‘อูลามะ ปอเนาะ กีตาบยาวี’ บทบาทยิ่งใหญ่ของปาตานีในโลกอิสลาม โดยอะหมัด ฟัตฮี

บทบาท “อูลามะ ปอเนาะและกีตาบยาวี” องค์ประกอบสำคัญของความเป็นฟาตอนีย์ในโลกอิสลามโดยนักวิชาการดัง “อุสตาซอะหมัด ฟัตฮี” เผยวรรณกรรมกีตาบยาวีปาตานีจาก 7 อูลามะยิ่งใหญ่ที่เขียนกีตาบ 98 เล่ม จากทั้งหมด 193 เล่ม ความสัมพันธ์กับจักรวรรดิออตโตมานและการสร้างคนให้เป็นมุสลิม

โลกมุสลิมรู้จัก “ฟาตอนีย์” มานับหลายร้อยปี ด้วยปัจจัยที่มาจากองค์ประกอบสำคัญของความเป็นฟาตอนีย์(ปาตานี) ก็คือ “อูลามะ ปอเนาะ และกีตาบยาวี”

อูลามะ หมายถึง นักปราชญ์ทางด้านศาสนาอิสลาม ส่วนปอเนาะ หมายถึงสถานศึกษาทางด้านศาสนาที่สำคัญในพื้นที่ปาตานีหรือในบริเวณจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกีตาบยาวี หมายถึงตำราศาสนาอิสลามที่เขียนด้วยภาษามลายูอักษรยาวี

ในงานสัมมนาวิชาการ“วรรณกรรมมลายูในโลกอิสลาม” ครั้งที่ 1 เรื่อง“ปาตานีในโลกมลายู ประวัติศาสตร์ วรรณกรรม และโลกอิสลามร่วมสมัย” ที่วิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ระหว่าง 2 -3 เมษายน 2559 ที่จัดโดย วิทยาลัยอิสลามศึกษาร่วมกับมูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี มีการพูดถึงองค์ประกอบทั้ง 3 นี้

โดยเนื้อหาส่วนหนึ่งมาจากอุสตาซอับดุลรอซาก มะห์มูด หรือ อะห์มัด ฟัตฮีย์ ซึ่งเป็นนักวิชาการประวัติศาสตร์ชื่อดังชาวกลันตัน ประเทศมาเลเซียที่เชี่ยวชาญเรื่องปาตานี โดยเขาใช้เวลาเกือบ 10 ปีในการเก็บข้อมูลเพื่อเขียนหนังสือชื่อ “Ulama Besar dari Patani” เมื่อครั้งยังเป็นบรรณาธิการวารสารศาสนาอิสลามที่ชื่อ “Pengasuh” ของสำนักงานบริหารกิจการศาสนาอิสลามของรัฐกลันตัน ที่คนในชายแดนใต้หรือปาตานีติดตามอ่านอย่างมากมายในอดีต

โดยอุสตาซอะหมัด ฟัตฮี นำข้อมูลเหล่านี้มาเปิดเผยผ่านปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “บทบาทของอุละมาอ์ปาตานีในโลกมลายู” ภายในงานเดียวกันนี้ ซึ่งแปลสรุปเป็นภาษาไทยโดยอาจารย์ฮาร่า ชินทาโร่ ดังนี้

วรรณกรรมกีตาบยาวีปาตานี

อุสตาซอะหมัด ฟัตฮี บรรยายว่า งานวิจัยเกี่ยวกับวรรณคดีมลายูส่วนใหญ่ทำโดยชาวต่างชาติ เช่น นักวิชาการอังกฤษชื่อ วินเสตท มีผลงานออกมาในปี 1940 ในหนังสือของเขามีคำอธิบายเกี่ยวกับวรรณคดีเชิงศาสนา ไม่ว่าจะมาจากอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซียในปัจจุบัน หรือที่ไหนก็ตาม ต่อมาปี 1950 มีนักวิชาการจากประเทศจีน ชื่อเนียวลุฟา ทำวิจัยเกี่ยวกับ กีตาบภาษามลายู แต่การเก็บข้อมูลของทั้งสองคนก็ยังไม่เป็นที่พอใจ

เมื่อไม่กี่ปีมานี้มีนักวิชาการมาเลเซียบอกว่า มีหนังสือชื่อ Sastra Melayu (วรรณคดีมลายู) ในศตวรรษที่ 19 ผู้เขียนชื่อ Siti Awah Aareh อธิบายเกี่ยวกับวรรณคดีเชิงศาสนาที่ครบถ้วน แบ่งเป็น 4 ส่วนโดยมีส่วนหนึ่งที่มาจากวรรณคดีที่เป็นกีตาบหรือตำราศาสนา

