องค์กร Deniz Ferneri จากตุรกีเลี้ยงละศิลอดมอบของบริจาคเด็กกำพร้าผู้ยากไร้ที่ปัตตานี

เดนิซ เฟแนรี หนึ่งในองค์กรที่ทำงานด้านการให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมจากประเทศตุรกี จัดเลี้ยงละศิลอดแก่เด็กกำพร้าและมอบของบริจาคแก่ผู้ยากไร้ในเขตพื้นที่อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี โดยใช้สโลแกน “เราจะทำงานกระทั่งเข้าถึงผู้ยากไร้คนสุดท้ายบนผืนแผ่นดิน”

ระหว่างวันที่ 19-23 มิถุนายน 2559 องค์กรเดนิซ เฟแนรี (Deniz Ferneri) จากสาธารณรัฐตุรกี ได้จัดเลี้ยงละศีลอดแก่เด็กกำพร้าและมอบของบริจาคให้แก่ผู้ยากไร้ในพื้นที่ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี โดยจัดเลี้ยงละศีลอดให้เด็กกำพร้าในทุกวันกระจายออกไปในพื้นที่ต่างๆ ของเขต อ.ปะนาเระ

คุณ Turgut Durmuş กรรมการบริหารองค์กรเดนิซ เฟแนรี และผู้รับผิดชอบหลักต่อการดำเนินกิจกรรมในพื้นที่ปาตานี (ชายแดนใต้) ขององค์กร ระบุว่า “เดนิซ เฟแนรี เป็นองค์กรที่ก่อตั้งมาแล้ว 21 ปี โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม โดยมีสโลแกนหลัก คือ “เราจะทำงานกระทั่งเข้าถึงผู้ยากไร้คนสุดท้ายบนผืนดิน” องค์กรนี้มีสาขากระจายไปทั่วทั้งประเทศตุรกี”

“องค์กรจะรับบริจาคจากในตุรกี จะมีการรับบริจาคต่างๆ อย่างเป็นระบบ มีการบันทึกข้อมูลอย่างชัดเจน แล้วองค์กรจะเป็นผู้ส่งผ่านความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ที่ต้องการทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ภัยสงคราม พื้นที่ยากไร้ หรือพื้นที่ที่เผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น เมื่อปีที่ปาตานีเผชิญภัยน้ำท่วม ก็ได้ส่งความช่วยเหลือมาให้ ขณะเดียวกัน ในช่วงการทำกุรบ่านในวันรายออีฏิ้ลอัดฮา ก็จะส่งความช่วยเหลือมา การช่วยเหลือต่างๆ เหล่านี้จะไม่แบ่งแยกศาสนา ไม่ว่าใครที่มีความต้องการ ก็จะให้ความช่วยเหลือไป”

สำหรับการมาครั้งนี้ คุณ Turgut Durmuş กล่าวว่า “ตั้งแต่ปีที่แล้ว มีการตกลงกันโดยทั่วไปว่าจะกำหนดให้วันที่ 15 รอมฎอน เป็นวันเด็กกำพร้าโลก จึงได้เริ่มกิจกรรมสำหรับเด็กกำพร้าในวันที่ 15 รอมฎอน ปีนี้เป็นปีที่สอง โดยปีนี้ ทางองค์กรได้กระจายกันไปกว่า 30 ประเทศ ที่เป็นพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือ และจัดเลี้ยงละศีลอดให้กับเด็กกำพร้า ทั้งยังแจกเสื้อผ้าสำหรับวันอีดแก่เด็กๆ ขณะเดียวกัน ยังใช้โอกาสนี้มอบอาหารแห้งแก่ผู้ยากจนด้วย”

“ในการทำกิจกรรมต่อพื้นที่ปาตานีครั้งนี้ คาดว่าจะเลี้ยงละศีลอดแก่เด็กกำพร้าจำนวน 1,000 คน เป็นอย่างน้อย และจะมอบอาหารแห้งจำนวน 300 ชุดแก่ผู้ยากไร้ ขณะเดียวกัน ครั้งนี้ก็จะมอบรถให้กับสถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งด้วย”

ขณะเดียวกัน ตอนนี้ก็ยังมีโครงการอื่นๆ ที่วางแผนเอาไว้สำหรับคนที่ต้องทำงานในการรวบรวมการบริจาคต่างๆ และพามายังพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือต่อไป

สำหรับการเลือกทำในพื้นที่ปะนาเระนั้น คุณTurgut กล่าวว่า “ในการทำงานจะมีองค์กรในพื้นที่ที่ร่วมทำงาน มีองค์กรมาจากตุรกีหลายองค์กร ซึ่งต่างก็ทำงานร่วมกับองค์กรในพื้นที่ที่มีความร่วมมือต่อกัน โดยในส่วนองค์กรเราก็มีความร่วมมือกับโรงเรียนอัลยามีอะห์อัลอิสลามียะห์ ที่ตั้งอยู่ใน อ.ปะนาเระ”

ส่วนการเลือกมาให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ปาตานีนั้น คุณ Turgut กล่าวว่า “ในหลายปีที่ผ่านมา เราได้รับรู้เรื่องราวของปาตานี ซึ่งได้เผยแพร่ในตุรกีเอง เมื่อได้ยินและรับรู้ว่ามีพี่น้องที่กำลังได้รับความเดือดร้อน จึงมาเพื่อช่วยเหลือทางมนุษยธรรมให้เท่าที่ทำได้  ด้วยความที่คนในพื้นที่ยังต้องการความช่วยเหลือ การทำงานขององค์กรต่อปาตานี จึงดำเนินมาเรื่อยๆ สำหรับตัวเองก็มาที่นี่เป็นครั้งที่ 4 แล้ว ซึ่งการมาครั้งเดียว อาจจะไม่สามารถเห็นได้ว่าความต้องการจริงๆ คืออะไร แต่เมื่อมาหลายครั้ง และได้เห็น ก็ทำให้เริ่มรู้ว่าควรช่วยเหลืออะไรบ้าง”

คุณ Turgut ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “สำหรับมุสลิมแล้ว เราต่างเป็นเสมือนร่างเดียวกัน หากมีส่วนหนึ่งของร่างกายเจ็บ เราก็จะอยู่เฉยไม่ได้”

นอกจากองค์กรเดนิซ เฟแนรี แล้ว ยังมีอีกหลายองค์กรของตุรกีที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือแก่ผู้คนในปาตานีในรอมฎอนปีนี้ อาทิตย์ก่อนหน้าองค์กรช่วยเหลือทางมนุษยธรรมที่ใหญ่ที่สุดของตุรกี อย่าง อีฮาฮา (IHH) ก็เข้ามาจัดกิจกรรมลักษณะเดียวกันนี้และยังนำเด็กกำพร้าจากพื้นที่ปาตานีจำนวน 3 คน ไปร่วมงานวันเด็กกำพร้าโลกที่จัดขึ้นในอิสตันบูล ประเทศตุรกีด้วย