เสียงนักศึกษามุสลิมต่างแดน (2) นักศึกษาคือจิ๊กซอว์และพลังสร้างสรรค์ในกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้

นานาทัศนะนักศึกษามุสลิมไทยในต่างแดนตอนที่ 2 มุมมองจากตุรกี กาตาร์ จอร์แดน และซาอุดีอาระเบีย ชี้การเรียนต่างประเทศสามารถเปิดประสบการณ์ในการใช้ชีวิต รัฐไม่ควรตั้งต้นด้วยความหวาดระแวงนักศึกษาในต่างแดน เพราะนักศึกษาอาจเป็นส่วนหนึ่งของจิ๊กซอว์ในการหนุนเสริมสันติภาพเชิงบวกในพื้นที่ชายแดนใต้ได้ ที่สำคัญควรจัดสัมมนาเกี่ยวกับปัญหาชายแดนใต้ในประเทศต่างๆ และรัฐควร เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา จริงๆ อีกทั้งรัฐไม่ควรมีอคติต่อเยาวชนศาสนาใดศาสนาหนึ่ง

ยาสมิน ซัตตาร์ : การเรียนต่างประเทศสามารถเปิดประสบการณ์ในการใช้ชีวิต

น.ส.ยาสมิน ซัตตาร์ นักศึกษาปริญญาเอก สาขารัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สถาบันสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอิสตันบูล ประเทศตุรกี ภูมิลำเนาเดิมอยู่ อ.เมือง จ.ปัตตานี กล่าวว่า การเรียนต่างประเทศสามารถเปิดประสบการณ์ในการใช้ชีวิต ตลอดจนเห็นมุมมองในสาขาวิชาต่างๆ ที่เรียนที่ต่างออกไปจากในประเทศ

เหตุผลหนึ่งที่เลือกไปศึกษาในประเทศทางเลือกไม่ว่าจะเป็นประเทศอินเดียในสมัยปริญญาโทและตุรกีในปัจจุบัน ก็เนื่องจากเห็นว่ามีองค์ความรู้ดีๆ ที่จะสามารถนำกลับมาถ่ายทอดและพัฒนาสังคมได้ต่อไป นอกจากนั้นแล้วการเรียนในต่างประเทศหลายครั้งก็ทำให้เห็นถึงความหลากหลายของความคิดที่มีบนโลก มีพื้นที่สำหรับการถกเถียง แลกเปลี่ยน เรียนรู้ระหว่างกัน จนส่งผลให้เราไม่ปิดโลกไว้เพียงแง่มุมเดียว

น.ส.ยาสมิน กล่าวต่อว่า วิธีการเรียนการสอนในต่างประเทศก็ยังมีความต่าง ที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้ที่จะคิดและตั้งคำถามมากขึ้น เห็นถึงแหล่งอ้างอิงข้อมูลที่กว้างขึ้น ยิ่งไปเรียนในประเทศที่ต้องใช้ภาษาที่สามที่นอกเหนือจากภาษาอังกฤษแล้ว ก็จะทำให้ขอบเขตของข้อมูลที่จะค้นคว้ากว้างออกไปอีก แต่การเรียนในประเทศเองก็มีความน่าสนใจไม่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้โอกาสในช่วงเวลาที่กำลังศึกษาอย่างไรมากกว่า

น.ส.ยาสมิน เสริมอีกว่า สำหรับในประเทศตุรกี นักศึกษาไทยจะรวมตัวกันทำกิจกรรมผ่านสมาคมนักศึกษาไทยในตุรกี ซึ่งมีกิจกรรมตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะในตุรกีหรือในสังคมไทยเอง นอกจากนั้นก็จะเข้าร่วมในกิจกรรมนักศึกษาต่างชาติที่องค์กรต่างๆ ในตุรกีจัดขึ้นบ่อยครั้ง ขณะเดียวกันสถานทูตไทยในตุรกีก็มีการจัดกิจกรรมและติดตามดูแลนักศึกษาอย่างสม่ำเสมอ

