4องค์กรพุทธ-มุสลิมร่วมออกแบบ‘กลไกยุติธรรมทางเลือก’หนุนสันติภาพ เน้นฟังเหยื่อและผู้ถูกละเมิด

มูลนิธิเอเชียหนุน 4 องค์กรประชาสังคมทั้งพุทธ-มุสลิม ร่วมออกแบบกลไกยุติธรรมทางเลือกเพื่อหนุนสันติภาพ อบรมเข้มให้ความรู้ “การเปลี่ยนผ่านความขัดแย้งและกฎหมายทางเลือก” ก่อนลงไปรับฟังความเห็นจากพื้นที่ เน้นผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุรุนแรงและผู้ถูกละเมิดจากการใช้กฎหมายพิเศษ นำกฎหมายทางเลือกมีอยู่แล้วมาเป็นเครื่องมือ เพื่อทำเป็นข้อเสนอสาธารณะและผลักดันเป็นนโยบายรัฐ

 

เมื่อวันที่ 9 - 10 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กลุ่มด้วยใจร่วมกับเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ (B4P) และองค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี (HAP) จัด“อบรมการออกแบบกระบวนการยุติธรรมทางเลือกเพื่อหนุนเสริมสันติภาพ” (Alternative Justice for Peace by People in Deep south Thailand) ให้คณะทำงานของทั้ง 3 องค์กรและของมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมทั้งมุสลิมและพุทธ สนับสนุนโดยมูลนิธิเอเชีย (Asia Foundation)

ในการอบรมมีการให้ความรู้ที่สำคัญ 2 เรื่องที่เกี่ยวข้องกันผ่านวงเสวนา เรื่องแรกคือ“แนวคิดการเปลี่ยนผ่านความขัดแย้ง” โดยมี 3 หัวข้อย่อย คือ 1.กระบวนการยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน 2.กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ 3.กระบวนการยุติธรรมทางเลือก

เรื่องที่สอง คือ“กฎหมายทางเลือกสนับสนุนสันติภาพ” โดยมี 4 หัวข้อย่อย คือ 1.ประสบการณ์ข้อเสนอทางเลือกและกฎหมายทางเลือก เพื่อสนับสนุนสันติภาพ : ปัจจุบันและอนาคต 2.พระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 3.มาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 และ 4.พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2479

ร่วมออกแบบกลไกยุติธรรมทางเลือกเพื่อหนุนสันติภาพ

นางสาวอัญชนา หีมมิหน๊ะ หัวหน้ากลุ่มด้วยใจ กล่าวว่า วัตถุประสงค์หลักการของการอบรมคือเพื่อออกแบบกลไกกระบวนการยุติธรรมทางเลือกที่เป็นที่ยอมรับและการมีส่วนร่วมจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในการออกแบบกลไกนี้

“คาดหวังว่าผู้เข้าร่วมจะได้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องการเปลี่ยนผ่านความขัดแย้ง กระบวนการยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน และกระบวนการยุติธรรมทางเลือก รวมถึงการมีส่วนร่วมในการออกแบบรูปแบบกระบวนการยุติธรรมทางเลือกเพื่อสนับสนุนให้เกิดสันติภาพในพื้นที่ขัดแย้ง และนำไปสู่การนำไปปฏิบัติในอนาคต” นางอัญชนา กล่าว

นายรักษ์ชาติ สุวรรณ แกนนำเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ กล่าวว่า เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพพยายามที่จะทำความเข้าใจที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมทางเลือกให้กับชาวพุทธที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในเบื้องต้นเท่านั้น ส่วนรายละเอียดคงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐต่อไป

นายอิสมาแอ เตะ ประธานเครือข่ายองค์กรสิทธิมนุษยชนปาตานี กล่าวว่า ตนจะรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษในพื้นที่ ว่ากฎหมายทางเลือกที่มีการใช้เขามีความคิดเห็นอย่างไร และเขามีมุมมองอย่างไรต่อกระบวนการยุติธรรมทางเลือก

