เปิดแล้ว 'บ้านหะยีสุหลง โต๊ะมีนา’ หลังบูรณะเสร็จ ในงานรวมทายาทรำลึก 62 ปีการสูญหาย

รวมทายาทตระกูลโต๊ะมีนา รำลึก 62 ปีการสูญหายของหะยีสุหลง พร้อมเปิดบ้านหะยีสุหลงหลังบูรณะเสร็จ พร้อมเปิดตัวทายาทผู้สูญหายพร้อมหะยีสุหลง เผยบางครอบครัวถึงกับต้องเปลี่ยนนามสกุลเพื่อความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา ครอบครัวหะยีสุหลง อับดุลกอเดร์ โต๊ะมีนา เครือญาติและภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือปาตานี ร่วมกันจัดงานรำลึก 62 ปีการหายตัวไปของหะยีสุหลงพร้อมลูกชายและลูกศิษย์อีก 2 คน ที่บ้านและสุเหร่าของหะยีสุหลง ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี พร้อมกับการเปิดบ้านหะยีสุหลงเป็นครั้งแรกหลังจากการบูรณะมาเป็นเวลาหนึ่งปี

ในงานมีเครือญาติและภาคประชาสังคมเข้าร่วมประมาณ 300 คน ส่วนใหญ่สวมใส่ชุดมลายูอย่างสวยงามทั้งชายและหญิง รวมทั้งมีการจัดนิทรรศการพร้อมจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของหะยีสุหลงบางส่วนไว้ในงานด้วย

ไฮไลท์ของงานอยู่ที่วงเสวนาซึ่งมี 2 ช่วง โดยช่วงเช้าเป็นวงเสวนา “ 62 ปีแห่งการสูญหาย…เรื่องราวเล่าจากลูกหลาน” ซึ่งมีนายเด่น โต๊ะมีนา ประธานมูลนิธิหะยีสุหลง อับดุลกอเดร์ โตะมีนาในฐานะลูกชาย นางสาวเจ๊ะมัยฮัน มาหิเละ ทายาทรุ่นที่ 4 ของหะยีเจ๊ะอิสเฮาะ เบ็ญ เจ๊ะยูโซะ ซึ่งหายตัวพร้อมกับหะยีสุหลง และนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ดำเนินรายการโดยนายจตุรนต์ เอี่ยมโสภา ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลโต๊ะมีนา

ส่วนช่วงบ่ายเป็นวงเสวนาโดยเครือญาติในตระกูลว่าด้วย ที่มาของนามสกุลของลูกหลานหะยีสุหลง ทั้ง“ต่วนมีนาลย์”ซึ่งต่อมาเพี้ยนเป็น“โต๊ะมีนา” และสกุลอื่นๆ เช่น พงค์ประเสริฐ และพงษ์ประเสริฐ

แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ทายาทรุ่นที่ 3 กล่าวว่า เมื่อก่อนนามสกุลพงค์ประเสริฐ และพงษ์ประเสริฐก็ใช้สกุล มีนาลย์ เหมือนกันหมด แต่ด้วยความเหตุผลต่างๆ เช่น เพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการถูกเพ่งเล็งด้วยข้อหากบฏที่ทำให้ต้องเปลี่ยนนามสกุล

แพทย์หญิงเพชรดาว กล่าวอีกว่า งานนี้มีความพิเศษอีก 2 ประการ คือ เป็นครั้งแรกที่ทายาทหะยีเจ๊ะอิสเฮาะและทายาททนายวันอุสมานมาเปิดตัวต่อสาธารณะ ซึ่งทั้ง 2 คนได้สูญหายไปพร้อมกับหะยีสุหลง และยังเป็นครั้งแรกที่ครอบครัววหะยีสุหลงเปิดบ้านซึ่งเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การเมืองปาตานีอย่างลึกซึ้งให้สาธารณะได้เข้าชมหลังปิดบูรณะมากว่าหนึ่งปี