รัฐไม่ควรตั้งต้นด้วยความหวาดระแวงนักศึกษาต่างแดน

น.ส.ยาสมิน กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าในแง่หนึ่งที่ผ่านมา นักศึกษาไทยมุสลิมในต่างประเทศได้รับการดูแลผ่านสถานทูตไทยประจำประเทศในระดับที่ดีอยู่แล้ว แต่ภายหลังจากมีเหตุการณ์ความไม่สงบในชายแดนใต้ อาจส่งผลให้เกิดความหวาดระแวงจากรัฐบ้าง ในจุดนี้ จึงมีความเห็นว่าแม้จะมีความหวาดระแวงหรือมีข้อมูลที่อาจน่าเชื่อถือจากรัฐเองก็ตาม ก็ไม่ควรจะเปิดเผยข้อมูลลักษณะคลุมเครือออกมาสู่สังคม เพราะท้ายสุดแม้จะระบุออกมาว่ามีจำนวนน้อยของนักศึกษามุสลิมที่เห็นต่างและมีแนวโน้มสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดน ก็อาจทำให้เกิดความหวาดระแวงจากสังคมไทยโดยรวมได้

การปฏิบัติของรัฐไม่ควรตั้งต้นด้วยความหวาดระแวง เพราะหลายครั้งเมื่อความหวาดระแวงและการตอกย้ำถึงความต่างของนักศึกษามุสลิมไทยในต่างแดน โดยเฉพาะจากชายแดนใต้แล้ว ก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกที่เด็กเองจะรู้สึกถึง “ความเป็นอื่น” ในตัวตนของตัวเองจะมีมากขึ้น

นักศึกษาเป็นจิ๊กซอว์ในการหนุนเสริมสันติภาพเชิงบวก

น.ส.ยาสมิน ย้ำว่า หลายครั้งที่ความหวาดระแวงก็มักเป็นต้นเหตุสู่ความขัดแย้งที่แท้จริง ฉะนั้นแล้ว รัฐอาจต้องลดความหวาดระแวงและปฏิบัติต่อนักศึกษามุสลิมในต่างแดนเฉกเช่นเดียวกับนักศึกษาไทยทั่วไป เพียงแต่อยู่บนฐานของการยอมรับว่ามีความต่างในแง่การปฏิบัติตามความเชื่อศาสนาและวิถีวัฒนธรรมบางประการ ในส่วนนี้ การลดช่องว่างของการผลักให้เป็นอื่นและยอมรับในความต่างเป็นสิ่งสำคัญ

ท้ายสุดแล้ว นักศึกษาไทยที่ไปศึกษาต่างแดนจำนวนมากก็มีเป้าหมายไม่ต่างจากนักศึกษาทั่วไปที่ต้องการพัฒนาตนเองและนำเอาความรู้กลับไปพัฒนาสังคมชุมชนต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าเป้าหมายเพื่อการศึกษาและการขับเคลื่อนแบบสันติวิธีของนักศึกษา ก็อาจจะเป็นอีกส่วนหนึ่งในภาพรวมจิ๊กซอว์ของสังคมชายแดนใต้ในการหนุนเสริมและผลักดันต่อการสร้างสันติภาพเชิงบวกในสังคม หากสามารถดึงพลังของกลุ่มนี้ออกมาใช้อย่างสร้างสรรค์ต่อสังคมชายแดนใต้/ปาตานี

ฟัยซอล ปูเต๊ะ : ควรจัดสัมมนาเกี่ยวกับปัญหาชายแดนใต้ในประเทศต่างๆ

นายฟัยซอล ปูเต๊ะ นักศึกษา คณะกฎหมายอิสลาม มหาลัยกาตาร์ ประเทศกาตาร์ ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส กล่าวว่า ที่นี่มีนักศึกษาไทย 18 คน ส่วนใหญ่จะมาเรียนในระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย

กลุ่มนักศึกษาไทยที่นี้ไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมร่วมกันเท่าไร เพราะปริมาณคนน้อย แต่การทำกิจกรรมที่มักจะเข้าร่วมทำกิจกรรมกับสถานทูตไทย อาทิ กิจกรรมวัฒนธรรมไทย นำเสนอสถานที่ท่องเทียว อาหารไทย และอีกมากมาย

นายฟัยซอล กล่าวต่อว่า ตนมาเรียนที่นี้ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา โดยการผลักดันจากบิดา ซึ่งคิดว่ามีความแตกต่างกับการศึกษาในประเทศไทยอยู่พอสมควร เช่น หลักสูตรการเรียนการสอน คณะอาจารย์ทีมีประสบการณ์สูง และที่สำคัญการเรียนนอกประเทศจะได้ภาษาต้นแบบ ได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ และประสบการณ์ที่การเรียนในประเทศให้ไม่ได้ หรือการได้เพื่อนใหม่จากทั่วโลก เป็นต้น

นายฟัยซอล กล่าวอีกว่า หลังจากจบการศึกษาแล้ว ตนต้องการช่วยเหลือพี่น้องของเรา ไม่ว่าในรูปแบบใด ทั้งในประเทศหรือต่างประเทศก็ตาม

นายฟัยซอล กล่าวทิ้งท้ายว่า ในส่วนประเด็นปัญหาชายแดนใต้ ตนคิดว่ารัฐบาลควรจัดสัมมนาเกี่ยวกับเหตุการณ์ในภาคใต้ในแต่ละประเทศที่มีนักศึกษามุสลิมอยู่ และรัฐบาลควรตระหนักได้แล้วว่านักศึกษามุสลิมในยุคสมัยใหม่ที่เรียนนอกประเทศนั้น ไม่มีความคิดหรือแนวคิดแบ่งแยกดินแดน

สาอูดีน สมาแห : ต้องการเรียนในประเทศที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์อิสลาม

นายสาอูดีน สมาแห นักศึกษาปริญญาเอก ชั้นปีที่ 5 คณะหลักการศาสนา สาขาวิชาอรรถาธิบาย อัลกุรอ่าน มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์อิสลามนานาชาติ ประเทศจอร์แดน ภูมิลำเนาเดิมอยู่ ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี กล่าวว่า เหตุผลที่เลือกเรียนต่างประเทศนั้นมีหลายประการด้วยกัน อาทิ ตนมีความตั้งใจว่าจะต้องไปศึกษาภาษาอาราบิกกับเจ้าของภาษา และต้องการไปศึกษาในประเทศที่ธรรมนูญแห่งชีวิตนั่นก็คือพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่านถูกประทานลงมา (ประเทศซาอุดิอาราเบีย) แต่เมื่อไม่มีโอกาสดังที่หวังไว้ก็พยายามหาประเทศที่มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์อิสลามให้มากที่สุด

นายสาอูดีน กล่าวต่อว่า ความแตกต่างระหว่างการเรียนในประเทศกับต่างประเทศคือ หากเรียนต่างประเทศทุกอย่างเป็นสิ่งใหม่ต้องเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ ทั้งระบบการศึกษา วิถีความเป็นอยู่ของประเทศนั้นๆ คณาจารย์ผู้สอนที่แปลกตา ภาษาที่ไม่คุ้นเคยต้องมาปรับพื้นฐานทางภาษา ส่วนการเรียนในประเทศไม่ต้องเดินทางไกล ไม่ต้องจากพ่อแม่ครอบครัว ไม่ต้องกังวลกับการใช้ชีวิตและการปรับภาษา

แต่หากจะมองว่าไม่ต่างกันก็สามารถมองได้โดยมองจากองค์ความรู้และพื้นฐานของสถาบันการศึกษาว่าเป็นสถานที่สำหรับเก็บเกี่ยวความรู้ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศต่างก็มีสิ่งดีๆ ซึ่งทุกสถาบันมีเป้าหมายเดียวกันคือสร้างบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ เพื่อให้มีชีวิตที่ดี สามารถพัฒนาประเทศชาติต่อไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดนั้นเป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์สำหรับการให้ได้มาซึ่งความรู้