วรรณคดีในทีนี้ไม่ได้หมายความว่า นวนิยาย หรือ เรื่องเล่า แต่เจาะจงไปที่เนื้อหาของความศรัทธา คำสอนศาสนา ซึ่งกีตาบยาวีในที่นี้อธิบายว่าเป็นกีตาบกูนิง หมายถึงหนังสือที่มีสีเหลือง ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าเมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า กระดาษที่พิมพ์หนังสื่อก็เป็นสีเหลือง จึงเรียกว่ากีตาบกูนิง

กีตาบกูนิงที่เขียนด้วยภาษามลายูอักษรยาวีไม่ได้พบที่ปาตานีอย่างเดียว แต่พบโดยทั่วไปในโรงเรียน สถาบันต่างๆ ที่มีลักษณะเหมือนกับปอเนาะที่ปาตานี แต่ที่อาเจะห์เรียกดายะ ที่ปาเล็มบังเรียกว่าสุเรา ที่อินโดนีเซียเรียกว่าเปอร์ซันเตรน ซึ่งสถาบันเหล่านี้มีลักษณะเดียวกัน คือเป็นโรงเรียนสอนศาสนาที่ใช้กีตาบสอน

กีตาบยาวีพบหลายแห่ง ไม่ว่ามาจากอาเจะห์ มินังกาเบา บันยา เรียว และอื่นๆ ซึ่งเราจะสามารถรู้ว่าผู้เขียนมาจากไหนก็จะมีตอนท้ายของชื่อผู้เขียนซึ่งบอกชื่อสถานที่ เช่น ผู้เขียนมาจากปาตานีก็จะเขียนว่า อัลฟาตอนีย์

7 อูลามะที่ยิ่งใหญ่เขียนกีตาบ 98 เล่ม จาก 193 เล่ม

อุสตาซอะหมัด ฟัตฮี บรรยายต่อไปว่า ตามการสำรวจของตน พบว่า มีกีตาบยาวี 193 เล่มที่เขียนโดยอูลามะหรือปัญญาชนอิสลาม(นักปราชญ์)ที่มาจากปาตานี จากอูลามะ 36 คนที่มีงานเขียนและได้รับการตีพิมพ์แล้ว แต่สันนิษฐานว่ายังมีผลงานที่ยังไม่ได้รับการตีพิมพ์อีกจำนวนมากกว่านี้ แต่ในที่นี้จะพูดเฉพาะที่ได้รับการตีพิมพ์

ในจำนวน 193 เล่ม มี 98 เล่มที่เขียนโดยปัญญาชนอิสลามปาตานี 7 ท่าน ซึ่งตนเรียกว่าอูลามะบือซาร์ปาตานี (Ulama Besar Patani) หรือนักปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่ของปาตานี ส่วนเล่มที่เหลือเขียนโดยอูลามะประมาณ 20 กว่าคน บางคนเขียนคนละเล่มหรือสองเล่ม แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาเขียนเพียงแค่นั้น เพราะอาจจะมีผลงานที่ไม่ได้รับการตีพิมพ์อีกจำนวนมาก

ดังนั้นบทบาทของอูลามะปาตานีในการสร้างผลงานทางวิชาการในรูปแบบกีตาบยาวี จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเชคดาวูด อัล ฟาตอนีย์ หรือ เชคอะหมัด อัล ฟาตอนีย์ และคนอื่นๆ

บทบาทไม่ได้มีแค่ที่ปาตานี

อุสตาซอะหมัด ฟัตฮี อธิบายว่า เนื้อหาของกีตาบยาวีเหล่านี้มีอะไรบ้าง เนื้อหากีตาบไม่ใช่นวนิยายหรือเรื่องเล่า แต่มีสาระสำคัญ 4 อย่าง คือ 1.ปรัชญาอิสลามและความศรัทธา ซึ่งจากการประมวลเนื้อหาถือว่าอูลามะปาตานีเป็นแชมป์เปี้ยนในเรื่องนี้ เพราะสามารถอธิบายเรื่องปรัชญาอิสลามที่ละเอียดมากซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องความศรัทธา

2.เรื่องกฎหมายอิสลาม ซึ่งผู้เขียนเรื่องนี้ที่มีบทบาทสำคัญคือเชคดาวูด อัล ฟาตอนีย์ 3.หลักการอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน หรือที่เรียกว่า ตัจวีด 4.ประวัติศาสตร์และเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นในอิสลาม

