ชาวบ้านยะลาประท้วงทหารพรานแอบพบ2สาวมุสลิม – แม่ทัพสั่งสอบพร้อมลงโทษ

ชาวบ้านแหรยะลาประท้วงทหารพรานแอบพบสาวมลายู กอ.รมน.ภาค 4 สน.รีบเคลียร์ พร้อมยอมรับและขออภัยที่มีทหารพราน 2 นายลักลอบออกจากฐานไปนัดพบ 2 สาวมุสลิมวัย 20 ปีและ 21 ปีอย่างไม่เหมาะสมในโรงเรียนตาดีกาจนถูกชาวบ้านจับได้ ระบุแม่ทัพสั่งตั้งกรรมการสอบ-ลงโทษวินัยขั้นสูง อดีตประธานเปอร์มัสชี้เป็นประเด็นอ่อนไหวบ่งบอกความไม่เข้าใจและไมให้เกียรติ พร้อมแนะแนวทางปฏิบัติ

ภาพจาก เครือข่าย SPMC 

เมื่อเวลาประมาณ 10:00 น.วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 ประชาชนได้ออกมารวมตัวกันขับไล่ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจ(ฉก.)ที่ 16 ที่บ้านบัวทอง ม.2 ต. บ้านแหร อ ธารโต จ ยะลา เนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านในเวลาประมาณ 20:00 น.ชาวบ้านได้ปิดล้อมทหารพรานโดยเชื่อว่าได้กระทำการข่มขืนผู้หญิงสาว 2 คนตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยเรียกร้อง 1.ขอให้ทหารพราน ฉก.16 บ้านบัวทองย้ายฐานออกจากหมู่บ้านภายในวันนี้ และ 2. ขอให้ทหารพราน 2 นายที่กระทำออกมาขอโทษต่อหน้าประชาชน

กระทั่งต่อมา เวลาประมาณ 16.30 น. พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวถึงกรณีดังกล่าวที่ห้องแถลงข่าว ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (ศปชส.กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานีว่า เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2559 เวลาประมาณ 20.00 น. ได้มี อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) 2 นาย สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 3301 กรมทหารพรานที่ 33 ได้ลักลอบออกจากฐานปฏิบัติการและนัดพบกับหญิงสาวชาวมุสลิมอายุประมาณ 20 ปีและ 21 ปี เพื่อพบปะพูดคุยกันในบริเวณโรงเรียนตาดีกาบ้านบัวทอง ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา และได้มีประชาชนมาพบเห็น

จากนั้นจึงได้นำเรื่องดังกล่าวไปแจ้งให้กับ ผบ.ร้อย.ทพ.3301 รับทราบว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และในวันที่ 2 กรกฎาคม 2559 ได้มีการพบปะพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจกับญาติและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยผู้พบปะพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจ ประกอบด้วย รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา, รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดยะลา (ฝ่ายทหาร), ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 33, ปลัดอาวุโสอำเภอธารโต, ผู้นำหมู่บ้าน และผู้นำศาสนาในพื้นที่ร่วมพูดคุย พร้อมกันนี้ ได้มีประชาชนในหมู่บ้านประมาณกว่า 100 คน ร่วมรับฟังการพูดคุยในครั้งนี้

ผลการพูดคุยมีข้อสรุปดังนี้

1.กอ.รมน.ภาค 4 สน.ขออภัยต่อพี่น้องประชาชนชาวมุสลิมที่กำลังพล 2 นายดังกล่าว ประพฤติตัวไม่เหมาะสม

2.ผอ.รมน.ภาค 4 มีนโยบายและสั่งการอย่างเด็ดขาด ไม่ให้กำลังพลสร้างเงื่อนไขในพื้นที่ โดย กอ.รมน.ภาค 4 สน.มีกฎเหล็ก ห้ามไม่ให้กำลังพลสร้างเงื่อนไข โดยเฉพาะเรื่องชู้สาว