หากแต่สิ่งที่สำคัญกว่าคำว่าในประเทศหรือต่างประเทศ คือเป้าหมายของนักศึกษาว่าเขาต้องการอะไร มีเป้าหมายชีวิตว่าอย่างไร แล้วมีแนวทางหรือวิธีการใดบ้างเพื่อให้ถึงเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ เพราะอิสลามได้สอนพร้อมกำชับให้มนุษย์ทุกคนได้รู้ถึงเป้าหมายของชีวิตโดยเฉพาะมุสลิมผู้ที่มีความศรัทธามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเป้าหมายในชีวิตอย่างชัดเจน เพราะคนๆ หนึ่งที่มีชีวิตอย่างไร้เป้าหมายเปรียบเสมือนร่างกายที่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ ดังนั้นเราไม่สามารถบอกได้เลยว่าเรียนที่ไหนดีกว่ากันแต่เราสามารถที่จะบอกได้ว่าคนที่มีความรู้และนำมาปฏิบัตินั้นคือคนที่ดีกว่าอย่างแน่นอนไม่ว่าคนๆ นั้นจะเรียนในประเทศหรือต่างประเทศก็ตาม 

สมาคมนักศึกษาไทยในจอร์แดนมีกิจกรรมตลอดทั้งปี

นายสาอูดีน กล่าวว่า ที่ประเทศจอร์แดนมีนักศึกษาไทยที่กำลังศึกษาอยู่ประมาณ 600 คน ประมาณ 80% เป็นเด็กนักศึกษาจากสามจังหวัดชายแดนใต้ ส่วนจากกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นๆ ประมาณ 20% นักศึกษาเหล่านั้นเดินทางมาศึกษาเล่าเรียนที่จอร์แดนด้วยทุนของตนเอง โดยครอบครัวพ่อแม่ทางบ้านเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดทั้งค่าเหล่าเรียนและค่าใช้จ่ายต่อเดือนซึ่งก็ถือว่าแพงถ้าเทียบกับบางประเทศในตะวันออก อาทิ อียิปต์ ซูดาน ซึ่งประเทศจอร์แดนในเวลานี้ถือเป็นทางเลือกลำดับที่สองในการศึกษาด้านศาสนาในระดับอุดมศึกษาของนักศึกษาไทยมุสลิม

ที่นี้มีสมาคมนักศึกษาไทยในจอร์แดนซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัมมาน เป็นองค์กรหลักในการทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับนักศึกษาไทยในจอร์แดนทุกคน โดยมีชมรมนักศึกษาจากเมืองต่างๆ ของจอร์แดนเป็นตัวประสานงานระหว่างนักศึกษากับสมาคมฯ และสมาคมฯ เป็นผู้ประสานระหว่างนักศึกษากับสถานเอกอัครราชทูตฯ

ตลอดระยะเวลา 9 ปี กว่าๆ ที่สมาคมฯ ได้ถูกต่อตั้งมานั้น ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสถานเอกอัครราชทูตฯ มาโดยตลอด และมีกิจกรรมและโครงการต่างๆ มากมายตลอดทั้งปี ส่วนการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยนั้นได้มีการจัดนิทรรศการแสดงวัฒนธรรมตามมหาวิทยาลัยต่างๆ มีการจัดโครงการการแสดงอาหารไทย และมีการร่วมตัวการก่อตั้งสมาคมนักศึกษาประเทศอาเซียนเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานและศึกษาวัฒนธรรมระหว่างกันอันเป็นแหล่งของการสร้างต้นทุนที่มีค่ายิ่งเพื่อรองรับการเกิดของประชาคมอาเซียนและอนาคตที่ดีในวันข้างหน้า