รู้จักและเข้าใจกระบวนการยุติธรรมทางเลือก

ขณะที่นางยุพา ภูสาหัส เจ้าหน้าที่โครงการอาวุโส มูลนิธิเอเชีย ได้อธิบายถึงกระบวนการยุติธรรมทางเลือกในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งว่า การพูดคุยสันติภาพระหว่างรัฐกับผู้ที่มีความคิดเห็นต่างจากรัฐที่ผ่านมา เป็นการสร้างความหวังให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในการแก้ปัญหาความไม่สงบพื้นที่ ทั้งนี้จากประสบการณ์ของต่างประเทศก็พบว่าความขัดแย้งต้องจบลงด้วยการพูดคุยสันติภาพเท่านั้น

“เมื่อเริ่มมีการพูดคุย เราก็จะเห็นข้อเสนอของฝ่ายต่างๆออกมา หนึ่งในนั้นคือกระบวนการยุติธรรม เพื่อเปิดช่องทางให้มีการสื่อสารหรือให้มีความไว้วางใจกันมากขึ้น เช่น คู่เจรจาควรได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย ผู้กระทำผิดที่ไม่ได้มาจากอาชญากรรมหรือเรียกว่ากระทำความผิดโดยอุดมการณ์ควรที่จะได้รับการดำเนินการทางกระบวนการยุติธรรมพิเศษ จึงเรียกว่า กระบวนการยุติธรรมทางเลือก เพื่อสร้างความไว้วางใจและสนับสนุนการยุติการต่อสู้ด้วยอาวุธหรือความรุนแรง” นางยุพา กล่าว

นางยุพา กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา ยังไม่เคยได้ยินกระบวนการยุติธรรมทางเลือกสำหรับประชาชนในพื้นที่ทั้งคนมุสลิมและคนไทยพุทธ ประกอบกับกระทรวงยุติธรรมกำลังปรับปรุงแก้ไขมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ)การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 อยู่ ซึ่งหากภาคประชาสังคมจัดเวทีเรียนรู้กระบวนการยุติธรรมทางเลือกไปด้วยก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย เนื่องจากที่ผ่านมาการใช้ มาตรา 21 ของ พ.ร.บ.นี้ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ

นำกฎหมายทางเลือกมีอยู่แล้วมาเป็นเครื่องมือ

นางยุพา อธิบายต่อไปว่า จากประสบการณ์ของตนพบว่า กฎหมายทางเลือกที่ใช้ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดไม่ได้มีเพียง มาตรา 21 ของ พ.ร.บ.ความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังมีการใช้มาตรา 21 ของ พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 ที่ให้อำนาจอัยการในการถอนฟ้องได้ในกรณีที่ฟ้องคดีไปแล้วไม่เป็นประโยชน์สาธารณะ ซึ่งเคยกรณีกับกรณีตาบใบและกรณีอื่นๆทั่วประเทศ

นอกจากนี้ยังมี พ.ร.บ.สมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 รวมทั้ง พ.ร.บ.คดีเยาวชนต่างๆ ที่แสดงให้เห็นว่า ในสังคมไทยมีแนวความคิดในการใช้กฎหมายทางเลือกอยู่แล้ว ดังนั้นการนำกฎหมายเลือกที่มีอยู่แล้วมาเป็นเครื่องมือหรือกลไกหนึ่งในการสนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจรจาสันติภาพ มานำเสนอต่อประชาชนในพื้นที่เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ทำความเข้าใจและสามารถมีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นได้

พุทธ-มุสลิมร่วมทำข้อเสนอสาธารณะ-ผลักดันเป็นนโยบายรัฐ

นางยุพา กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้ทางเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพก็มีเวทีทำความเข้าใจเรื่องนี้สำหรับคนไทยพุทธในพื้นที่ โดยเฉพาะคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุไม่สงบว่าพวกเขามีความคิดเห็นอย่างไรต่อกฎหมายทางเลือก  ส่วนมุสลิมก็จะมี 3 องค์กรที่จะลงไปรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้กฎหมายทางเลือก โดยกลุ่มด้วยใจจะรับฟังจากผู้ได้รับกระทบจากเหตุไม่สงบ องค์กร HAP จะรับฟังผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิจากกฎหมายพิเศษ และศูนย์ทนายความมุสลิมรับฟังจากจำเลยคดีความมั่นคง

“เป้าหมายปลายทางคือ เพื่อให้มีข้อเสนอที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมทางเลือกของประชาชนในพื้นที่ทั้งคนมุสลิมและคนไทยพุทธ นำเสนอต่อสาธารณะและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันเป็นนโยบายต่อไป” นางยุพา กล่าว