สัมภาษณ์ “นายบุลญา เหละหมัน” ประธานมูลนิธิดารุลอินฟากดูแลเด็กกำพร้าและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดน

สัมภาษณ์นายบุลญา เหละหมัน ประธานบริหารเครือข่ายมูลนิธิดารุลอินฟาก เพื่อเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดูแลเด็กกำพร้าประจำ 215 คน มีเครือข่ายเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 1,148 คน และมีสาขาย่อย 10 สาขา อนาคตสร้างสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสอย่างเป็นระบบ 

ท่ามกลางเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน ทำให้มีคนเสียชีวิตประมาณ 6,000 ราย บาดเจ็บประมาณ 11,000 คน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าจะต้องมีเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสจำนวนมากในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาได้เกิดองค์กรหรือมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือมูลนิธิดารุลอินฟาก เพื่อเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งอยู่ที่โรงเรียนศาสนบำรุง ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา โดยการนำของนายบุลญา เหละหมัด ในฐานะประธานเครือข่ายมูลนิธิดารุลอินฟาก เพื่อเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสจังหวัดชายแดนภาคใต้

แรงบันดาลใจให้มาทำงานเรื่องเด็กกำพร้า

บุลญา เหละหมัน เพราะอิสลามคือศาสนาที่สมบูรณ์มีระบบครอบคลุมทุกแง่มุมของชีวิต ด้วยอิสลามเท่านั้นที่จะช่วยแก้ปัญหาสังคมได้ เยาวชนหรือวัยรุ่นที่มีปัญหาส่วนใหญ่ล้วนเกิดมาจากสาเหตุพื้นฐานทางครอบครัว ซึ่งบางคนครอบครัวอาจจะขาดพ่อหรือแม่ ในขณะที่บางครอบครัวมีพ่อแม่ครบสมบูรณ์ นี่คือความแตกต่างของครอบครัว

ครอบครัวที่เพียบพร้อมด้วยพ่อแม่จะถูกให้การเลี้ยงที่ดีต่อลูกและมีความสมบูรณ์กว่าครอบครัวที่ไร้เสาหลักของครอบครัวหรือขาดพ่อ ซึ่งจะประสบกับปัญหาทั้งในด้านการเลี้ยงดูที่ดี ความอบอุ่นในครอบครัวและสภาพจิตใจและอื่นๆ ครอบครัวที่ขาดพ่อจะถูกเรียกว่าเด็กกำพร้าซึ่งพวกเขาเป็นบุคคลที่อิสลามให้เกียรติที่มีสถานะเดียวกันกับศาสดามูฮำหมัด ที่สำคัญศาสดามูฮำหมัดได้สั่งให้ประชาชาติของท่านกระทำความดีแก่เด็กกำพร้า ดังฮะดิษบทที่ว่า “ฉันและผู้อุปการะเด็กกำพร้าจะได้อยู่ในสวรรค์เช่นนี้  ศาสดามูฮำหมัดได้ชูนิ้วชีกับนิ้วกลางขึ้น”

ดังนั้นการให้อุปาระเด็กกำพร้าไม่ใช่ว่าการให้เงินหรือสิ่งของอย่างเดียวเท่านั้น ต้องเลี้ยงดูพวกเขา ต้องพัฒนาจิตใจ ต้องมอบความรัก มอบความเมตตา มอบความเอ็นดูและใส่ใจเอาเขา พร้อมๆ กับมอบศาสนากับการศึกษาที่ดีแก่พวกเขา เพื่อให้สิ่งเหล่านั้นได้ซึมซับเข้าถึงจิตวิญญาณของเขา โดยที่เขาจะไม่รู้สึกเลยว่า ขาดพ่อคือปัญหาหรือปมด้อยชีวิตของเขา

ริเริ่มเยี่ยมเยียนเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสตั้งแต่เมื่อไหร่

