ชายแดนใต้โพลBy YRU เปิดผลสำรวจช่วงรอมฎอน เผยอยากให้มีสันติสุขและอินทผาลัมฟรีมากที่สุด

ชายแดนใต้โพล By YRU เปิดเผยผลสำรวจมุสลิมอยากได้อยากเห็นอะไรในเดือนรอมฎอน อยากให้รัฐแจกอินทผาลัมฟรี แจกข้าวสารคนจน อำนวยความสะดวกการปฏิบัติศาสนกิจยามค่ำคืน อยากให้ความสันติสุขเกิดขึ้นมากที่สุด ความรักความสามัคคีกัน ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ความปลอดภัยและอบรมศาสนา ด้านศอ.บต.เตรียมตั้งกองลูกเสือสันติสุขระบุเข้ากับความเป็นมุสลิมได้ ส่วนนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพร่วมละศีลอดกับผู้นำศาสนาอิสลาม

วันที่ 16 มิถุนายน 2559 ชายแดนใต้โพล By YRU สถาบันวิจัยและพัฒนาชายแดนภาคใต้ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง รอมฎอนเทศกาลแห่งการถือศีลอด เนื่องในเดือนรอมฎอน พ.ศ.2559 โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 10-11 มิถุนายน 2559 จากชาวไทยมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้ง 33 อำเภอ จำนวน 990 กลุ่มตัวอย่าง

โดยกลุ่มตัวอย่าง 51.7%เป็นเพศชาย, 48.3% เป็นเพศหญิง, 7.6% อายุต่ำกว่า 20 ปี, 26.0% อายุ 21-30 ปี, 33.4% อายุ 31-40 ปี, 20.1% อายุ 41-50 ปี, 12.9% อายุ 50 ปีขึ้นไป และมีภูมิลำเนาอยู่ จ.นราธิวาส 39.4%, จ.ปัตตานี 36.4% และ จ.ยะลา 24.2%

ผลการสำรวจความคิดเห็นมีทั้งหมด 4 ข้อดังนี้

1.กิจกรรมที่ชาวไทยมุสลิมใน 3 จังหวัดชายภาคแดนใต้อยากให้หน่วยงานรัฐสนับสนุนมากที่สุด อันดับที่ 1 แจกผลอินทผาลัมฟรี 37.4% อันดับที่ 2 แจกข้าวสารฟรีให้คนยากไร้ 12.6% อันดับที่ 3 อำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยในการเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจยามค่ำคืน(ละหมาดตะรอเวี๊ยะห์)6.7% อันดับที่4 สนับสนุนให้เลิกงานเร็วขึ้น7.5% อันดับที่ 5 ให้หน่วยงานรัฐเป็นเจ้าภาพละศีลอด6.7% อันดับที่ 6 อยากให้หน่วยงานรัฐเข้ามาพูดคุยกับประชาชน เช่น ให้ความช่วยเหลือเด็กกำพร้าและสร้างความเข้าใจกัน0.2%

2.กิจกรรมที่ชาวไทยมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งใจจะทำในช่วงรอมฎอนปีนี้ อันดับที่ 1 อ่านคัมภีร์อัลกุรอ่าน 56.9% อันดับที่ 2 ละหมาดยามค่ำคืน(ละหมาดตะรอเวี๊ยะห์)49.6% อันดับที่ 3 บริจาคทานให้คนยากไร้30.7% อันดับที่ 4 ละศีลอดร่วมกับครอบครัว21.7% อันดับที่5 ปฏิบัติภารกิจในช่วงเดือน 10 คืนสุดท้ายของเดือน(เอี๊ยะติก๊าฟ)18.6%

3.สิ่งที่ชาวไทยมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุดในช่วงรอมฎอนปีนี้ได้แก่ อันดับที่ 1 ความสันติสุขในพื้นที่ 52% อันดับที่ 2 ความรัก ความสามัคคีกัน 25.8% อันดับที่ 3 ปลอดยาเสพติดและสิ่งอบายมุข 13.5% อันดับที่4 ความปลอดภัยและความสะดวกในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ 8.5% อันดับที่5 อยากให้มีการอบรมด้านศาสนา 0.2%

