“มูลนิธิซะกาตฯ”วางระบบ“ซะกาตเงินเดือน” แนวทางใหม่สู่การแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้

สัมภาษณ์นายแพทย์มูหมัดดาโอะ เจะเลาะ ประธานมูลนิธิซะกาตและสาธารณกุศล ในฐานะผู้บุเบิกแนวความคิดว่าด้วยเรื่องการเก็บซะกาตเงินเดือนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามคำฟัตว่าของอูมาละห์ร่วมสมัย โดยนำรูปแบบมาจากประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซีย เพื่อแก้ปัญหาผู้ด้อยโอกาส ผู้ที่มีความยากจน และเด็กกำพร้าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

การจ่ายซะกาตถือเป็นภาคบังคับสำหรับมุสลิมทุกคน  แต่เมื่อยุคสมัยมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา คนมุสลิมส่วนหนึ่งถือว่าเงินเดือนต้องจ่ายซะกาตด้วย เพื่อสร้างความบริสุทธิ์ให้กับเงินเดือนที่รับได้ โรงเรียนนักนักชายแดนใต้(DSJ)  สัมภาษณ์นายแพทย์มูหมัดดาโอะ เจะเลาะ ประธานมูลนิธิซะกาตและสาธารณกุศล ผู้ก่อตั้งมูลนิธิซะกาตฯ เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการเก็บซะกาตเงินเดือนแก่คนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเก็บซะกาตเงินเดือน เพื่อนำไปแจกจ่ายต่อผู้ที่มีสิทธิรับเงินซะกาต ใน 8 ประเภท

แนวคิดในการตั้งมูลนิธิซะกาตและสาธารณกุศล

นายแพทย์มูหมัดดาโอะ - ต้องยอมรับว่าในตำราฟิกฮุ (นิติศาสตร์อิสลาม) ตามมัซฮับ-ชาฟีอี ไม่ได้กล่าวถึงซะกาตเงินเดือน (อัล มาลมุสตะฟาด) แต่เราปฏิเสธไม่ได้ว่าซะกาตเงินได้กล่าวไว้ในตำราฟิกฮุมัซฮับ - ฮานาฟีย์ ซึ่งถ้าเรามองในแง่ของหลักการ อิสลามกับการช่วยเหลือ และแก้ปัญหาสังคมโดยเฉพาะต่อบรรดาคนฟากีร- มิสกีน หรือผู้ด้อยโอกาส  เป็นเรื่องที่มีความจำเป็น ดังนั้นเราจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเงินเดือนของนั้นมีบทบาทสำคัญมากที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

คนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบันมีรายได้ในรูปของเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน / โบนัส เป็นต้น ซึ่งเมื่อเราเปรียบเทียบกับชาวนาที่จะต้องจ่ายซะกาตข้าวเปลือก หรือ ข้าวสารในทุกฤดูกาลเก็บเกี่ยว (ประมาณ 4 เดือน) เมื่อมีผลผลิตข้าวสารมากกว่าหรือเท่ากับ 653 กิโลกรัม ซึ่งหากคิดเป็นจำนวนเงินประมาณ 20,000 บาท ในรอบ 4 เดือน แต่เขายินดีจ่ายซะกาตโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นในอัตรา 5 – 10 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าจ่ายซะกาตเงินหรือทองคำ 2.5 เปอร์เซ็นต์  ดังนั้นหากเราได้รับเงินเดือนที่ได้มากกว่าชาวนา แต่ไม่ต้องจ่ายซะกาตเงินเดือน คิดว่ายุติธรรมหรือมีความเหมาะสมหรือเปล่า

แนวทางการดำเนินงานของมูลนิธิเป็นอย่างไร

นายแพทย์มูหมัดดาโอะ - คำชี้ขาด (ฟัตวา) ของนักวิชาการมุสลิมร่วมสมัยที่ทางมูลนิธิซะกาตฯ นำมาใช้ในการปฏิบัติ การเก็บเงินซะกาตเงินเดือน คือนักวิชาการมุสลิมร่วมสมัยได้มีการประชุมว่าด้วยซะกาตเงินเดือน(อัลมาล มุสตะฟาล) ที่ประเทศคูเวตเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2527 หรือตรงกับวันที่ 29 ระญับ ฮ.ศ.1404 ที่ประชุมเอกชนมีมติเอกฉันท์ว่าเงินเดือนต้องจ่ายซะกาตเมื่อครบนิศอบ

