ไมเคิล วาติคิโอทิส : สู้กับลัทธิสุดโต่ง(เอเชียตะวันออกเฉียงใต้)ต้องคิดใหม่

ไมเคิล วาติคิโอทิส ผู้อำนวยการ Centre for Humanitarian Dialogue ภูมิภาคเอเชียวิเคราะห์สถานการณ์มุสลิม ระวังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะกลายเป็นเป้าหมายก่อการร้าย จากสถานการณ์อันเปราะบางของมาเลเซีย การสร้างสมดุลระหว่างศาสนากับทางโลกของอินโดนีเซีย การไม่เกิดการเจรจาทางการเมืองที่เชื่อถือได้และการสนับสนุนทางการเมืองที่มีความหมายกับประชาชนในไทยและฟิลิปปินส์ และการไม่สนใจคำเตือนการปฏิบัติต่อมุสลิมของพม่า

ไมเคิล วาติคิโอทิส ผู้อำนวยการ Centre for Humanitarian Dialogue ภูมิภาคเอเชีย วิเคราะห์ว่า ในมาเลเซีย รัฐบาลได้ปล่อยให้มุมมองอิสลามแบบอนุรักษ์นิยมรบกวนสมดุลทางศาสนาและชาติพันธุ์อันเปราะบางอย่างไม่ระมัดระวัง เพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนการโจมตีของกลุ่มไอเอสในมาเลเซีย มีแกนนำของผู้นำศาสนาอิสลามได้ประกาศว่าสมาชิกพรรคฝ่ายค้านที่ไม่ใช่มุสลิมจะถูกฆ่าเพราะฝ่าฝืนกฎหมายอาญาอิสลาม

ผู้ประท้วงสวมเสื้อ ซึ่งมีข้อความว่า  ‘จิฮัด ทางออกเพียงหนึ่งเดียว’ ในกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 23 มกราคม ภาพจากรอยเตอร์

เขาเสนอแนะว่า เราควรให้ความสนใจกับการสนับสนุนการศึกษาด้านศาสนาจากการสนับสนุนแหล่งทุนที่เป็นอิสระจากมูลนิธิสายวาห์ฮาบีในซาอุดิอารเบีย ซึ่งได้บ่มเพาะความอดทนอดกลั้นในศาสนาอิสลามที่ลดลงในภูมิภาคนี้ และทำให้เยาวชนมุสลิมได้เข้าหาอิสลามที่เคร่งครัดและแบ่งแยก และออกห่างจากอิสลามสำนักฮานาฟีส่วนใหญ่ที่มีวิถีปฏิบัติที่เป็นกลางและเปิดกว้างซึ่งได้รับการยึดถือปฏิบัติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาหลายร้อยปี

สิ่งที่เขาพูดถึง ไม่ใช่เพียงแค่การสนับสนุนความเป็นกลางหรือการสร้างสมดุลระหว่างหลักสูตรทางศาสนากับทางโลก แต่เป็นการฟื้นฟูการปรับใช้หลักการและคำสอนอิสลามที่โดดเด่นซึ่งทำให้มุสลิมและศาสนิกอื่นอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียวมาหลายศตวรรษ ในทศวรรษ 1980 รัฐมนตรีกระทรวงกิจการศาสนาของอินโดนีเซียพิจารณาการปรับกฎหมายอิสลามให้เข้ากับบริบทเฉพาะของประเทศ ในวันนี้ นักวิชาการทางศาสนาในอินโดนีเซียและมาเลเซียกำลังสนับสนุนให้มีการนำจารีตประเพณีและกฎหมายที่ใช้ปกครองสังคมอาระเบียในศตวรรษที่เจ็ดกลับมาใช้

มันสายเกินไปแล้วที่จะใช้แค่วาทศิลป์เรียกร้องให้มีความพอดี (ไม่ใช่ความสุดโต่ง-ผู้แปล) แต่เป็นการจำเป็นเร่งด่วนที่จะควบคุมหรือระงับทุนต่างประเทศและการเผยแผ่สารที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังศาสนิกหรือการแยกตัวของประชาคมมุสลิม รวมถึงในเรือนจำซึ่งกลุ่มหัวรุนแรงถูกควบคุมตัวอยู่

