สรุปเหตุสำคัญในชายแดนใต้/ปาตานี ในวิกฤต 10 วันสุดท้ายรอมฎอน สู่ความชื่นมื่นในวันอีดิ้ลฟิตรี

สรุปเหตุการณ์สำคัญในชายแดนใต้/ปาตานี 10 วันสุดท้ายรอมฎอน จากสถาการณ์วิกฤตสู่ความชื่นมื่นในวันอีดิ้ลฟิตรี เริ่มจากกรณีชาวบ้านฮือไล่ทหารพรานชู้สาวธารโต ปะทะที่รือเสาะดับ 2 วางบึ้มทางรถไฟและระเบิดหน้ามัสยิดกลางปัตตานี ทหารปลอดป้าย PerMas พ่นข้อความ “PATANI BERDIKA” ประธานมาราปาตานีออกคลิปเรียกร้องร่วมสร้างสันติภาพ ยิงเจ้าของร้านชำวางบึ้มซ้ำ ยิงเอ็ม 79 หน้ามัสยิดบันนังสตา ยึดอาวุธปืนซุกมัสยิดที่ระแงะ กอ.รมน.ภาค 4 ชี้ผู้ก่อเหตุเป็นพวกนอกศาสนา คลิปตัวแทนบีอาร์เอ็นยืนยันสู้เพื่อเอกราช คาร์บอมบ์ด่านตรวจเกาะหม้อแกง

ในห้วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนในพื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานีทุกปี มักเกิดเหตุรุนแรงถี่และหนักมาก ซึ่งในช่วง 10 ของปีนี้ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะจากสถิติเมื่อเทียบในช่วง 10 วันแรกของเดือนรอมฎอนปีนี้ มี 15 เหตุการณ์ มีคนตาย 5 ราย บาดเจ็บ 24 ราย ส่วนช่วง 10 วันที่สอง มี 19 เหตุการณ์ มีคนตาย 5 ราย บาดเจ็บ 11 ราย และช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนปีนี้(ปีนี้มี9วัน)มีถึง 28 เหตุการณ์ มีคนตายสูงถึง 22 ราย บาดเจ็บ 26 ราย

หากแยกเป็นรายจังหวัด พบว่า จ.ปัตตานีมีการก่อเหตุและผู้ได้รับบาดเจ็บสูงสุด 25 เหตุการณ์ ได้รับบาดเจ็บ 33 ราย ส่วน จ.นราธิวาส มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือ 14 ราย และ จ.ยะลา มี 9 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 8 รายและบาดเจ็บ 9 ราย

สถิติดังกล่าว มาจากการรวบรวมของคณะทำงานฐานข้อมูลเหตุการณ์ชายแดนภาคใต้ (DSID), ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.)วิทยาเขตปัตตานี และสรุปเหตุการณ์ประจำวันของศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และข้อมูลจากการรายงานข่าวของสื่อมวลชน

โดยมีที่มาจากบทความเรื่อง สถานการณ์ห้วงรอมฎอนปีที่ 13 ภายใต้เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ และ สรุปสถิติเหตุการณ์ความไม่สงบในช่วงเดือนรอมฎอน ฮ.ศ.1437 ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2559 - 6 กรกฎาคม 2559

นับได้ว่า 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฏอนปีนี้ถือเป็นช่วงวิกฤติสำคัญช่วงหนึ่งของพื้นที่ ก่อนที่สถานการณ์จะเข้าสู่บรรยากาศความชื่นมื่นของพี่น้องมุสลิมที่ได้ร่วมเฉลิมฉลองการสิ้นสุดการถือศีลอด การให้อภัยซึ่งกันและกันในวันอีดิ้ลฟิตรีประจำปี 1437 หรือวันที่ 1 เดือนเซาวาล ซึ่งตรงกับวันที่ 6 กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามหากลองไล่เรียงเหตุการณ์สำคัญๆ ในช่วง 10 วันสุดท้ายดังกล่าว ไม่ได้มีแค่เหตุการณ์ความรุนแรงอย่างการลอบวางระเบิดหรือเหตุลอบยิงเท่านั้น แต่ยังมีเหตุการณ์อื่นๆที่อาจมีนัยยะหรือเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ด้วยเช่นกัน โดยสรุปดังนี้

