรม

ขณะที่ สำนักสารสนเทศและประชาสัมพันธ์ ศอ.บต. รายงานคำกว่าของนายภาณุด้วยว่า การแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ และการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ ศอ.บต.ทำงานร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เป็นเนื้อเดียวกันตั้งแต่ คสช.เข้ามา ซึ่งวันนี้แนวทางการทำงานของราชการจากเดิมที่ต่างคนต่างทำวันนี้ไม่มีแล้ว เราทำอย่างมีเอกภาพ เหมือนเป็นเจ้าภาพหลัก

นายภาณุ กล่าวอีกว่า เมื่อวันนี้เราประสบปัญหาพี่น้องประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนเองในฐานะเลขาธิการ ศอ.บต. ได้มอบให้บัณฑิตอาสาที่ทำงานของ ศอ.บต. ร่วมกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท้องถิ่น ท้องที่ จับมือกับนายอำเภอร่วมกันตรวจสอบในหมู่บ้านว่า ใครบ้างที่ยังไม่รับความเป็นธรรมและยังไม่ได้รับการดูแล ซึ่งกำหนดระยะตั้งแต่ 2 มีนาคม สิ้นสุดเดือนเมษายนนี้ ผลสำรวจปรากฏว่า 90% ยืนยันคำกล่าวอ้างของชาวบ้านต่างได้รับความเป็นธรรมแล้ว