รัฐควร เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา จริงๆ

นายสาอูดีน กล่าวว่า สิ่งที่ตนคาดหวังต่อรัฐบาลไทยก็คือ อยากให้เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ในความหมายที่ว่า การเข้าใจถึงความรู้สึกของนักศึกษาผู้ที่ต้องห่างไกลออกจากบ้าน จากครอบครัว จากความสุขความสบายที่บ้าน เพื่อศึกษาแสวงหาความรู้อย่างที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้แล้วเพื่อกลับไปพัฒนาสังคมประเทศชาติต่อไป

การเข้าถึงนักศึกษาโดยการไปเยี่ยมนักศึกษา สอบถามทุกข์สุข ความต้องการ เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงความคิดเห็นของตัวเองต่อปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะจะทำให้เกิดความรู้สึกรับผิดชอบร่วมกันและเป็นการกระตุ้นให้นักศึกษาต้องพัฒนาศักยภาพของตัวเองไปด้วย

การพัฒนาด้วยการกำหนดนโยบายการพัฒนานักศึกษาทั้งในและต่างประเทศพร้อมกับวางเป้าหมายการพัฒนาโดยการแถลงนโยบายและเป้าหมายการพัฒนานักศึกษาฯ โดยผ่านวิธีการจัดโครงการแนะแนวการศึกษาและปฐมนิเทศสำหรับนักศึกษาต่างประเทศเพื่อให้นักศึกษาได้ทำความเข้าใจและเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางออกนอกประเทศอันจะเป็นการให้กำลังใจสำหรับน้องนักศึกษาเป็นอย่างมาก

พร้อมกันนั้นอยากให้มีทุนการศึกษาในตะวันออกกลางเพื่อเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของนักศึกษาและพ่อแม่พี่น้องชาวไทยมุสลิม เมื่อสามประการนี้ (การเข้าใจ การเข้าถึง การพัฒนา) ได้ดำเนินการอย่างมีระบบและต่อเนื่องแล้วประสิทธิผลก็จะเกิดขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สังคมประเทศชาติก็จะได้รับผลประโยชน์จากนักศึกษาเหล่านั้นเพราะเยาวชนในวันนี้คืออนาคตของชาติในวันหน้า

อาฎิล ศิริพัธนะ : รัฐไม่ควรมีอคติต่อเยาวชนศาสนาใดศาสนาหนึ่ง

นายอาฎิล ศิริพัธนะ นักศึกษาสาขา Earth Science มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคิงอับดุลลอฮ ประเทศซาอุดิอารเบีย กล่าวว่า ตนเดินทางมาเรียนที่นี่เนื่องจากเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกด้านวิทยาศาสตร์การวิจัย และให้ทุนการศึกษาเต็มจำนวน เหมาะกับผู้ต้องการเป็นนักวิจัยในระดับโลก

ปัจจุบันมีนักศึกษาไทยในมหาวิทยาลัยแห่งนี้เพียงคนเดียว แต่ตนมักจะร่วมกิจกรรมที่โปรโมทความหลากหลายทางวัฒนธรรมในมหาวิทยาลัยอยู่เสมอ ซึ่งจบแล้วมีความตั้งใจจะออกไปทำงานในสถาบันวิจัยที่มีชื่อเสียงทั่วโลก

นายอาฎิล กล่าวว่า หากจะพูดถึงความคาดหวังที่มีต่อรัฐ ก็คิดว่ารัฐควรมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยของประชาชนโดยการสังเกตการณ์ตามปกติ แต่ไม่ควรจะมีอคติต่อเยาวชนศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ไม่ว่านักศึกษาคนนั้นๆ จะจบการศึกษาจากสาขาใด และจากประเทศใดก็ตาม รัฐควรตรวจสอบความโปร่งใสของตนเองก่อนจะเริ่มชี้นิ้วสงสัยประชาชนของตนเอง

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เสียงนักศึกษามุสลิมต่างแดน (1) นักศึกษาคือหนึ่งในกลไกสร้างสันติภาพที่รัฐไม่ควรระแวง