เวทีเสวนานักการเมืองชายแดนใต้ห่วงสันติภาพชะงัก นักสิทธิถูกฟ้อง ชี้ต้องแก้ด้วยแนวทางการเมือง

เวทีสานเสวนานักการเมืองจังหวัดชายแดนใต้ครั้งที่ 31 ที่มีนักการเมืองจากพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย อดีต ส.ว. นักการเมืองท้องถิ่นเพื่อเปิดพื้นที่ให้นักการเมืองได้แลกเปลี่ยนปัญหาและหาทางออกร่วมกันเพื่อลดความรุนแรงและส่งเสริมให้เกิดสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกับนักวิชาการและภาคประชาสังคมในพื้นที่จัดโดยสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดลเมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา

ปัญหาภาคใต้ต้องแก้ด้วยการเมือง หารูปแบบการปกครองท้องถิ่นที่เหมาะสม

ที่ประชุมอภิปรายถึงความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีเรื่องการเมืองเป็นองค์ประกอบสำคัญ จึงควรมีการพูดคุยและเสนอทางออกที่เป็นข้อตกลงกันในเรื่องการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น ทั้งนี้ผู้ที่จะช่วยขับเคลื่อนในเรื่องนี้ ไม่ควรจำกัดแต่เฉพาะกระบวนการพูดคุยที่เป็นทางการเท่านั้น หากต้องรวมฝ่ายอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และระดับชาติด้วย

ที่ประชุมเห็นว่าหากภาคการเมือง ภาคประชาสังคม ผู้นำศาสนา ฯลฯ สามารถตกลงกันได้ในเรื่องข้อเสนอการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่เหมาะสม ก็ควรมีการปรึกษาหารือกับเสนาธิการของฝ่ายความมั่นคง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการปกครองท้องถิ่นดังกล่าวไม่ใช่การกรุยทางไปสู่การแบ่งแยกดินแดนแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี ภาคการเมือง ภาคประชาสังคม ผู้นำศาสนา ฯลฯ ยังอ่อนแรงและขาดการประสานความร่วมมือ แต่ไม่ควรท้อถอยหากต้องเพิ่มความพยายามอย่างต่อเนื่อง

การฟ้องร้องนักสิทธิมนุษยชนไม่ช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ดี

ที่ประชุมได้รับทราบกรณีที่ฝ่ายทหารได้ตั้งข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทแก่นักสิทธิมนุษยชน 3 คนที่ได้เผยแพร่รายงานการซ้อมทรมานที่ได้จากการให้ปากคำของผู้เสียหายจำนวน 54 คน และมีข้อเสนอว่า การตั้งข้อกล่าวหาในเรื่องนี้ไม่น่าจะช่วยให้เกิดความเข้าใจอันดีของคนในพื้นที่ อีกทั้งอาจไม่เป็นผลดีที่ประเด็นนี้จะเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น จึงขอเสนอให้มีการปรึกษาหารือและการทำความเข้าใจกันต่อไป

กระบวนการสันติภาพต้องเดินหน้า

ในประเด็นเรื่องกระบวนการสันติภาพที่หยุดชะงักนั้น ที่ประชุมได้อภิปรายในเรื่องการพูดคุยสันติสุข/สันติภาพที่เป็นทางการ และมีข้อสังเกตว่า กระบวนการนี้ดูเหมือนจะหยุดอยู่กับที่หรือถอยหลัง จึงมีข้อเสนอว่า ผู้พูดคุยน่าจะพิจารณาดำเนินการให้มีบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (TOR) ทั้งในเรื่องงานธุรการและการวางกรอบเบื้องต้นของเนื้อหาการพูดคุยกัน ทั้งนี้ เพื่อให้กระบวนการพูดคุยดำเนินต่อไปได้

ที่ประชุมได้พิจารณาเหตุการณ์ความรุนแรงและการสูญเสียช่วงเดือนรอมฎอนในช่วงสามปีที่ผ่านมา ซึ่งมีสถิติดังนี้

 

ปี 2557

ปี 2558

ปี 2559

เหตุการณ์ (ครั้ง)

77

118

82

เสียชีวิต (คน)

33

39

32

บาดเจ็บ (คน)

127

73

61

 

ที่ประชุมได้ให้ข้อสังเกตว่าไม่สามารถใช้จำนวนเหตุการณ์และการสูญเสียในเดือนรอมฎอนเป็นตัวชี้วัดการคลี่คลายความขัดแย้งและความรุนแรงอย่างมีนัยสำคัญได้ ทั้งนี้ เพราะการก่อเหตุอาจมีปัจจัยที่หลากหลายมาก แต่ที่น่าสังเกตคือ ในช่วงสิบวันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน สถิติความรุนแรงจะเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรศึกษาวิเคราะห์ต่อไป อันที่จริง ความพยายามของภาคประชาสังคมที่เริ่มตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ของการพูดคุยสันติสุข/สันติภาพ ที่ปรารถนาจะเห็นเดือนรอมฎอนเป็นเดือนแห่งความสงบสันตินั้น ควรจะต้องดำเนินต่อไป และควรขยายไปสู่เดือนอื่น ๆ ด้วย

เชิญชวนลงประชามติเพื่อนำสังคมสู่ประชาธิปไตย

ในการที่จะมีการลงประชามติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 นั้น ที่ประชุมขอเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิทุกคนไปออกเสียงในทางหนึ่งทางใด โดยไม่ทำให้เป็นบัตรเสีย เพราะการลงประชามติครั้งนี้จะเป็นการตัดสินว่า สังคมการเมืองไทยจะเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยอย่างไรต่อไป