ประการต่อมา สำหรับชุมชนของชาวมุสลิมในทางตอนใต้ของประเทศไทยและฟิลิปปินส์ การไม่เกิดการเจรจาทางการเมืองที่เชื่อถือได้และการสนับสนุนทางการเมืองที่มีความหมายกับประชาชน สร้างความสุ่มเสี่ยงที่ความขัดแย้งทางชาติพันธุ์จะถูกแทนที่ด้วยการก่อการร้ายที่ป่าเถื่อนรุนแรงซึ่งได้รับอิทธิพลจากกลุ่มที่มีการเจรจามีปัญหามากกว่า

โชคร้ายที่วิธีการซึ่งรัฐบาลกลางเลือกใช้ในกรุงเทพฯ และมะนิลาจนถึงปัจจุบันให้ความสำคัญกับการปกป้องอธิปไตยเหนือดินแดนด้วยการทำลายการเจรจาที่ทรงความสำคัญและความมุ่งมั่นจริงใจต่อประเด็นการปกครองตนเอง

แนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร ซึ่งได้เจราจาด้วยความปรารถนาดีกับรัฐบาลมะนิลามากว่า 20 ปี กำลังรอคอยการผ่านกฎหมายที่จ่อเข้ารัฐสภาและจะทำให้การปกครองตนเองพิเศษที่ทั้งสองฝ่ายเห็นควรร่วมเกิดขึ้นได้จริงในมุสลิมมินดาเนาแต่ในขณะเดียวกัน ตามข้อมูลจากแนวร่วมฯ ชาวมุสลิมโมโรรุ่นเยาว์เรียนรู้ที่จะไม่ทนกับการไม่มีสันติภาพและเปราะบางต่ออุดมคติสุดโต่งที่ส่งผ่านไปมาในแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน

ที่เกาะซูลูและบาสิลันที่อยู่ใกล้เคียง เครือข่ายกลุ่มอาชญากรติดอาวุธที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกลุ่มอัลเคดา ใช้การโฆษณาชวนเชื่อและการติดต่อสื่อสารของกลุ่มไอเอสเมื่อสิบห้าปีก่อน เพื่อปลุกเร้านักรบรุ่นใหม่ แม้ส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ในการหารายได้จากการลักพาตัวกาละสีและนักท่องเที่ยวแต่การสมคบรู้เห็นเป็นใจของรัฐบาลท้องถิ่นและกองกำลังความมั่นคงในธุรกิจกำไรงามนี้ทำให้ยากที่จะคิดถึงการรณรงค์ที่มีประสิทธิภาพในป้องกันไอเอสไม่ให้รุกเข้ามาในท้องที่ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ด้วยวิธีการเข้าถึงนโยบายการศึกษาและสังคมที่ชาญฉลาดกว่า และการจัดการทางการเมืองของกลุ่มคนชายขอบ ทั้งหมดนี้จะทำให้กลุ่มไอเอสสนับสนุนหรือเสาะหาผู้ส่งต่อความเกลียดชังหัวรุนแรงได้ยากขึ้น อุปสรรคใหญ่ที่สุดต่อการปรับตัวอย่างรวดเร็วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของมุสลิมกว่า 300 ล้านคน จากที่ต่างๆในภูมิภาค คือ การที่ไม่มีรัฐบาลใดของมาเลเซียจะรับฟังการตักเตือนถึงอันตรายของการให้ครูสอนศาสนาแนวอนุรักษ์นิยมที่อยู่ได้อย่างเสรี ไม่มีเจ้าหน้าที่ของทางการเมียนมาร์คนใดจะรับฟังการตักเตือนให้ปฏิบัติต่อชาวมุสลิมให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ และไม่มีรัฐบาลใดของประเทศไทยที่จะผลักดันให้เกิดการเจรจาทางการเมืองที่จริงใจเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในตอนใต้ของประเทศ

จนกว่าภูมิภาคนี้จะมองเห็นความมั่นคงร่วมกันและวางข้อกังวลที่เห็นแก่ตัวเกี่ยวกับอธิปไตยเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน ก่อนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะกลายเป็นเป้าหมายที่สำคัญแห่งหนึ่งของการก่อการร้าย

ที่มา http://asia.nikkei.com/Viewpoints/Viewpoints/Michael-Vatikiotis-Fighting-extremism-requires-a-new-mindset?page=2