“โฉมหน้าสันติภาพ” ในมณฑลแห่งศิลปะ

“..ลึกลงไปในหัวใจของมนุษย์มีความกรุณาซ่อนอยู่ ไม่มีใครเกิดมาพร้อมความเกลียดชังผู้อื่นเพราะสีผิว ภูมิหลัง หรือศาสนา ประชาชนเรียนรู้ที่จะเกลียด และเมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเขาก็ย่อมถูกสอนให้รักได้เช่นกัน เพราะความรักย่อมเป็นชาติญาณแห่งจิตใจของมนุษย์ยิ่งกว่าความเกลียดชัง...” -เนลสัน แมนเดล่า-จากหนังสือ Long Walk to Freedom

          15-31 มี.ค.2559 คณะวิทยาการจัดการ ม.อ.หาดใหญ่ ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และศูนย์การค้าไดอาน่า จัดนิทรรศการ “สันติภาพรออยู่ ณ ดินแดนแห่งศิลปะ” ( Art Exhibition for Peace in Southern Thailan) ณ ศูนย์การค้าไดอาน่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รวมผลงานกว่าร้อยชิ้นจาก 53 ศิลปินภาคใต้ เปิดมุมมองใหม่ในพื้นที่ความขัดแย้ง

อ.ชาญ วารีรัตน์  ในฐานะผู้ประสานงานหลัก กล่าวว่า ศิลปะมักเป็นสื่อกลางในการร่วมมือร่วมใจ ความสามัคคี นอกเหนือจากทางฝ่ายรัฐและฝ่ายต่อต้านได้มีการเจรจาเพื่อให้เกิดสันติภาพในพื้นที่ แต่สันติภาพก็ไม่สามารถเกิดขึ้นอย่างถาวร

“ผมไม่ได้หวังว่าศิลปะจะเป็นตัวหลักในการทำให้เกิดขึ้นของสันติภาพ แต่ผมหวังว่ามันจะก่อให้เกิดสันติภายในใจของทุกๆ คน ทั้งผู้เข้ามาร่วมชมและตัวศิลปินเอง

          ผมเชื่อว่าศิลปะจะทำให้คนรู้สึกอ่อนไหว ศิลปะไม่เคยทำร้ายใคร คนที่เสพงานศิลปะก็มักเป็นคนมีความรู้สึกละเอียดอ่อนและเป็นมิตร มันอยู่ในรากลึกของทุกคนซึ่งจะก่อให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืน”

นางวดีวรรณ จันทรัศมี รองกรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าไดอาน่า กล่าวว่าบรรดาศิลปินที่สร้างสรรค์ศิลปกรรมในครั้งนี้ได้รวมตัวกันเพื่อจุดประกายความหวังเล็กๆ ขึ้น

“เป็นเหมือนเทียนแห่งความหวังเพื่อให้เกิดสันติภาพขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนของเรา ซึ่งเราเองก็พยายามจุดเทียนเล่มนี้ส่งต่อและยินดีที่จะร่วมกิจกรรมอันมีคุณค่าเช่นนี้ต่อไป”

ดร.ธนาวุธ แสงกาศนีย์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะวิทยาการจัดการ ม.อ.หาดใหญ่ กล่าวว่า คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ สันติภาพกำลังรออยู่ ณ ที่ใด กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในระยะเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมา

“บทสรุปหนึ่งที่ผมได้รับจากการชมนิทรรศการนี้ก็คือ สันติภาพรออยู่ ณ ใจของเราเอง เราทุกคนสามารถนำมาซึ่งสันติภาพและศิลปะได้”

ผศ.ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ คณบดีคณะวิทยาการจัดการ ม.อ.หาดใหญ่

“สำหรับพื้นที่ความขัดแย้งและการใช้ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางออกที่ดีที่สุดคือการพูดคุยเจรจาของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง นอกเหนือจากนี้ สำหรับผู้ที่อยู่ในภาคส่วนอื่นๆ ในฐานะเราอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งนี้จะสามารถทำสิ่งใดได้บ้าง ก็เห็นว่างานศิลปะเป็นสิ่งที่ประชาชนสามารถเสพได้ง่าย เพราะมันเป็นธรรมชาติ เป็นความสุนทรียะ ซึ่งผู้ที่สื่องานชนิดนี้ได้คือบรรดาศิลปินที่ได้สะท้อนความคิดต่อสถานการณ์ความเป็นไปออกมาในรูปของศิลปะ ทั้งจิตรกรรมและภาพถ่าย หรือแม้แต่ในท่วงทำนองดนตรีพื้นบ้าน เราจึงได้ชักชวนกันมาในนาม”เครือข่ายศิลปินจังหวัดชายแดนภาคใต้” เพื่อสื่อสารกับคนเมืองนอกพื้นที่ฯ