บุลญา เหละหมัน - ในปี 2552 เครือข่ายผู้นำเยาวชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ริเริ่มเยี่ยมเยียนเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ต่อมาก็ขยายไปยังในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกครั้งที่ไปเยี่ยมเยียนครอบครัวเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสก็จะมอบถุงยังชีพเพื่อให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นก่อน และต่อด้วยติดต่อหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนในพื้นที่นั้นๆ ดำเนินช่วยเหลือกันต่อไป เพื่อให้เกิดการช่วยเหลือแก่ครอบครัวเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง

ต่อมาในปี 2553 ได้มีการจดทะเบียนมูลนิธิเพื่อให้เกิดช่วยเหลือเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสอย่างเป็นระบบและมีองค์กรรองรับอย่างชัดเจน ดำเนินการจดทะเบียนมูลนิธิเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2554 ได้รับทะเบียนมูลนิธิอย่างเป็นทางการ โดยมีหมายเลขทะเบียน คือ สข.9/2554  โดยได้รับสนับสุนนจากสมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน (ส.ต.ป.)

บทบาทที่สำคัญของมูลนิธิคือให้ความช่วยเหลือและอุปการะเลี้ยงดูเด็กกำพร้า เพื่อให้เติบโตเป็นเยาวชนที่มีคุณภาพต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติสืบไป

วัตถุประสงค์ในการก่อตั้งเป็นมูลนิธิ

บุลญา เหละหมัน - วัตถุประสงค์มูลนิธิคือ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการศึกษาและอุปการะในด้านความเป็นอยู่ทั่วไปให้แก่เด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาส เพื่อดำเนินการในด้านสังคมสงเคราะห์และร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณะประโยชน์ บำบัดผู้ได้รับสารเสพติด อนุรักษ์ฐานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และข้อสุดท้ายคือไม่ดำเนินการที่เกี่ยวกับการเมือง

มีเด็กกำพร้าที่ให้การอุปถัมภ์จำนวนกี่คนในปัจจุบัน

บุลญา เหละหมัน - ปัจจุบันมูลนิธิอุปถัมภ์เด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 1,148 คน เลี้ยงดูเด็กและผู้ด้อยโอกาส จำนวน 215 คน โดยเป็นการดูแลลักษณะรับผิดชอบทุกอย่างเช่น อาหารการกิน เสื้อผ้า หนังสือเรียน ค่าเล่าเรียนเป็นต้น  สำหรับเด็กกำพร้าระดับมัธยมศึกษาเรียนอยู่ที่โรงเรียนตัสดีกียะห์ ม.1 ต.ตลิ่งชัน อ.จะนะ จ.สงขลา จำนวนกี่คน 35 คน ส่วนเด็กกำพร้าระดับประถมศึกษาเรียนที่โรงเรียนสันติวิทย์ ที่หมู่ 6 ตำบลบ้านนา อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา จำนวน 180 คน

ส่วนการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษานั้น ตอนนี้ได้มีการประสานงานกับทางมหาวิทยาลัยฟาฎอนีเพื่อให้รับเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้เข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษา ส่วนมหาวิทยาลัยอื่นๆ นั้น ยังไม่ได้ติดต่อ แต่ทางมูลนิธิก็มีความยินดีหากมีมหาวิทยาลัยให้ทุนการศึกษาให้เด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้ได้เข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา ส่วนงบประมาณของมูลนิธิส่วนใหญ่ได้รับการจาการบริจาคจากประชาชนที่ติดตามกิจกรรมของมูลนิธิ

ปัจจุบันมูลนิธิมีกี่สาขาและมีกิจกรรมอะไรบ้าง

บุลญา เหละหมัน - ปัจจุบันมูลนิธิมีสาขาย่อยประมาณ  10  สาขาคือ 1.สาขาอำเภอเมือง จังหวัดยะลา 2. สาขาอำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี 3.สาขาอำเภอยะหา จังหวัดยะลา 4.สาขาตำบลจะกว๊ะ  อำเภอรามัน จังหวัดยะลา 5.สาขาอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี 6.สาขาอำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี 7.สาขาโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี 8.สาขา อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส 9.สาขาอำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส 10.สาขาอำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส

