ละหมาดฮายัตขอบคุณพระเจ้าที่ได้คุ้มครองตุรกีพ้นภัยรัฐประหาร

โรงเรียนดูแลเด็กกำพร้าในพื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานีร่วมจัดละหมาดฮายัตขอบคุณพระเจ้าที่ได้คุ้มครองชาวตุรกีให้พ้นภัยจากเหตุการณ์รัฐประหาร ชี้เพราะมุสลิมเป็นพี่น้องกัน ที่สำคัญเพราะตุรกีให้ความช่วยเหลือคนในพื้นที่มาตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา และหากรัฐประหารรัฐสำเร็จย่อมกระทบถึงคนในพื้นที่ด้วย โดยเฉพาะการช่วยเหลือเด็กกำพร้าที่กำลังดำเนินอยู่ปัจจุบัน

30 ก.ค. 2559 ที่ผ่านมา มูลนิธิ IHH Insani Yardim Vakfi จากประเทศตุรกี ร่วมกับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามัสรอท่าน้ำ อ.ปะนาเระ สถาบันศึกษาปอเนาะมูญัมมะอฺนูรูลญีนาน เพื่อเด็กกำพร้าและเยาชนทั่วไป อ.สายบุรี จ.ปัตตานี โรงเรียนดารุลฟุรกอน อ.สุไหงโก-ลก โรงเรียนอัซซาอาดะห์ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และโรงเรียนรัศมีอิสลามวิทยา อ.กรมปินัง จ.ยะลา ภายใต้การดูแลของมูลนิธิพัฒนาชุมชนเป็นสุข ร่วมกันจัดละหมาดฮายัต ณ สถาบันศึกษาปอเนาะมูญัมมะอฺนูรูลญีนานฯ ต.เตราะบอน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี

การจัดละหมาดฮายัตในครั้งนี้ทางผู้จัดแจ้งว่าเพื่อขอบคุณพระเจ้าที่ได้คุ้มครองชาวตุรกีให้พ้นภัยจากเหตุการณ์รัฐประหาร อีกทั้งยังขอให้พระเจ้าทรงรักษาไว้ซึ่งความผู้นำแห่งประชาชาติอิสลามต่อไป โดยผู้เข้าร่วมประกอบไปด้วยบรรดาตัวแทนอุสตาซและนักเรียนของทั้ง 5 โรงเรียน และครอบครัวผู้ที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรของตุรกีซึ่งมาจากสี่จังหวัดชายแดนใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา)

อุสตาซฟัครุดดีน ซาอะ ผู้บริหารโรงเรียนดารุลฟุรกอน กล่าวว่า ความจริงแล้วจะจัดละหมาดฮายัตตั้งแต่คืนแรกของวันที่เกิดเหตุการณ์ความพยายามก่อรัฐประหารในประเทศตุรกี แต่ด้วยมีเหตุปัจจัยหลายประการที่ไม่สามารถจะจัดได้ จึงเลื่อนออกไปก่อน และหาวันที่ส่วนใหญ่จะว่างตรงกัน

เหตุผลที่จัดละหมาดฮายัตเพื่อตุรกีในวันนี้ ประการแรก เพราะสนับสนุนรัฐบาลมุสลิม ประการต่อมาคือ ตุรกีให้การช่วยเหลือโรงเรียนมาโดยตลอด หากรัฐประหารครั้งนี้สำเร็จ แน่นอนว่าย่อมกระทบกับต่อความช่วยเหลือที่ตุรกีมีต่อโรงเรียนและเด็กกำพร้าที่ตุรกีให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอดก็จะลำบากไปด้วย

“สิ่งที่พวกเราทำได้ในวันนี้ ก็คือการขอดุอาอฺ(ขอพร)จากพระเจ้าให้ตุรกียังคงเข้มแข็งต่อไป เพื่อที่ตุรกีจะได้ช่วยเหลือประเทศอื่นๆ ที่อ่อนแอกว่าอย่างที่ตุรกีทำมาโดยตลอดและขอให้ทำได้ต่อไป” อุสตาซฟัครุดดีน กล่าว