ตัวอย่างจากต่างประเทศ ประเทศอินโดนีเซียทั้งภาครัฐและเอกชนได้มีการหักซะกาต  อย่างเช่น องค์กรมุฮัมมาดียะฮ์ องค์กรศาสนาในประเทศอินโดนีเซีย เริ่มมีการเก็บเงินซะกาตเงินเดือนตั้งแต่ปี ค.ศ.1987 (พ.ศ.2530 ) จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้โรงพยาบาลอิสลามประเทศอินโดนีเซีย เป็นโรงพยาบาลเอกชน จำนวน 120 เตียง และมีบุคลากรจำนวน 2,500 คน ซึ่งโรงพยาบาลแห่งนี้มีการเก็บซะกาตเงินเดือนในจำนวน 2.5 เปอร์เซ็นต์ของเดือน เก็บตั้งแต่นายแพทย์ ผู้จัดการโรงพยาบาล จนถึง ผู้ทำความสะอาดและผู้รักษาความปลอดภัย(รปภ.) โดยเป้าหมายหลักเพื่อให้พนักงานทุกคนบริจาค ซึ่งโรงพยาบาลแห่งนี้มีการบริหารเป็น 2 กองทุน คือ ศอดอกอฮ์กับกองทุนซะกาต

สำหรับผู้ที่เงินเดือนไม่ถึงเกณฑ์จะจ่ายซะกาตเข้ากองทุนศอดอกอฮ์ สำหรับผู้ที่มีเงินเดือนเข้าเกณฑ์จ่ายซะกาตก็จะเข้าในกองทุนซะกาต แต่สำหรับพนักงานที่มีฐานยากจนสามารถขอรับเงินทั้ง 2 กองทุนได้ และเงินทั้ง 2 กองทุนเพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีฐานะยากจนอีกด้วย และรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย จากเดิมเก็บซะกาตจากเกษตรกรรมอย่างเดียวสามารถเก็บเงินซะกาตได้ 700 ล้านบาท ต่อปี แต่เมื่อ 10 ปี ที่ผ่านมา หันมาใช้การเก็บซะกาตเงินเดือนด้วย ซึ่งสามารถเก็บเงินซะกาตได้ประมาณ 14,000 ล้านบาทต่อปี สามารถช่วยคนที่มีฐานะยากจนและมอบทุนการศึกษาให้แก่ครอบครัวยากจนจำนวนมาก

การดำเนินการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เริ่มขึ้นเมื่อไรและมีแนวทางอย่างไร

นายแพทย์มูหมัดดาโอะ - เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่สำหรับคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งหากไปสอบถามผู้นำศาสนาในพื้นที่ก็ไม่สามารถตอบได้ในเรื่องนี้ เนื่องจากจ่ายซะกาตเงินเดือนไม่มีในมัซฮับ-ซาฟีอี แต่อย่างไรก็ตามตนพยายามไปบรรยายตามสถานที่ต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจที่เกี่ยวกับการเก็บซะกาตเงินเดือน โดยเฉพาะสำหรับบุคคลที่ทำงานข้าราชการหรือพนักงานบริษัท  

ด้วยเหตุดังกล่าว ผมและสมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย สมาคมจันทร์เสี้ยวการแพทย์และสาธารณสุข ชมรนครูมุสลิมจังหวัดยะลา ชมรมข้าราชการมุสลิมจังหวัดยะลา รัฐวิสาหกิจมุสลิม และนักธุรกิจมุสลิมจึงมีการก่อตั้งมูลนิธิซะกาตฯ ขึ้น เมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเข้าใจจ่ายซะกาตเงินเดือนและเก็บเงินซะกาตเงินเดือนสำหรับผู้ที่กินเงินเดือน เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ที่มีสิทธิรับเงินซะกาต 8 ประเภทข้างต้น

นับตั้งแต่มิถุนายน 2558 – 2559 มูลนิธิซะกาตฯ สามารถเก็บเงินซะกาตเงินเดือนได้ จำนวน 751,053 บาท โดยมีการแจกจ่ายแก่คน 1.ฟากีรและมีสกีน (ยากจน) จำนวน 375,526 บาท 2.มุสลิมใหม่ จำนวน 93,881 บาท 3.สำหรับบริหารจัดการซะกาต จำนวน 92,881 บาท 4.คนที่มีหนี้สิน จำนวน 56,391 บาท 5.ในหนทางของอัลลอฮ จำนวน 75,188 บาท 6.คนพลัดถิ่น จำนวน 56,391 บาท

เป้าหมายองค์กรมูลนิธิซะกาตและการสาธารณกุศล

นายแพทย์มูหมัดดาโอะ - วิสัยทัศน์ (Vision) องค์กรเพื่อมุ่งสู่การเก็บซะกาตที่มีคุณภาพ ที่มีระบบ บริหารจัดการอย่างมืออาชีพ เป็นที่ยอมรับของสังคม ส่วนพันธ์กิจ (Mission) 1.ดำเนินการจัดการเก็บซะกาตอย่างเป็นระบบ 2.สำรวจและจัดทำข้อมูลผู้ยากไร้ (ฟากีร , มิสกีน) และผู้ด้อยโอกาส