อูลามะปาตานี ไม่ได้มีบทบาทเฉพาะในพื้นที่เท่านั้น อูลามะปาตานีได้รับความไว้วางใจจากที่อื่นด้วย เช่น ในส่วนหนึ่งของเกาะสุลาเวสีมีกษัตริย์คนหนึ่งที่นับถือศาสนาฮินดู อูลามะปาตานีที่ไปที่นั่นสามารถทำให้กษัตริย์เข้ารับนับถือศาสนาอิสลาม และเปลี่ยนชื่อเป็นสุลต่านค็อยรุดดีน และชื่ออูลามะคนนี้ก็กลายเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของเกาะสุลาเวสี

อูลามะปาตานีกระจายไปทั่วและได้รับความไว้วางใจที่หลากหลาย ไม่ว่าจะให้เป็นอูลามะประจำหรือเป็นอิหม่าม เป็นต้น

ความสัมพันธ์กับจักรวรรดิออตโตมาน

อุสตาซอะหมัด ฟัตฮี อธิบายว่า สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับกีตาบยาวีเหล่านี้คือ สถานที่พิมพ์ เนื่องจากในปาตานีในช่วงแรกๆ ยังไม่มีโรงพิมพ์ ดังนั้นกีตาบยาวีส่วนใหญ่ได้รับการตีพิมพ์ที่นครมักกะห์(ประเทศซาอุดีอาระเบีย) โดยเฉพาะตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 ถึงศตวรรษที่ 20 ซึ่งนครมักกะห์ช่วงนั้นอยู่ภายใต้อำนาจของรัฐบาลออตโตมานหรืออุษมานียะห์

รัฐบาลอุษมานียะห์ให้การสนับสนุนอูลามะปาตานีและแต่งตั้งคนปาตานีเป็นผู้ดูแลโรงพิมพ์ ทำให้กีตาบปาตานีได้รับการตีพิมพ์จำนวนมาก จนกระทั่งจักรวรรดิอุษมานียะห์แพ้สงครามในสงครามโลกครั้งที่ 1 หลังจากนั้นก็หยุดการตีพิมพ์

โดยกีตาบยาวีเล่มสุดท้ายที่ตีพิมพ์ที่นครมักกะห์ ลงวันที่ 6 ตุลาคม ค.ศ.1914 หรือประมาณ 100 ปีที่แล้ว หลังจากนั้นกีตาบยาวีปาตานีถูกนำไปตีพิมพ์ในที่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นที่กลันตัน สิงคโปร์ อีโปห์ ปีนั่ง หรือที่มักกะห์บางส่วนและที่อียิปต์

กีตาบยาวีสร้างคนให้เป็นมุสลิม

อุสตาซอะหมัด ฟัตฮี กล่าวว่า บทบาทที่สำคัญของกีตาบยาวีปาตานีในที่อื่นๆ เช่นที่ยะโฮร์ ถ้าใช้กีตาบยาวีที่ใช้ภาษามลายูปาตานีบางคำคนยะโฮร์อาจไม่เข้าใจหรือไม่รู้ความหมาย จึงมีนักวิชาการคนหนึ่งจัดทำปทานุกรมขึ้นมาเพื่อใช้ประกอบการเรียนรู้กีตาบยาวีปาตานี บ่งบอกถึงความสำคัญของกีตาบยาวีปาตานีในการเรียนการสอนศาสนาอิสลาม

เนื่องจากกีตาบยาวีของคนปาตานีมีความน่าเชื่อถือมากและความรู้ที่มาจากกีตาบยาวีปาตานีนั้น ทำให้คนมลายูปาตานีเป็นคนมุสลิม หรือแม้แต่คนกลันตันก็เป็นคนมุสลิมด้วย เช่น คนมลายูปาตานีได้เรียนรู้วิธีการละหมาด เรียนรู้เรื่องฮาลาลฮารอม เรื่องบุคลิกภาพ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะมาจากไหนถ้าไม่มาจากกีตาบยาวี ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะอารยธรรมมลายู

สุดท้าย กีตาบยาวีเหล่านี้มีความน่าเชื่อถือสูง ถือว่าไม่ใช่หนังสือธรรมดา เนื่องจาก หนังสือเหล่านี้เขียนโดยมหาปัญญาชน และมีหนังสือรับรองจากปัญญาชนอื่นๆว่า หนังสือเหล่านี้สามารถใช้ได้เนื่องจากมีลักษณะที่น่าเชื่อถือสูง สิ่งเหล่านี้บ่งบอกถึงความสำคัญของกีตาบยาวีปาตานี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเวทีวิชาการ“ปาตานีในโลกมลายู” มองบทบาทปาตานีในโลกอิสลามจากนักวิชาการดัง