อุซตาซมุคตาร์ หะยีฮาซัน ผู้บริหารสถาบันศึกษาปอเนาะมูญัมมะอฺนูรูลญีนาน เพื่อเด็กกำพร้าและเยาชนทั่วไป กล่าวว่า ไม่ใช่เฉพาะแค่ตุรกีที่เราสนใจและขอดุอาอฺ(ขอพร) จากพระเจ้าให้ แต่เราสนใจพี่น้องมุสลิมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศซีเรียและประเทศอื่นๆ ด้วย เพราะมุสลิมเป็นพี่น้องกัน ประดุจเรือนร่างเดียวกัน

“ที่สำคัญท่านศาสนทูตมูฮัมหมัด (ศ็อลฯ) สอนเราว่า ความศรัทธาของมุสลิมจะยังไม่สมบูรณ์เว้นแต่เขาจะรักพี่น้องของเขาเช่นเดียวกับที่เขารักตัวเอง และสิ่งที่เราพอจะช่วยได้ตอนนี้ก็คือการขอดุอาอฺหรือขอพรจากพระเจ้า เพราะสำหรับมุสลิมแล้ว การขอดุอาอฺถือเป็นพลังที่สำคัญ และประเด็นที่สำคัญก็คือ ตุรกีสนับสนุนการศึกษาของเรามาโดยตลอด เมื่อเขาประสบพบเจอกับปัญหา แน่นอนว่าเราก็ควรที่จะหาทางช่วยเหลือคนที่เคยช่วยเหลือเรา เท่าที่เราพอจะทำได้” อุซตาซมุคตาร์ กล่าว

นายมุคลิซ หะมะ ผู้ดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามัสรอท่าน้ำ กล่าวว่า เหตุผลที่ร่วมจัดละหมาดฮายัตในครั้งนี้ เนื่องจากตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมารัฐบาลตุรกียื่นมือให้ความช่วยเหลือคนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้หรือปาตานีมาโดยตลอด

และที่สำคัญเพื่อเป็นการแสดงถึงเสียงมวลชนที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลตุรกีจากคนในพื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานี ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะอยู่ไกลจากพื้นที่ของเรา แต่เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นสามารถส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานีได้เช่นกัน โดยเฉพาะเด็กกำพร้าที่อยู่ในความดูแลของตุรกีจำนวนมาก ณ ตอนนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์ตุรกี โดย 3 นักวิชาการรุ่นใหม่ “ตุรกีจะเป็นโมเดลหนึ่งของโลกมุสลิม”

ปาฐกถา ศ.ดร.จรัญ มะลูลีม ชี้ตุรกีใช้ Soft Power พัฒนาประเทศและสร้างสันติภาพ

“มนุษยธรรมคือ soft power” แบบอย่างจากตุรกีสู่การเป็นผู้นำโลกมุสลิมในอนาคต

องค์กร Deniz Ferneri จากตุรกีเลี้ยงละศิลอดมอบของบริจาคเด็กกำพร้าผู้ยากไร้ที่ปัตตานี

มูลนิธิพัฒนาชุมชนเป็นสุขร่วมกับ IHH จากตุรกี มอบถุงยังชีพให้ผู้ยากไร้ชายแดนใต้ในเดือนรอมฎอน

IHH จับมือมูลนิธิพัฒนาชุมชนเป็นสุข จัดกิจกรรมละศิลอดแก่เด็กกำพร้าปาตานี

โรงเรียนอิสลามที่ปะนาเระละหมาดขอพรให้ตุรกีผ่านวิกฤต ชี้เป็นต้นแบบพัฒนาสังคมมุสลิม

สมาคมนักเรียนไทยในตุรกีจับมือองค์กรในพื้นที่จัดกิจกรรมละศีลอดแก่เด็กกำพร้าชายแดนใต้/ปาตานี