3.เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว แม้ว่าจะเป็นการกระทำผิดส่วนบุคคล ซึ่งไม่เกี่ยวกับหน่วย แต่กระทบต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ผอ.รมน.ภาค 4 ได้สั่งการให้ตั้งกรรมการสอบสวนและลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุดต่อไป

พ.อ.ยุทธนาม กล่าวว่า หลังจากได้มีการพูดคุยสร้างความเข้าใจ โดยมีผู้นำหมู่บ้าน และผู้นำศาสนา ร่วมในการพูดคุยด้วยแล้ว พี่น้องประชาชนมีความเข้าใจ และพึงพอใจต่อมาตรการที่หน่วยงานได้ดำเนินการ จึงได้แยกย้ายกันกลับโดยไม่ติดใจสงสัยใดๆ อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีก แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.รมน.ภาค 4 ขอให้กำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง และไม่สร้างเงื่อนไข ในพื้นที่ต่อไป และจะไม่ปกป้องกำลังพลที่กระทำผิดอย่างเด็ดขาด

อดีตประธานสหพันธ์นิสิตฯปาตานีชี้เป็นประเด็นอ่อนไหว พร้อมแนวทางปฏิบัติ

ขณะที่นายสุไฮมี ดูละสะ อดีตประธานสหพันธ์นิสิตนักศึกษาเยาวชนนักเรียนปาตานี หรือ PerMas ได้โพสต์ลงเฟสบุ๊คของเขา แสดงความเห็นในกรณีนี้ว่า เป็นประเด็นอ่อนไหวโดยเฉพาะที่เกิดเหตุอยู่ในโรงเรียนตาดีกาซึ่งเป็นสถานศึกษาศาสนาอิสลามขั้นพื้นฐานบ่งบอกว่าทหารยังไม่เข้าใจและให้เกียรติคนในพื้นที่ พร้อมยกแนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เป็นข้อเสนอแนะด้วย โดยมีเนื้อหาดังนี้

“#‎กรณีทหารพรานแอบนัดพลอตรักกับลูกสาวชาวบ้านในโรงเรียนตาดีกา

มีสองคู่ คู่หนึ่งอยู่ในห้องน้ำ อีกคู่อยู่ในห้องละหมาดหญิงของโรงเรียน(จากการบอกเล่าของชาวบ้านที่ไปไล่จับทหารพรานที่กำลังพลอดรักกับลูกสาวชาวบ้านเมื่อคืน).......ไม่ขอลงเนื้อหาข่าวเยอะน่ะคับ เพราะทุกท่านน่าจะทราบข่าวมาแล้ว แต่ผมขอระบายอารมณ์ความเจ็บปวดรวดร้าว เหมือนโดนหยามหน้าหน่อยน่ะคับ

หากวันหนึ่งท่านมีลูกสาว แล้วลูกสาวของท่านแอบไปมีอะไรกับทหาร(อาจมีอะไรแบบโดนขืนใจหรือถูกโน้มน้าวเคล้าคลอจนมีอะไรด้วยกัน)ในห้องน้ำและห้องละหมาดของโรงเรียนศาสนา ทุกท่านจะทำอย่างไรคับ

ผมยังไม่อยากดึงประเด็นศาสนามาเกี่ยวข้องน่ะคับ แค่ประเด็นคนที่อ้างว่าจะมาดูแลความสงบและรักษาความปลอดภัยให้ชาวบ้าน แต่คนที่อ้างแบบนั้นกลับไปทำผิดประเวณีกับลูกสาวชาวบ้านเสียเอง

หากควบคุมวินัยของพลทหารไม่ได้ ก็เชิญกลับบ้านเถิดคับ (ไม่ใช่ผมคนเดียวที่เชิญกลับน่ะคับ ชาวบ้านที่นั้นด้วย)อยู่ไปก็รังแต่จะทำลายวัฒนธรรมประเพณีศาสนา(ซึ่งอ่อนไหวมากๆ)ของคนในพื้นที่เปล่าๆ

