มุมมองต่อชายแดนใต้ “ไม่รับ” รัฐธรรมนูญ ศาสนาและการศึกษาเป็นเงื่อนไขหลัก รัฐต้องรีบแก้ไฟใต้

มุมมอง 3 นักวิชาการชายแดนใต้ผู้นำศาสนาและผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามต่อประเด็นการลงประชามติ ชี้ต้องยอมรับผลการตัดสินใจของประชาชน กรณีที่พื้นที่ชายแดนใต้เสียงไม่รับมากกว่ารับรัฐธรรมนูญ ทัศนคติของคนในพื้นที่ไม่พอใจกับฝ่ายความมั่นคงและกังวลในเรื่องของศาสนาและการศึกษา ผู้นำศาสนาชี้เป็นเงื่อนไขที่รัฐต้องแก้ปัญหาภาคใต้โดยเร็วที่สุด

สามารถ ทองเฝือ “คนในพื้นที่ไม่พอใจกับฝ่ายคามมั่นคง”

ผศ.ดร.สามารถ ทองเฝือ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ และผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งสถาบันสมุทรรัฐเอเชียตะวันออกเฉียง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มองว่า ผลประชามติครั้งนี้ออกมาเป็นอย่างไรก็ต้องยอมรับ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าการลงประชามติครั้งนี้ก็มีหลายกระแสที่อยากให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด

ผศ.ดร.สามารถ มองว่ารายละเอียดของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ชาวบ้านทั่วไปไม่ได้ดูรายละเอียดและอาจยังไม่ได้รับองค์ความรู้มากนัก เมื่อต้องออกเสียงก็เออออกันไป หลายคนออกไปลงเห็นชอบเพราะอยากให้มีการเลือกตั้ง ให้มีการดำเนินกิจกรรมในประเทศในแบบประชาธิปไตยให้เร็วขึ้น

ความเห็นต่อผลประชามติพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ผศ.ดร.สามารถ กล่าวว่าสิ่งที่สะท้อนออกมาจากผลครั้งนี้ คือ ทัศนคติของคนในพื้นที่ที่ไม่พอใจกับฝ่ายความมั่นคง จึงค้านออกไป นอกจากนั้นก็เป็นมิติด้านอัตลักษณ์และชาติพันธุ์ที่อาจมองได้ว่าคนในพื้นที่รวมถึงในภาคเหนือและอีสานอยากมีตัวตนของตัวเองมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องต้องวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง

“ผลลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐเองจะต้องคิดอย่างรอบคอบให้ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่บนฐานของการใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญนี้ด้วยเช่นกัน” ผศ.ดร.สามารถ กล่าว

อับดุลการีม อัสมะแอ “ประชาชนรู้เฉพาะเนื้อหาที่เป็นผลกระทบ”

อาจารย์อับดุลการีม อัสมะแอ หัวหน้าสาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี กล่าวว่าต้องยอมรับผลประชามติจากเสียงส่วนใหญ่ ในแง่หนึ่งอาจมองได้ว่ามาจากความกังวลของคนส่วนใหญ่ในเรื่องรัฐธรรมนูญเพื่อประเทศไทยสามารถเดินหน้าได้ ประชาชนมีความกังวลว่าหากไม่ผ่านแล้วการเดินหน้าประเทศไทยต้องหยุดชะงัก ประเทศเดินต่อไม่ได้ ในขณะเดียวกันประชาชนได้รับข้อมูลจากสื่อของรัฐที่ให้ข้อมูลในด้านดีของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ไม่ได้เน้นหรือย้ำว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง

ในส่วนความเห็นต่อผลประชามติของพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ อาจารย์อับดุลการีม มองว่า ประชาชนได้ทำความเข้าใจในเนื้อหาเฉพาะที่เขาได้รับผลกระทบจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นการลดโอกาสการสนับสนุนทางการศึกษาภาคบังคับเป็นต้น ในมิติของศาสนา คนที่ทำงานศาสนาก็อาจจะขับเคลื่อนได้แคบลงภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญชุดนี้ ซึ่งก็ต้องระมัดระวังพอสมควร

นอกจากนั้นแล้ว อาจารย์อับดุลการีม ยังมองว่าการใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับประชามตินี้มีเรื่องน่ากังวลไม่น้อย เนื่องจากถ้อยคำในรัฐธรรมนูญฉบับนี้กว้างมากทำให้ต้องมาตีความและอาจจะต้องมาดูที่เจตนารมณ์ของผู้ร่างและให้ศาลรัฐธรรมนูญมาตีความ

“ที่สำคัญ คือ หวังว่ารัฐจะใช้อำนาจตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วยความเมตตา อาทร และเห็นอกเห็นใจประชาชนซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังและรอบคอบในการตีความตามกฎหมายและเจตนารมณ์ของกฎหมาย ไม่ควรนำกฎหมายรัฐธรรมนูญมาเป็นเครื่องมือเพื่อแสวงหาอำนาจและจัดการกับกลุ่มบุคคลที่เห็นต่างซึ่งอาจทำให้ความขัดแย้งเพิ่มสูงขึ้นได้” อาจารย์อับดุลการีม กล่าว

ตายูดิน อุสมาน “ประชาชนกังวลด้านการศึกษาศาสนาอิสลาม”