ชาวบ้านฮือทหารพรานชู้สาวธารโต

2 กรกฎาคม 2559 เวลาประมาณ 10:00 น.ชาวบ้านรวมตัวขับไล่ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจ (ฉก.)ที่ 16 ที่บ้านบัวทอง ม.2 ต. บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา หลังจากเมื่อคืนวันที่ 1 กรกฎาคมเวลาประมาณ 20.00 น.ชาวบ้านได้ปิดล้อมทหารพราน 2 นาย โดยเชื่อว่ามีพฤติกรรมชู้สาวกับผู้หญิงสาวมุสลิม 2 คน โดยเรียกร้องให้ ฉก.16 ย้ายฐานออกจากหมู่บ้านภายในวันนี้ และขอให้ทหารพราน 2 นายดังกล่าวออกมาขอโทษ

กระทั่งต่อมา ช่วงเย็นวันเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ได้พบปะพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจกับญาติและประชาชนในพื้นที่ได้ข้อสรุปดังนี้ ทาง กอ.รมน.ภาค 4 สน.ขออภัยที่กำลังพล 2 นายดังกล่าวประพฤติตัวไม่เหมาะสม และ ผอ.รมน.ภาค 4 ได้สั่งการให้ตั้งกรรมการสอบสวนและลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุด

ปะทะรือเสาะดับ 2

2 กรกฎาคม 2559 เวลา 09.30 น. เจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมตรวจค้นบริเวณบ้านอูยิ ม.4 ต.ลาโละ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้ปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 นาย ส่วนผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย และยังตรวจพบอาวุธปืน M-16 ของร้อย.ร.15121 ถูกแย่งชิงเมื่อ 19 มกราคม 2554 จำนวน 1 กระบอก พร้อมซองกระสุน อาวุธปืน AK-47 จำนวน 1 กระบอกและปืนพกยี่ห้อนอริงโก้ ขนาด 9 มม. 1 กระบอก

3 กรกฎาคม 2559 เวลา 01.00 น. เกิดเหตุระเบิดที่สะพานข้ามคลอง บ้านบือซู ม.6 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา ทำให้นายมาหามะยูดิง ปูเต๊ะ และนายอาสสุวัน ยูโซ๊ะ เสียชีวิตขณะขี่รถจักรยานยนต์ออกจากมัสยิดเพื่อกลับบ้าน โดยทั้งสองเป็นทีมงานของนายดอเลาะ เซ็งมะสู หรือผู้ใหญ่เลาะ ตะโล๊ะเว ที่เคยปฏิบัติการร่วมกับ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีต ผกก.สภ.บันนังสตา

ทหารปลอดป้าย PerMas

3 กรกฎาคม 2559 เวลาเช้า เจ้าหน้าที่ทหารได้ทำการปลดป้ายไวนิลรณรงค์คำว่า Self Determination ของสหพันธ์นิสิตนักศึกษาเยาวชนนักเรียนปาตานี หรือ PerMas ที่แขวนไว้ที่ด้านหน้ามัสยิดบ้านท่าด่าน ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี โดยระบุว่ามีข้อความที่ผิดกฎหมาย

วางระเบิดทางรถไฟรือเสาะ-หน้ามัสยิดกลางปัตตานี

3 กรกฎาคม 2559 เวลา 14.30 น.เกิดเหตุลอบวางระเบิดรางรถไฟระหว่างสถานีบาลอ-รือเสาะ จ.นราธิวาส ทำให้รางรถไฟเสียหายไม่สามารถใช้การได้ ส่งผลให้ประชาชนโดยเฉพาะชาวมุสลิมไม่สามารถใช้เดินทางกลับหรือสัญจรเพื่อร่วมวันฮารีรายอด้วยรถไฟได้

3 กรกฎาคม 2559 เวลา 19.00 น.เกิดเหตุลอบวางระเบิดหน้ามัสยิดกลางปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี ทำให้ตำรวจจราจรเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 2 รายและชาวบ้านบาดเจ็บอีก 1 ราย เหตุเกิดขณะตำรวจจราจรสถานีตำรวจภูธรปัตตานีกำลังปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกให้พี่น้องมุสลิมที่มาประกอบศาสนกิจที่มัสยิดกลางปัตตานี

4 กรกฎาคม 2559 เวลา 11.00 น.นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานีได้นำละหมาดฮายัตที่มัสยิดกลางปัตตานี เพื่อขอให้อัลลอฮประทานความสงบสุขในพื้นที่ อันเนื่องมาจากเหตุลอบวางระเบิดตำรวจจราจรที่หน้ามัสยิดกลางปัตตานี