วัยรุ่นชายหญิงในหมู่บ้านบางคน หากต้องการแอบสมสูทำชั่วกันกัน พวกมันยังไม่กล้าไปมีอะไรกันในโรงเรียนตาดีกาเลยน่ะคับ มันบ่งบอกว่าทหารยังไม่เข้าใจและให้เกียรติคนในพื้นที่ปาตานีแห่งนี้เลย

ผมไม่ได้เกลียดทหารน่ะคับ เพื่อนผมที่เปนทหารตำรวจมีเยอะแยะ และผมให้เกียรติทหารชั้นผู้ใหญ่เสมอ แต่หากการบังคับบัญชาและควบคุมพลทหารล้มเหลว ก็รังแต่จะสร้างเงื่อนไขที่ไม่จบไม่สิ้น

ผมจะรอดูเหตุการณ์การตอบโต้จากอีกฝ่ายหลังจากนี้คับ ผมเชื่อว่าอีกฝ่ายที่กำลังต่อสู้กับรัฐด้วยอาวุธก็ไม่ยอมเหมือนกัน

ไม่ทราบว่า นอกจากคำขอโทษ จะมีการลงโทษทางวินัยต่อพลทหารเหล่านั้นไหมคับ ทั้งที่โดนจับได้โดยชาวบ้านอย่างเคสเมื่อคืน และ ที่แอบไปมีอะไรกันแต่ยังจับไม่ได้(อีกเยอะแยะ)บ้างไหมคับ เพื่อป้องกันพฤติกรรมเลี่ยนแบบของพลทหารคนอื่นๆ

เจ็บมากคับ เหมือนโดนเข็มนับแสนล้านมาทิ่มแทงหัวใจ เกียรติของสตรีในดินแดนสนธยาแห่งนี้ เป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ของขุนศึกต่างถิ่นเองหรือ หากวันหนึ่งผมมีลูกสาว ลูกสาวผมจะโดนเขาย่ำยีหรือเปล่าน่ะ

หากมีคนถามว่า "ถามหญิงชายคู่นั้นยังครับ ว่าเค้าพอใจหรือไม่พอใจ"...

หากระดับผู้ใหญ่พูดแบบนี้ มันบ่งบอกว่าท่านไม่เข้าใจดินแดนแห่งนี้จริงๆ น่าเศร้าใจมากคับ ผมนึกว่าท่านจะเข้าใจเข้าถึงดินแดนแห่งนี้มากกว่านี้ ทหารต้องอดทนต่ออารมณ์ใฝ่ต่ำอีกนิดหนึ่ง ถ้าชอบพอกันก็ไปสู่ขอตามประเพณี ไม่แอบมีอะไรกันในโรงเรียนศาสนา มันดูหมิ่นเหยียดหยาม เหยียบหน้าคนปาตานีชัดๆ

สุดท้ายนี้....ขอฝากให้ทหารในพื้นที่ได้ตระหนักน่ะคับ ทั้งที่ตรงๆและแอบนัดเจอตามตัวเมืองแล้วมีอะไรกันกับลูกเมียชาวบ้านได้ทบทวนน่ะคับ ......

บัญญัติ 10 ประการ" เป็นแนวทางการปฏิบัติภาคสนามของกำลังพล ดังนี้

1.ไม่ทำตัวเป็นนายประชาชน ปฏิบัติต่อเขาด้วยความสุภาพอ่อนโยน 2.ไม่เบียดเบียนประชาชน 3.ไม่ประพฤติผิดต่อลูกเมียผู้อื่น 4.ไม่ดื่มสุราในขณะปฏิบัติหน้าที่โดยเด็ดขาด 5.ไม่ลุแก่อำนาจ ละเมิดกฎหมาย ไม่กระทำการนอกเหนือหน้าที่

6.ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคายดูถูกเหยียบหยามประชาชน 7.ไม่ละเลยการช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อประชาชน 8.ไม่ละเลยคุณธรรม 9.ไม่ละเมิดประเพณี ความเชื่อทางศาสนา และสิ่งที่ประชาชนเคารพนับถือ 10.ไม่เลือกปฏิบัติต่อเชื่อชาติและเผาพันธุ์ ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์”