4.ประโยชน์ที่ชาวไทยมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับมากที่สุดจากการถือศีลอดในช่วงรอมฎอน อันดับที่ 1 ทำให้อดทน 50.4% อันดับที่ 2 ชำระขัดเกลาจิตใจ 35.6% อันดับที่ 3 ทำให้มีระเบียบวินับ 7.7% อันดับที่ 4 ช่วยรักษาโรค เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน 6.4%

ผลการสำรวจ เรื่อง รอมฎอนเทศกาลแห่งการถือศีลอดเนื่องในเดือนรอมฎอน พ.ศ.2559

ข้อคำถาม

ผล

จำนวน (คน)

ร้อยละ/เปอร์เซ็นต์

1. รอมฎอนปีนี้ท่านคาดหวังให้หน่วยงานรัฐสนับสนุนกิจกรรมใด (ตอบเพียง 1 ข้อ)

 

อันดับที่ 1 แจกผลอินทผาลัมฟรี

370

37.4

อันดับที่ 2 แจกข้าวสารฟรีให้แก่คนยากไร้

353

35.7

อันดับที่ 3 อำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยในการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ(ละหมาดตะรอเวี๊ยะห์)ยามค่ำคืน

125

12.6

อันดับที่ 4 สนับสนุนให้มีการเลิกงานเร็วขึ้น

74

7.5

อันดับที่ 5 ให้หน่วยงานรัฐเป็นเจ้าภาพในการละศีลอด

66

6.7

อันดับที่ 6 อยากให้ทางหน่วยงานรัฐเข้ามาพูดคุยกับประชาชนเช่น ให้ความช่วยเหลือเด็กกำพร้า และสร้างความเข้าใจกัน

2

0.2

รวม

990

100.00

2. ท่านคิดว่ากิจกรรมใดที่ท่านตั้งใจจะทำในช่วงรอมฎอนปีนี้ (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

 

อันดับที่ 1 อ่านอัลกุรอ่าน

563

56.9

อันดับที่ 2 ละหมาดยามค่ำคืน(ละหมาดตะรอเวี๊ยะห์)

491

49.6

อันดับที่ 3 บริจาคทานให้คนยากไร้

304

30.7

อันดับที่ 4 ละศีลอดร่วมกับครอบครัว

215

21.7

อันดับที่ 5 ปฎิบัติภารกิจในช่วง 10 คืนสุดท้ายของเดือน(เอี๊ยะติก๊าฟ)

184

18.6

รวม

1757

177.50

3. สิ่งที่ท่านอยากให้เกิดขึ้นมากที่สุดในช่วงรอมฎอนปีนี้ (ตอบเพียง 1 ข้อ)

 

อันดับที่ 1 ความสันติสุขในพื้นที่

515

52.0

อันดับที่ 2 ความรัก ความสามัคคี

255

25.8

อันดับที่ 3 ปลอดยาเสพติดและสิ่งอบายมุข

84

8.5

อันดับที่ 4 ความปลอดภัยและความสะดวกในการปฎิบัติภารกิจต่างๆ

134

13.5

อันดับที่ 5 อยากให้มรการอบรมด้านศาสนา

2

0.2

รวม

990

100.00

4. ประโยชน์ที่ท่านคิดว่าได้รับมากที่สุดจากการถือศีลอดในช่วงรอมฎอน(ตอบเพียง 1 ข้อ)

 