พ่นข้อความ “PATANI BERDIKA”

4 กรกฎาคม 2559 เกิดเหตุพ่นสีบนถนนและบนแผ่นป้ายจราจร ข้อความ “PATANI BERDIKA” ในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี 17 จุด ได้แก่ 1.บนถนนสามแยกคลองหิน ม.2 ต.ปากล่อ 1 จุด 2.บนถนนสายโคกโพธิ์-ทรายขาว ม.4 ต.ป่าบอน 2 จุด 3.บนถนนสายบ้านดอนเค็ด-บ้านนาค้อ ม.2 ต.ป่าบอน 2 จุด 4.บนถนนสาย 409 ม.4 ต.ทุ่งพลา 1 จุด 5.บนป้ายจราจรและบนถนนสายบ้านบางโกระ-บ้านประดู่ ม.3 ต.ท่าเรือ รวม 8 จุด 6.บนถนนพื้นที่ ม.10 ต.โคกโพธิ์ 2 จุด 7.บนถนนเลียบคลองชลประทาน สายบ้านบางโกระ-บ้านมะกรูด ม.4 ต.บางโกระ 1 จุด

อย่างไรก็ตามคำว่า PATANI หมายถึงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และบางส่วนของ จ.สงขลา แต่BERDIKA เป็นคำที่ไม่มีความหมาย ซึ่งเป็นไปได้ว่าผู้ก่อเหตุอาจต้องการเขียนคำว่า MERDEKA ที่แปลเอกราชหรือคำว่า BERDIKARI ที่แปลว่าพึ่งตนเอง

ประธานมาราปาตานีเรียกร้องสร้างการเปลี่ยนแปลงสู่สันติภาพ

4 กรกฎาคม 2559 เวลา 10.30 น.นายอาวัง ญาบะ ประธานกลุ่มมาราปาตานี (MARA PATANI) ได้ออกคลิปเผยแพร่ผ่านหน้าเพจเฟซบุ๊ก Mara Patani – OfficialPage โดยกล่าวอวยพรเนื่องในวันอีดิ้ลฟิตรีประจำปี 1437 และเรียกร้องให้คนมลายูสร้างการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงสู่สิ่งที่ดีขึ้น ที่สำคัญคือต้องปรับปรุงจากสถานการณ์ความไม่สงบไปสู่สันติภาพ

ยิงเจ้าของร้านชำตากใบ-วางบึ้มซ้ำ

4 กรกฎาคม 2559 เวลาประมาณเที่ยง เกิดเหตุคนร้ายลอบยิงนางมัลลิกา อุ่นภา ได้รีบบาดเจ็บ และยิงนางฉวี แก้วมัง เสียชีวิต ซึ่งนางฉวีเป็นมารดาของ ส.ต.อ.ธีรงค์ แก้วมัง เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด(EOD) นราธิวาส เหตุเกิดที่ร้านขายของชำไม่มีเลข 2 ห้องที่ริมถนนสายตากใบ-นราธิวาส ม.5 ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหารเข้าตรวจสอบ คนร้ายได้กดชนวนระเบิดซ้ำเป็นเหตุให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 นาย คือ พ.ต.ท.วีรยุทธ ตาสีพัน และ ร.ต.ท.การียา ตีมง แรงระเบิดทำให้ร้านค้าได้รับความเสียหาย

ยิงเอ็ม 79 หน้ามัสยิดบันนังสตาชาวบ้านตายเจ็บ

4 กรกฎาคม 2559 เวลา 20.00 น.คนร้ายยิงเอ็ม 79 ตกลงบนถนนใกล้หน้ามัสยิด อ.บันนังสตา ทำให้ชาวบ้านเสียชีวิต 1 รายชื่อนายอับดุลเราะแม โต๊ะตาหยง อายุ 65 ปี และบาดเจ็บ 2 รายชื่อ ด.ช.ไฟซอล ซาคอ อายุ 11 ปี และนายซอลาฮุดดีน ซาคอ อายุ 20 ปี ในขณะที่กำลังปฏิบัติศาสนกิจช่วงละศีลอด แต่เจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะประสงค์ยิงสถานีตำรวจภูธรบันนังสตาแต่กระสุนกระทบสายไฟหรือกิ่งไม้แล้วตกลงบริเวณถนนด้านหน้ามัสยิด ต่อเวลาประมาณ 20.15 น.เกิดเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงเผาเสาส่งสัญญาณโทรศัพย์มือถือ และวางเพลิงเผายางรถยนต์บนเส้นทางสาย 418 ยะลา-ท่าสาป อ.เมืองยะลาด้วย