ดร.ตายูดิน อุสมาน ประธานหลักสูตรสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เหตุที่ประชาชนส่วนใหญ่ที่ออกไปใช้สิทธิในการทำประชามติในครั้งนี้ ตนคิดว่าเพราะประชาชนต้องการให้ประเทศเดินหน้าต่อไป เพราะพวกเขาคงคิดว่าหากไม่รับอาจเกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาอีก ที่น่าสนใจก็คือ ประชาชนที่ไม่ได้ออกมาใช้สิทธิในครั้งนี้มีเยอะมากจึงไม่รู้ว่าประชาชนกลุ่มนั้นคิดเห็นเช่นไร

ส่วนความเห็นต่อผลประชามติของพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ตนคิดว่าเหตุที่ประชาชนส่วนใหญ่ที่ออกไปใช้สิทธิในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้โดยไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้อาจเพราะกังวลว่าหากรัฐธรรมนูญฉบับนี้บังคับใช้แล้วจะมีเรื่องกระทบต่อประชาชนในบางเรื่อง เช่น เรื่องศาสนาซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกของประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ หรือในเรื่องของการศึกษาที่ประชาชนเกรงว่ารัฐบาลจะไม่สนับสนุนการศึกษาโดยเฉพาะการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม อย่างโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่มีเป็นจำนวนมาก เป็นต้น

“ที่สำคัญคือ ประชาชนจะต้องติดตามเรื่องนี้กันต่อไป และรัฐต้องนึกถึงประชาชน และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อให้ประชาชนได้สบายใจ” ดร.ตายูดิน กล่าว

มูฮำหมัดนาซีรุดดิน เล๊ะนุ๊ “เปลี่ยนระบบอุดหนุนการศึกษากระทบประชาชนโดยตรง”

นายมูฮำหมัดนาซีรุดดิน เล๊ะนุ๊ นายกสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบริหารสถานศึกษาเอกชนจังหวัด กล่าวว่า 2 สาเหตุหลักที่คนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญ ประเด็นแรกเกี่ยวกับศาสนาซึ่งแตกต่างกับรัฐธรรมนูญปี 2540 หรือ 2550 ที่กำหนดในเรื่องการปฏิบัติตามหลักการศาสนาอิสลามอย่างเต็มที่ โดยมาตรา 67 สิทธิที่เกี่ยวกับการนับถือศาสนาถูกตัดออกไปหลายเรื่อง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่สบายใจ เป็นห่วงว่าหากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านอาจจะส่งกระทบในการปฏิบัติศาสนกิจ

ประเด็นที่ 2 คือ มาตรา 54 ที่เกี่ยวกับการศึกษาที่รัฐอุดหนุนการศึกษา 12 ปี ถึงแม้ว่ารัฐธรรมนูญระบุขยายการดูแลเด็กตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียนถึงประถมศึกษาก็ตาม ส่วนมัธยมศึกษาตอนปลายรัฐธรรมนูญระบุตั้งกองทุนให้ความช่วยเหลือผู้ที่มีฐานะยากจน ประเด็นนี้กระทบโดยตรงกับคนในพื้นที่เนื่องจากส่วนใหญ่มีรายได้น้อย หากให้ประชาชนออกค่าใช้จ่ายระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ทำให้เด็กๆ ต้องออกจากระบบการศึกษามากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันนี้นายกรัฐมนตรีใช้มาตรา 44 ในการอุดหนุนการศึกษา 15 ปี แต่ถือว่าเป็นมาตรการชั่วคราวหรือเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น เพราะคนในพื้นที่ส่วนใหญ่เรียนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจนถึงมัยธมศึกษาตอนปลาย ทำให้ประชาชนทุกระดับชั้นสามารถเข้ามาเรียนฟรีจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้

“ขนาดรัฐอุดหนุน 15 ปี บางโรงเรียนมีเงินไม่เพียงพอในการซื้ออุปกรณ์การศึกษาให้กับนักเรียน หากรัฐไม่อุดหนุนเรียนฟรี 15 ปี ผู้ปกครองยิ่งมีความลำบากมากยิ่งขึ้น”  มูฮำหมัดนาซีรุดดิน กล่าว

แวดือราแม มะมิงจิ “เมื่อผลเป็นแบบนี้รัฐบาลต้องรีบแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด”

นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานีกล่าวถึงผลการลงประชามติว่าเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องทบทวนประเด็นต่างๆ ที่คนในพื้นที่ไม่เห็นด้วยโดยเฉพาะในประเด็นศาสนาที่เป็นเสียงสะท้อนมากที่สุดที่ประชาชนสะท้อนมา ต้องอย่าลืมว่าประชาชนในปัจจุบันไม่เหมือนในอดีตเพราะเขารู้และเข้าใจทุกเรื่อง อีกทั้งยังสามารถที่จะชี้แนะหรือให้คำตอบกับรัฐบาลได้

ในประเด็นคำถามว่าผลการออกเสียงประชามติในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีผลไม่รับรัฐธรรมนูญมากกว่า 60% นั้นจะเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ทำให้ความขัดแย้งที่เป็นอยู่ขยายตัวหรือไม่นั้น นายแวดือราแมกล่าวว่าเมื่อผลเป็นเช่นนี้แล้วเห็นว่ารัฐบาลจะต้องรีบเร่งในการแก้ไขให้เร็วที่สุด เพราะยิ่งการแก้ไขล่าช้าปัญหาต่างๆ ที่เป็นเงื่อนไขอย่างที่ว่าก็จะยิ่งมากขึ้น