หน้าที่หลักๆ ของสาขาย่อย คือ รวบรวมข้อมูลเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสให้กับมูลนิธิ และนำเด็กจากแต่ละสาขาเข้ามาร่วมกิจกรรมประจำปีของมูลนิธิและรับทุนการศึกษาตามโควตาของมูลนิธิมอบหมายให้  

กิจกรรมหลักของมูลนิธิคือเยี่ยมเยียนครอบครัวของเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอสงขลา ตามข้อมูลของมูลนิธิที่รวบรวมเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาส ตั้งแต่ปี 2552 – 2559 ซึ่งมีรายชื่อเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสประมาณ 1,148 คน

ส่วนกิจกรรมประจำปีของมูลนิธิจะมีการจัดกิจกรรมวันเด็กประจำปีของมูลนิธิ โดยในงานจะมีการมอบทุนการศึกษาทุนละ 500 บาท ซึ่งจะมอบเด็กจำนวนเท่าไรนั้นขึ้นอยู่งบประมาณของแต่ละปีว่ามีน้อยแค่ไหน พร้อมกับมอบของขวัญคนละ 1 ชิ้น และเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้าและผู้ปกครองที่มาร่วมงาน

จัดงานรอมฎอนสัมพันธ์ในช่วงเดือนรอมฎอน มอบทุนการศึกษาแก่เด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสคนละ 500 บาทและเลี้ยงอาหารภายในงาน ส่วนเด็กที่อยู่ประจำมูลนิธิเลี้ยงอาหารละศีลอดตลอดทั้งเดือนรอมฎอน แจกเนื้อกรุบานในวันอีฏิลอัฏฮา แก่เด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาส พร้อมกับมอบทุนการศึกษาทุนละ 500 บาท

กิจกรรมนำเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสทัศน์ศึกษาเรียนรู้โลกกว้าง พาไปดูสวนสัตว์ ไปกรุงเทพมหานครเป็นต้น แต่กิจกรรมอันนี้ขึ้นอยู่งบประมาณ หากมีงบประมาณจะมีกิจกรรมอันนี้ แต่งบประมาณจำกัดจะตัดกิจกรรมอันนี้ออกไป เป้าหมายของกิจกรรมเพื่อเปิดโลกกว้างแก่เด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาส กิจกรรมจัดงานตาดีกาสัมพันธ์ประจำปีของมูลนิธิ มอบทุนการศึกษา ทุนละ 500 บาท และมอบทุนยังชีพแก่เด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาส

แผนในอนาคตจะระดมเงินเพื่อซื้อสวนยางหรือสวนปาล์มน้ำมันหรือสร้างอาคารหอพักเพื่อนำรายได้มาเลี้ยงดูเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสของมูลนิธิต่อไป เพื่อเป็นสถานที่เด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสเข้ามาอยู่อาศัยได้และได้รับการดูแลเป็นอย่างดี

กิจกรรมเดือนรอมฎอน

บุลญา เหละหมัน - เปิดรับบริจาคถุงยังชีพละศีลอดเพื่อเยี่ยมเยือนครอบครัวเด็กกำพร้าและยากไร้จังหวัดชายแดนภาคใต้ ใน 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฏอนอันประเสร็จ เพียงราคาชุดละ 300 บาท สนใจบริจาคเงินผ่านบัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขาจะนะ ประเภทบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี มูลนิธิดารุลอินฟาก เลขที่บัญชี 471-0-54504-9 -สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทรศัพท์ 08-2266-8889 การบริจาคทานของท่าน คือกำลังอันยิ่งใหญ่ที่จะทำให้ครอบครัวเด็กกำพร้ามีอาหารละศีลอด