สำหรับวัตถุประสงค์ 1.เพื่อจัดเก็บซะกาตและซอดาเกาะ(บริจาคทาน) ตามความสมัครใจ เพื่อแจกจ่ายตามประเภทของผู้ที่มีสิทธิรับซะกาต 2.เพื่อเป็นเครือข่ายองค์กรสาธารณกุศล ในการระดมความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 3.เพื่อความช่วยเหลือเหลือมล้ำในสังคมและเสริมสร้างวัฒนธรรมแห่งการแบ่งปัน นำพาสังคมสู่สันติสุข

รายชื่อคณะกรรมการการดำเนินการ 2558 – 2561   ดังนี้ 1.นายแพทย์มูหมัดดาโอ๊ะ เจะเลาะ 2.นายสมาน หงะหนอ 3.นายมูรซีดี กาลอ 4.นายอันวาร์ อูเซ็ง 5.นายวิบูลย์ คลายนา 6.นายอุสมาน เบ็ญอับดุลเลาะ 7.นายเศรษฐ มูดอ 8.นายอาหะมะ สาลัง 9.นายสุวรรณ อุมาสะ 10.นายอัสมัน วันสะรี 11.นายรุสลัน เสมอภพ 12.นายไฟศอล อาแซ 13.นายซอและ เกปัน 14.นายซาคริต ดิษฐานนท์ 15.นายอิลฟาน ตอแลมา 

ท่านสามารถจ่ายซะกาตหรือบริจาค โดยตรงได้ที่สำนักงานมูลนิธิซะกาตและสาธาณระกุศล 63/ 1 ถ.สิโรรถ 6 ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา หมายเลขโทรศัพท์ 081-904-7916 และ 086-968-2484 หรือโอนผ่านทางบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี มูลนิธิบัยตุลมาลยะลา หมายเลขบัญชี 932-0-74714-8 และ ธนาคารอิสลาม ชื่อบัญชี มูลนิธิซะกาตและสาธารณกุศล หมายเลขบัญชี 051-1-14932-6

หลักฐาน  ต้องจ่ายซะกาตเงินเดือน จากอัล-กรุอาน

1.อัลลอฮ (ซบ.)ได้ทรงตรัสในซูเราห์ อัต-เตาบะฮ (9) อายะฮ์ที่ 103 ความว่า “ (มูฮัมหมัด)   เจ้าจงเอาส่วนหนึ่งจากทรัพย์สมบัติของพวกเจ้าเป็นทาน เพื่อกำไรให้พวกเขาบริสุทธิ์และล้างมลทินของพวกเขาด้วยส่วนที่เป็นทาน และเจ้าจงขอพรให้แก่พวกเขาเถิด และแท้จริงการขอพรของพวกเจ้านั้นทำให้เกิดความสุขใจแก่พวกเขาและอัลลอฮนั้นเป็นผู้ทรงได้ยินและผู้ทรงรอบรู้ ”

2.ซูเราะห์ อัล-บะเกาะเราะห์ (2) อายะห์ที่ 267 ความว่า “ อุปมาบรรดาผู้ที่บริจาคทรัพย์ของพวกเขาในหนทางของอัลลอฮนั้น ประหนึ่งเมล็ดพืช เมล็ดหนึ่งที่งอกขึ้นเป็นเจ็ดรวง ซึ่งในแต่ละรวงนั้นมีร้อยเมล็ด และอัลลอฮเป็นผู้ทรงกว้างขวางทรงรอบรู้ ”

3.ซุเราะฮ์อิบรอฮีม (14) อายะห์ที่ 7 ความว่า “และจงระลึกขณะที่พระเจ้าของพวกเจ้าได้ประกาศว่า หากพวกเจ้าขอบคุณ ช้าก็เพิ่มพูนให้แก่เจ้า และพวกเจ้าเนรคุณ แท้จริงการลงโทษของช้านั้นสาหัสยิ่ง ”

ฮิกมะฮ (วิทยาปัญญา) ของการจ่ายซะกาต 1.สัญลักษณ์ของผู้ที่รู้จัดขอบคุณอัลลอฮ (ซุโกร) 2.ทำให้ทรัพย์สินนั้นสะอาดจากกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น 3.เป็นการช่วยเหลือพี่น้องมุสลิมที่มีฐานะยากจนหรือด้อยโอกาส 4.ขัดเกลาจิตใจให้สะอาดจากความขี้เหนียว(บาคีล) 4.ทรัพย์ที่มีอยู่จะมีบารอกะฮ์และเพิ่มพูน