ยึดอาวุธปืนซุกบริเวณมัสยิดที่ระแงะ

5 กรกฎาคม 2559 เวลา 01.30 น. ฉก.ทพ.45ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณมัสยิดบ้านบาโงแยะ ม.2 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส พบอาวุธปืน M16A1 จำนวน 1 กระบอก ตรวจสอบพบว่าเคยใช้ก่อเหตุระเบิดและยิงซ้ำเจ้าหน้าที่ชุดครูฝึกเยาวชนโครงการใต้สันติสุขเสียชีวิต 7นาย เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2550 ในพื้นที่ ม.4 ต.บองอ อ. ระแงะ จ.นราธิวาส และยังพบซองกระสุนขนาด 30 นัด กระสุนปืนขนาด 5.56 มม. เสื้อลายพรางทหาร โดยในระหว่างการตรวจค้นได้เชิญอิหม่ามประจำมัสยิดมาเป็นพยานด้วย แต่เชื่อว่าผู้นำศาสนาไม่ทราบเรื่อง เพราะเป็นการลักลอบนำมาซุกซ่อนเพื่อเตรียมก่อเหตุ

กอ.รมน.ภาค 4 ชี้ผู้ก่อเหตุเป็นพวกนอกศาสนา

5 กรกฎาคม 2559 เวลา 10.00 น. พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้ชี้แจงสรุปเหตุการณ์และผลการปฏิบัติที่สำคัญๆในห้วง 27 มิถุนายน – 4 กรกฎาคม 2559ว่า เหตุรุนแรงหลายครั้งส่งผลเสียหายต่อภาพรวมของพื้นที่และประชาชนส่วนใหญ่ โดยชี้แจงว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงยังคงใช้ความพยายามในการสร้างสถานการณ์ในห้วงถือศีลอด ถือเป็นพฤติกรรมสุดโต่งที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยากจน เป็นการทำลายและขัดขวางการดำเนินกิจกรรมทางศาสนาของพี่น้องมุสลิมจึงถือเป็นพวกนอกศาสนาที่จะต้องถูกลงโทษจากอัลลอฮและไม่มีโอกาสได้สัมผัสแม้แต่กลิ่นของสวรรค์

คลิปตัวแทนบีอาร์เอ็นยืนยันสู้เพื่อเอกราช

5 กรกฎาคม 2559 นายอับดุลการีม กาหลิบ ได้เผยแพร่คลิปคำกล่าวอวยพรเนื่องในวันอีดิ้ลฟิตรีประจำปี 1437 เช่นกัน โดยระบุในคลิปว่า เขาเป็นทีมงานของตัวแทนขบวนการบีอาร์เอ็น โดยยืนยันว่าการต่อสู้ของบีอาร์เอ็นคือเพื่อเอกราช เรียกร้องให้คนมลายูเชื่อมั่นและร่วมต่อสู้ตามแนวทางนี้ต่อไป

คาร์บอมบ์ด่านตรวจเกาะหม้อแกง

5 กรกฎาคม 2559 เวลาประมาณ 11.00 น.เกิดเหตุคาร์บอมบ์ที่ด่านตรวจเกาะหม้อแกง (ฝั่งขาขึ้นหาดใหญ่) ม.6 ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ทำให้ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย ชื่อ ส.ต.ท.ธานี แสงสุวรรณ์ และบาดเจ็บ 2 นาย คือ 1.ส.ต.ท.ณัฐพล ชูหนู 2.ส.ต.ท.อภิชาติ แดงอ่ำ

อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง

สถานการณ์ห้วงรอมฎอนปีที่ 13 ภายใต้เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

สรุปสถิติเหตุการณ์ความไม่สงบในช่วงเดือนรอมฎอน ฮ.ศ.1437 ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2559 - 6 กรกฎาคม 2559

ประมวลภาพบรรยากาศมุสลิมชายแดนใต้ประกอบพิธีละหมาดเนื่องในวันฮารีรายออิดิ้ลฟิตรี ประจำฮิจเราะห์ศักราช 1437