อันดับที่ 1 ทำให้อดทน

499

50.4

อันดับที่ 2 ชำระขัดเกลาจิตใจ

352

35.6

อันดับที่ 3 ทำให้มีระเบียบวินัย

76

7.7

อันดับที่ 4 ช่วยรักษาโรค เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน

63

6.4

รวม

990

100.00

ศอ.บต.ตั้งกองลูกเสือสันติสุขระบุเข้ากับความเป็นมุสลิมได้

สำนักสารสนเทศและประชาสัมพันธ์ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) รายงานเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2559 ว่า นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศอ.บต. ได้ประชุมหารือการตั้งกองลูกเสือสันติสุขชายแดนใต้ ได้ประชุมหารือกับผู้ทรงคุณวุฒิสโมสรลูกเสือ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ห้องประชุม IT ศอ.บต. อ.เมือง จ.ยะลา

นายภาณุ กล่าวถึงลูกเสือว่า เป็นบุคคลที่สร้างความสมัครสมานสามัคคีในหมู่คณะ รวมทั้งสร้างจิตสำนึกให้กับเยาวชน สร้างการมีระเบียบวินัยให้ทำความดี โดยในพื้นที่ลูกเสือกับบริบทของมุสลิมสามารถปรับเข้าหากันได้ วันนี้จึงมีการประชุมหารือ เพื่อขับเคลื่อนกองลูกเสือสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมหลักสูตรการฝึกอบรม ประกอบด้วย ลูกเสือกับการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม โดยการนำหลักศาสนามาใช้ ลูกเสือกับการห่างไกลยาเสพติด ซึ่งสอดรับกับโครงการครอบครัวคุณธรรม ลูกเสือกับค่านิยม 12 ประการ ตามนโยบายของ คสช. ลูกเสือกับการปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ลูกเสือกับการปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ ซึ่งเชื่อมโยงกับสังคมพหุวัฒนธรรม และลูกเสือกับการทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม โดยให้อ่านหนังสือ “เราต่างก็เป็นเพื่อนกัน” หนังสือดี เสริมความเข้าใจในสังคมพหุวัฒนธรรม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ดำเนินการฝึกอบรม พร้อมนำหลักสูตรไปใช้ให้สามารถปฏิบัติตามกิจกรรม เพื่อตนเอง สถานศึกษา ครอบครัว และชุมชน

เนื่องด้วยในวันที่ 1 กรกฎาคม 2559 เป็นวันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ โดยจะมีพิธีสวนสนามเพื่อแสดงความเคารพและทบทวนคำปฏิญาณตน  ต่อองค์พระประมุขคณะลูกเสือแห่งชาติ เพื่อประกาศความเป็นลูกเสืออย่างแท้จริง ณ กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ศอ.บต.จะส่งกองลูกเสือในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย

นายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพร่วมละศีลอดกับผู้นำศาสนาอิสลาม

ส่วนที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร วันเดียวกันพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพร่วมละศีลอดเดือนรอมฎอน ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช (ฮ.ศ.1437) โดยมี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี จุฬาราชมนตรี ผู้แทนเอกอัครราชทูตมุสลิมประจำประเทศไทย คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ผู้บริหารระดับสูง ตลอดจนประธานคณะกรรมการอิสลาม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมงาน

นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี กล่าวขอบคุณรัฐบาลพร้อมขอพรพระผู้อภิบาลให้บันดาลสุขภาพที่ดีแด่นายกรัฐมนตรี อีกทั้งได้ขอพรให้ประเทศไทยมีความสงบสุขร่มเย็นสืบไป โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความชื่นชมพี่น้องชาวมุสลิมที่ได้ปฏิบัติศาสนกิจถือศีลอดในเดือนนี้ว่า เป็นการทดสอบศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ ที่ได้อุทิศตนและดำรงตนให้อยู่ในหลักศาสนา ฝึกความอดทนต่ออุปสรรค และความยากลำบาก ความอดกลั้น และการทำจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ เข้มแข็ง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และมีไมตรีต่อกัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการ อยู่ร่วมกันในสังคม ส่งผลให้คนมีคุณธรรม สังคมมีคุณภาพ และประเทศชาติมีความสงบสุขอย่างยั่งยืน