“จากที่รู้อยู่ว่าคนที่อยู่นอกพื้นที่ความขัดแย้งซึ่งรับรู้ข่าวสารความรุนแรงอาจจะมีข้อสรุปในแบบของเขา ซึ่งอาจไม่ลึกซึ้งต่อเหตุการณ์ที่มีความซับซ้อน ความกดทับของปัญหาทั้งเรื่องของความอยุติธรรม ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เราเพียงแต่หวังว่างานเหล่านี้จะช่วยกระตุกต่อมความคิดของผู้คนได้บ้าง เพราะดินแดนนี้ไม่ได้มีแต่ความรุนแรง หากยังมีกิจกรรมสร้างสรรค์ มีผู้คนอีกมาก มีมิติของความน่ารื่นรมย์ มีสิ่งที่น่าสนใจในพื้นที่นี้อีกมากมาย ก็พยายามสะท้อนประสบการณ์ความคิดอ่านของคนที่อยู่ในพื้นที่ผ่านอีกชั้นหนึ่งในรูปของศิลปะ”

มูฮัมมัด โรจนอุดมศาสตร์ ศิลปินเจ้าของภาพ “ดินแดนสันติสุข”

“ภาพของผมแสดงให้เห็นถึงเสรีภาพ เป็นภาพเด็กๆ กำลังปลดปล่อยนกสู่อิสรภาพ ใช้เทคนิคของการทำผ้าบาติก เป็นรูปแบบของทางใต้ที่เห็นอยู่ในวิถีชีวิตของคนภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งมีศิลปินไม่มากนักที่ทำงานลักษณะนี้ในบ้านเรา

ศิลปะในความหมายของผมคือ ความดี ความงาม ที่ศิลปินสร้างสรรค์ขึ้นด้วยรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ผู้คนมาชื่นชม ผมมองว่าคนทำงานศิลปะทำงานด้วยจิตใจบริสุทธิ์ งานศิลปะไม่ทำร้ายใคร

ทุกคนต้องการให้เกิดสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้ พยายามเสาะแสวงหาสันติภาพ ผมเห็นว่าทุกคนต้องช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรให้พื้นที่เกิดความสงบ ให้ทุกคนมีชีวิตร่วมกันได้อย่างปลอดภัยและสงบสุข”

อ.วชิรพันธุ์ ภู่พงษ์ อาจารย์ผู้ฝึกสอนวง “อาเนาะบุหลัน” ร.ร.วัดสุวรรณากร จ.ปัตตานี

“ศิลปะช่วยสร้างความสัมพันธ์ของเยาวชนในพื้นที่ ซึ่งวง”อาเนาะบุหลัน” มีด้วยกัน 18 คน เป็นเยาวชนจากในพื้นที่มีทั้งเยาวชนพุทธและมุสลิม พวกเขามาฝึกมาเล่นดนตรีพื้นเมืองชายแดนใต้ อันเป็นถิ่นฐานของพวกเขาเอง ก็เกิดความรักสามัคคี ผมคิดว่าศิลปะทุกแขนงทั้งภาพวาด ภาพถ่าย หรือดนตรีช่วยสร้างสันติภาพได้เยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่เยาวชน”

น.ส.ซูไมยะห์ สมูซอ นักศึกษาปี 1 คณะวิทยาศาสตร์ ม.อ.หาดใหญ่

“ศิลปะเป็นสิ่งอ่อนโยน ช่วยกล่อมเกลาจิตใจคนเราได้ หรือแม้แต่คำพูดก็เป็นศิลปะ แน่นอนคนที่ขัดแย้งกันกำลังโมโหจะทำให้หยุดความขัดแย้งนั้นคงเป็นเรื่องยาก แต่การใช้คำพูดช่วยเจรจาก็สามารถทำให้คนเราเย็นลงได้

ศิลปะคงไปหยุดความรุนแรงไม่ได้ แต่ถ้าทุกคนทำกันคนละนิดเราสามารถรวมสิ่งเล็กๆ เข้าด้วยกันเป็นสิ่งที่ใหญ่ได้ เช่นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีเด็กกำพร้าจำนวนมากที่เกิดจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ก็มีคนพยายามเข้ามาช่วยดูแลแม้ว่ายังต้องการความช่วยเหลืออีกจำนวนมาก แต่ละคนทำในส่วนของตัวเองด้วยวิธีที่ต่างกัน”

น.ส.กรกมล ศรีคุนารักษ์ อายุ 21 ปี ชาวอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา

“ศิลปะช่วยสร้างสันติภาพได้ด้วยการที่ศิลปินถ่ายทอดความรู้สึก เมื่อเราดูแต่ละภาพทำให้เกิดความรู้สึกสงบ และเกิดแง่คิด ในส่วนของสันติภาพเราต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย ซึ่งก็อยู่ที่ผู้ที่จะเป็นแรงจูงใจ (ภาครัฐ-เอกชน) จะมีแนวทางใดที่ทำให้ประชาชนเข้ามาร่วมมือกันสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้น”