permatamas เตรียมเคลื่อนไหวทวง EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา หลังสผ.ยังไม่คัดสำเนาให้

permatamas ประกาศเตรียมเคลื่อนไหวทวงรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสุขภาพและสิ่งแวดล้อม EHIA โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา หลังสผ.ยังไม่คัดสำเนาให้ ย้ำชาวบ้านมีสิทธิรู้แม้ไม่ได้จบดอกเตอร์

ภาพจาก พลังพลเมืองร่วมสร้างภาคใต้น่าอยู่

ในงานเสวนาเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินปะนาเระ จ.ปัตตานี “ว่าที่โศกนาฏกรรมชายแดนภาคใต้” ที่ห้อง 32115 ห้องประชุมภาควิชาวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2559 ที่ผ่านมา เครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพ หรือ permatamas ได้ออกแถลงการณ์ “กรณีที่ สผ.เตะถ่วงการขอคัดสำเนารายงาน EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา” จ.สงขลา

โดย permatamas แถลงว่า สืบเนื่องจากการที่เครือข่าย permatamas  เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เครือข่ายนักศึกษา ม.อ.ปัตตานีเพื่อความเป็นธรรมได้ยื่นเอกสารที่สำนักนโยบายและแผน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อขอคัดสำเนารายการการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและท่าเทียบเรือโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 บัดนี้เวลาล่วงเลยมากว่า  2 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจาก สผ.แต่อย่างใด

permatamas แถลงต่อไปโดยสรุปว่า เคารพการทำงานของ สผ. วันหนึ่งหากมีโรงไฟฟ้าถ่านหินสามพันไร่มาตั้งที่หน้าบ้านของท่าน ท่านจะเข้าใจว่าชาวบ้านเทพาวันนี้คิดอย่างไร ชาวบ้าน 1,500 คนต้องย้ายออกจากพื้นที่ วัดมัสยิดสุสานจะถูกทิ้งให้ร้าง มลพิษแม้รายงานจะบอกว่าไม่เกินมาตรฐานแต่มันปล่อยออกมาทุกวินาทีนานหลายสิบปี หากเป็นท่านจะอยู่เฉยๆได้หรือ

“เรามาขอดูข้อมูล เพราะอยากรู้ว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินจะปล่อยมลพิษใดออกมาบ้าง จะทำลายทะเล อากาศ ผืนดิน สภาพแวดล้อม ศาสนาวัฒนธรรมอะไรบ้าง ซึ่งเราชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบต้องมีสิทธิที่จะรับรู้และตรวจสอบ” แถลงการณ์ระบุ

permatamas แถลงอีกว่า ชาวบ้านไม่มีสิทธิรู้ ไม่มีสิทธิจะอ่านรายงาน EHIA หรือ ชาวบ้านแม้ไม่ได้เรียนจบดอกเตอร์แต่รู้จักพื้นที่บ้านทุกตารางนิ้ว ท่านนักวิชาการจะรู้จักทะเลเทพาและผืนดินเทพาดีกว่าเกษตรกรและชาวประมงได้อย่างไร และที่สำคัญชาวบ้านไม่เคยเห็นนักวิชาการของบริษัท COT ลงมาในพื้นที่มาเก็บข้อมูล ชาวบ้านไม่เคยได้รับหรือเห็นการลงมาสอบถามความคิดเห็นในด้านใดๆ แต่รายงานเสร็จออกมาเป็นเล่มๆได้ในเวลาอันสั้นอย่างน่าอัศจรรย์

“วันนี้เราจะไม่รอจดหมายตอบกลับที่ไร้ความจริงใจอีกต่อไป ทางเครือข่ายจะประสานกับนักศึกษาชายแดนใต้ในกรุงเทพ เพื่อมีปฏิบัติการ “ทวงคืน EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา” ต่อไปเร็วๆนี้ หรืออาจต้องพึ่งอำนาจศาลปกครองต่อไปหากมีความจำเป็น” แถลงการณ์ระบุ

ส่วนในวงเสวนามีผู้เข้าร่วมล้นห้องประชุม ซึ่งเพจ พลังพลเมืองร่วมสร้างภาคใต้น่าอยู่ รายงานเนื้อหาบางส่วนว่า ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตรภิรมย์ศรี จากคณะรัฐศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี กล่าวว่า การตัดสินใจในโครงการของรัฐในการพัฒนาเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เร่งให้เกิดปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ หากรัฐจะแก้ปัญหาจะต้องใช้กระบวนการที่มีเหตุผล ในแง่ทางรัฐศาสตร์การกำหนดนโยบายต้องมีการการศึกษาความเป็นไปได้ทางเทคนิค สังคม สิ่งแวดล้อม การเมือง การศึกษาความเป็นไปได้นั้นต้องมีต้นทุน ของความสูญเสียของมนุษย์ สิ่งแวดล้อม สังคมที่เป็นจุดอ่อนคือมักจะถูกประเมินต่ำ ถูกละเลยและพยายามหลีกเลี่ยงไม่พูดถึงจึงทำให้เกิดปัญหามาโดยตลอด

ด้านนายรุสลาม เวาะฮะ เยาวชนบ้านน้ำบ่อ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราถูกปิดกั้นข้อมูล ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ปานะเระ ไม่รู้ว่าจะมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน การมาร่วมเวทีในวันนี้ทำให้รู้ที่มาที่ไปของข้อเสนอที่ให้มีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินปะนาเระ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

“บทเรียนที่ผ่านมาของนิคมอุตสาหกรรมฮาลาลที่มีการโกหกหลอกลวง ทำให้ชาวบ้านคิดว่าเขาจะมาหลอกอะไรเราอีก ไม่ได้หวังว่าเราจะได้อะไร” นายรุสลาม กล่าว