นายจตุรนต์ เอี่ยมโสภา ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลโต๊ะมีนา กล่าวว่า จากการค้นหาญาติหะยีวันอุสมานพบว่า มีทายาทที่ใกล้ชิดมากที่สุดและเป็นผู้ที่ให้ความช่วยเหลือคดีความต่างๆแก่คนมุสลิมในพื้นที่ในปัจจุบัน นั่นคือนายอาดิลันและนายกิจจา อาลีอิสเฮาะซึ่งมีอาชีพเป็นทนายความ และยังมีพี่น้องอีก 3 คน แต่เสียดายที่ทั้ง 2 คนไม่สามารถมาร่วมงานได้ เนื่องจากเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย

“ที่สำคัญ คือ หะยีวันอุสมานเป็นผู้บริจาคที่ดินเพื่อก่อสร้างมัสยิดกลางประจำจังหวัดปัตตานี แต่น่าเสียดายที่มีการสร้างที่จอดรถปิดทางเข้าบ้านของท่าน” นายจตุรนต์กล่าว

นางสาวเจ๊ะมัยฮัน มาหิเละ ทายาทรุ่นที่ 4 ของหะยีเจ๊ะอิสเฮาะ กล่าวว่า สมัยเด็กๆ ทุกครั้งที่ครอบครัวไปเที่ยวจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะบริเวณหาดสมิหลา พ่อจะให้คนทุกคนไปริมทะเลแล้วอ่านอารูวะ(บทขอพรให้ผู้ตาย) เพื่ออุทิศให้ทุกคนที่สูญหายไปพร้อมกับหะยีสุหลง

“ดิฉันพยายามถามพ่อว่า ทำอะไร พ่อบอกว่าไม่ต้องรู้ เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ จึงคิดว่าพ่อไม่อยากให้เรารับรู้เรื่องที่เกิดขึ้น เพราะกลัวจะเกิดอันตรายกับตัวเรา”

นางสาวเจ๊ะมัยฮัน กล่าวว่า แต่เมื่อได้เรียนมหาวิทาลัย ทำได้ทำกิจกรรมกับภาคประชาสังคมในพื้นที่และได้อ่านหนังสือประวัติศาสตร์ปัตตานีซึ่งทุกครั้งก็พบรูปของโต๊ะเจ๊ะ (หะยีเจ๊ะอิสเฮาะ) อยู่พร้อมกับรูปหะยีสุหลง จึงกลับถามที่บ้าน ที่บ้านบอกว่าใช่ จึงทำให้เข้าใจเรื่องราวมากยิ่งขึ้น

นายไกรศักดิ์ เปิดเผยว่า ในสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ตนพูดคุยกับขบวนการ BRN โดยเลือกพื้นที่จังหวัดนราธิวาสเป็นพื้นที่ยุติการก่อเหตุรุนแรง ปรากฏว่าในตอนนั้นจังหวัดนราธิวาสไม่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง 1 เดือนเต็ม ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ช่วงนั้นตนลงมาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้บ่อยมาก เพราะต้องดำเนินการพูดคุยอย่างลับๆ แต่ไม่ได้มาพบกับนายเด่น โต๊ะมีนา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เพราะประวัติศาสตร์“ปาตานียุคใหม่”เริ่มต้นที่นี่? จึงต้องบูรณะบ้าน-สุเหร่า“หะยีสุหลง โต๊ะมีนา”

รำลึก61ปี การสูญหายของหะยีสุหลง“ผู้มีสุสานทุกหนแห่ง” สันติภาพจะเดินหน้า ต้องเปิดพื้นที่ให้ผู้นำประชาชน

เผยข่าวชุด“บูรณะบ้าน-สุเหร่าหะยีสุหลง โต๊ะมีนา” ของDSJ ได้เข้าชิงรางวัลจากแอมเนสตี้ไทย

DSJ รับรางวัลสื่อเพื่อสิทธิมนุษยชนปี 58 จากผลงาน“บูรณะบ้าน-สุเหร่า หะยีสุหลง โต๊ะมีนา”